1. หน้าแรก
  2. คณะเทคโนโลยีการเกษตร
  3. AG01(1) - ตำบลตูมใหญ่ อำเภอคูเมือง
  4. บทความประจำเดือนพฤศจิกายน 2564 กลุ่ม AGO1(1) กิจกรรมการพัฒนานักสื่อสารสร้างสรรค์เล่าเรื่องท้องถิ่น และกิจกรรมการสร้างอาชีพใหม่ด้านการปศุสัตว์

บทความประจำเดือนพฤศจิกายน 2564 กลุ่ม AGO1(1) กิจกรรมการพัฒนานักสื่อสารสร้างสรรค์เล่าเรื่องท้องถิ่น และกิจกรรมการสร้างอาชีพใหม่ด้านการปศุสัตว์

บทความประจำเดือนพฤศจิกายน 2564

กิจกรรมการพัฒนานักสื่อสารสร้างสรรค์เล่าเรื่องท้องถิ่น

และกิจกรรมการสร้างอาชีพใหม่ด้านการปศุสัตว์

กลุ่ม AGO1(1) ตำบลตูมใหญ่ อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์

          ดิฉัน นางสาวพรรณิภา หิรัญโท ผู้ปฏิบัติงานประเภทนักศึกษา ทำงานภายใต้โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย เพื่อสร้างรากแก้วให้ประเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ระยะเวลาโครงการ 11 เดือน เพื่อยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ ในเขตพื้นที่ตำบลตูมใหญ่ อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 19 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านหนองบัว บ้านสวายสอ บ้านกระทุ่ม บ้านปะคำสำโรง บ้านตูมน้อย บ้านตูมใหญ่ บ้านทุ่งสว่าง บ้านหนองดุม บ้านหนองตาด บ้านโนนเจริญ บ้านปะคำดง บ้านกรูด บ้านหนองไผ่ดง บ้านกระทุ่มนอก บ้านโคกสำราญ บ้านเมืองกับ บ้านแคนเจริญ บ้านหนองบัวพัฒนา และบ้านใหม่เจริญสุข

          ในการปฏิบัติงานดิฉันและสมาชิกคณะผู้ปฏิบัติงาน AG01(1) ได้รับมอบหมายในการปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบในการจัดกิจกรรมการพัฒนานักสื่อสารสร้างสรรค์เล่าเรื่องท้องถิ่น และกิจกรรมการสร้างอาชีพใหม่ด้านการปศุสัตว์ โดยแผนการดำเนินงานมีเป้าหมายในการพัฒนาการสื่อสารในการนำเสนอเรื่องเล่าที่กระตุ้นความสนใจแก่นักท่องเที่ยว เพื่อให้ตระหนักในคุณค่าของแหล่งท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ในชุมชน รวมไปถึงการสร้างอาชีพใหม่ด้านการปศุสัตว์ให้กับคนในชุมชน โดยมุ่งหวังให้เกษตรกรสามารพัฒนาการเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจ เพื่อสร้างรายได้หลักหรือรายได้เสริมให้แก่ครอบครัว ทำให้เกิดรายได้ในชุมชนและชุมชนรอบข้างจนถึงระดับจังหวัดและภูมิภาคได้อย่างยั่งยืน

1. กิจกรรมและแผนการดำเนินงานของโครงการ AG01(1) ตำบลตูมใหญ่ อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์

          อาจารย์ประจำหลักสูตรได้มีการจัดประชุมแบบออนไลน์ผ่านระบบ Google Meet เพื่อชี้แจงรายละเอียดแผนการปฏิบัติงานในเดือนพฤศจิกายน และชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมการพัฒนานักสื่อสารสร้างสรรค์เล่าเรื่องท้องถิ่น และกิจกรรมการสร้างอาชีพใหม่ด้านการปศุสัตว์

มีการลงพื้นที่สำรวจข้อมูลกลุ่มเป้าหมายเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจในชุมชน เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ สังเคราะห์เกี่ยวกับปัญหาต่างๆที่พบเจอในสัตว์ ภายใต้กิจกรรมการสร้างอาชีพใหม่ด้านการปศุสัตว์

         มีการประสานงานกับรองปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลตูมใหญ่ เพื่อขอใช้สถานที่หอประชุมในการจัดกิจกรรมการอบรม

         เข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการ กิจกรรมการพัฒนานักสื่อสารสร้างสรรค์เล่าเรื่องท้องถิ่ และกิจกรรมการสร้างอาชีพใหม่ด้านการปศุสัตว์ จำนวน 2 ครั้ง

          อาจารย์ประจำหลักสูตรมีการจัดประชุมแบบออนไลน์ผ่านระบบ Google Meet เพื่อวางแผนการปฏิบัติงานในครั้งถัดไป และจัดทำบทความรายงานผลการปฏิบัติงานประจำเดือนพฤศจิกายน

          ในส่วนของการพัฒนาทักษะทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านดิจิทัล (Digital Literacy) ด้านภาษาอังกฤษ (Language Literacy) ด้านการเงิน (Financial Literacy) และด้านสังคม (Social Literacy) ดิฉันได้ทำการพัฒนาทักษะครบ 100 เปอร์เซ็นต์ และได้ทำการศึกษาทักษะด้าน TDGA เพิ่มเติมตามที่มหาวิทยาลัยราชภับุรีรัมย์กำหนดครบถ้วนสมบูรณ์

2. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากการจัดกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการ กิจกรรมการพัฒนานักสื่อสารสร้างสรรค์เล่าเรื่องท้องถิ่น และกิจกรรมการสร้างอาชีพใหม่ด้านการปศุสัตว์

2.1 กิจกรรมการพัฒนานักสื่อสารสร้างสรรค์เล่าเรื่องท้องถิ่น

กิจกรรมการพัฒนาทักษะการสื่อสารที่ดิฉันได้ที่กลุ่มดิฉันเลือกนำเสนอคือ กลุ่มกล้วยฉาบเบรกแตก บ้านใหม่เจริญสุข โดยนายสมพร ดารินรัมย์ ได้คิดค้นสูตรการทำกล้วยฉาบเบรกแตก เพื่อเป็นการเสริมสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในชุมชน โดยคิดค้นกล้วยฉาบ 4 รสชาติ คือ กล้วยฉาบรสดั้งเดิม กล้วยฉาบรสหวาน กล้วยฉาบรสเค็ม และกล้วยฉาบรส 3 รส ดังนี้

กล้วยฉาบรสดั้งเดิ

มีกลิ่นหอมจากใบเตย

รสชาติกรอบมัน

– เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพ

 

กล้วยฉาบรสหวาน

มีรสหวานจากน้ำตาลทรายขาว

รสชาติหวานกำลังดี ไม่หวานจนเกินไป

กล้วยฉาบรสเค็ม

– อร่อยกลมกล่อม รสชาติเค็มกำลังดี

กล้วยฉาบรส 3 รส

– รสชาติหอม หวาน เค็ม และมีกลิ่นเครื่องเทศเป็นเอกลักษณ์

กล้วยที่ใช้

– เป็นกล้วยที่ปลูกในชุมชนโดยเฉพาะบ้านตูมน้อย หมู่ที่ 5

– กล้วยที่ใช้เป็นการปลูกแบบปลอดสารพิษ

กล้วยลูกใหญ่ เนื่องจากใช้ปุ๋ยอินทรีย์จากธรรมชาติ (กล้วย 1 เครือ จะได้ประมาณ 8-10 หวี โดย 1 หวี จะมีถึง 10-15 ลูก)

การทำกล้วย

– ปอกเปลือกแช่กล้วยในน้ำมะนาวเพื่อไม่ให้ฝาดและดำ แล้วนำไปล้างน้ำเปล่า

– ฝานกล้วยและนำไปทอดในน้ำมันที่สะอาดและใหม่

– เพิ่มกลิ่นหอมโดยการใช้ใบเตยสดและเนยหอมลงไปในน้ำมันขณะทอด

บรรจุภัณฑ์

– บรรจุกล้วยฉาบเบรกแตกในถุงซิปล็อ

– มีฉลาก ว/ด/ป ที่ผลิต

– ขนาดห่อละ 180 กรัม ราคาห่อละ 35 บาท 4 ห่อ 100 บาท

– 1 กิโลกรัม ราคา 120 บาท

สถานที่จำหน่าย

– สามารถสั่งซื้อได้ที่กลุ่มสัมมาชีพชุมชนบ้านใหม่เจริญสุข ตั้งอยู่หมู่ที่ 19 บ้านใหม่เจริญสุข

– หรือสั่งซื้อทางออนไลน์ได้ที่ เพจ ของดีตูมใหญ่

 

2.2 กิจกรรมการสร้างอาชีพใหม่ด้านการปศุสัตว์

คณะผู้ปฏิบัติงาน AG01(1) พร้อมกับอาจารย์ประจำหลักสูตรได้มีการจัดกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการ “กิจกรรมการสร้างอาชีพใหม่ด้านการปศุสัตว์” ขึ้นจำนวน 2 ครั้ง โดยมุ่งหวังให้เกษตรกรสามารพัฒนาการเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจ เพื่อสร้างรายได้หลักหรือรายได้เสริมให้แก่ครอบครัว ทำให้เกิดรายได้ในชุมชนและชุมชนรอบข้างจนถึงระดับจังหวัดและภูมิภาคได้อย่างยั่งยืน โดยมีการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมอบรมบอกถึงปัญหาที่พบเจอในสัตว์ วัตถุดิบ/อาหารที่ใช้ วัคซีนหรือยาที่ใช้รักษาโรครวมไปถึงความต้องการในการพัฒนาส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจในชุมชนให้ดีขึ้น โดยได้ข้อสรุป ดังนี้

1. กลุ่มเป้าหมายเกษตรกรที่เลี้ยงไก่พื้นเมือง

1.1 ปัญหาที่พบเจอ

1. ไก่เหงา

2. ไก่หน้าซีด

3. ไก่เป็นห่า

4. ไก่ผอ

5. โรคฝีดาษ

6. โรคอหิวาต์

7. โรคคอบิด

8. โรคขี้ขาว

1.2 วัตถุดิบ/อาหารที่ใช้

1. ข้าวสวย รำ และหัวอาหาร  อัตราส่วน 1 : 1 : 1

2. ข้าวเปลือก และปลายข้าว อัตราส่วน 1 : 1

3. ข้าวสวย และรำ       อัตราส่วน 1 : 1

4. ต้นกล้วยสับ

1.3 วัคซีนหรือยาที่ใช้รักษาโรค

1. ซื้อวัคซีนน้ำแดง และพรมน้ำ (สำหรับลูกไก่)

2. ปล่อยเลี้ยงรักษาตามธรรมชาติ

3. แยกตัวป่วยออกมารักษา

1.4 ความต้องการในการพัฒนา

1. วิธีการรักษาไก่เหงา

2. วิธีการรักษาไก่ตัวซีด

3. วิธีการรักษาไก่เบื่ออาหาร

4. ช่องทางการขายไก่ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

2. กลุ่มเป้าหมายเกษตรกรที่เลี้ยงโคและกระบือ

2.1 ปัญหาที่พบเจอ

1. โรคลัมปีสกิน

2. โรคปากเท้าเปื่อย

3. คอบวม

4. มดลูกทะลัก

5. แม่วัวไม่มีน้ำนม

6. อาหารหายาก

7. สถานที่เลี้ยงไม่เพียงพอ

8. ต้นทุนอาหารสูง

9. ผสมพันธุ์ไม่ค่อยติด

2.2 วัตถุดิบ/อาหารที่ใช้

1. ฟางแห้ง

2. หญ้าเนเปียร์​​

3. หญ้าหวาน​​

4. หญ้ากินนี​​

5. หญ้ารูซี​​

6. หญ้าขน

7. รำข้าว

8. กากน้ำตาล

9. อาหารสำเร็จรูป

2.3 วัคซีนหรือยาที่ใช้รักษาโรค

1. ยาบำรุง

2. ยาฆ่าเชื้อ

3. ยาถ่ายพยาธิ

4. ยาม่วง​​

5. ยาเขียว​​

6. เพนิซิลลิน

7. ยารักษาโรคลัมปีสกิน

8. วัคซีนป้องกันโรคปากเท้าเปื่อย

2.4 ความต้องการในการพัฒนา

1. วิธีการป้องกันการเกิดโรคทางผิวหนังของโคและกระบือ

2. วิธีการลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารของโคและกระบือ

3. วิธีการเลี้ยงโคและกระบือให้อายุยืนยาว

4. ช่องทางการขายโคและกระบือให้ได้ราคาสูง

3. กลุ่มเป้าหมายเกษตรกรที่เลี้ยงแพะ

3.1 ปัญหาที่พบเจอ

1. ราคาและตลาด (กลุ่มสหกรณ์แพะ)

2. ขาดความรู้ด้านการสร้างและออกแบบโรงเรือน

3. ไม่มีความรู้ด้านการจัดการการเลี้ยงแพะที่เป็นระบบ

4. ขาดความรู้และประสบการณ์ในการป้องกันและรักษาโรค

5. ขาดความรู้ความเข้าใจในการผลิตอาหารเพื่อลดต้นทุนการผลิต

6. ขาดความรู้ความเข้าใจในการให้อาหารแพะ

3.2 วัตถุดิบ/อาหารที่ใช้

1. ใบกระถิน

2. หญ้าเนเปียร์บด

3. หญ้าหวานบด

4. หัวอาหารเสริมสำเร็จรูป

3.3 วัคซีนหรือยาที่ใช้รักษาโรค

1. วัคซีนปากและเท้าเปื่อย

2. ยาบำรุง

3. ยาถ่ายพยาธิ

3.4 ความต้องการในการพัฒนา

1. การหาตลาดในการขายสัตว์เศรฐกิจที่เลี้ยงให้ได้ราคาสูง

2. การจัดหาวัคซีนและตารางการทำวัคซีนตามฤดูกาล

3. การเลี้ยงสัตว์ยังไงให้ง่ายและมีความชัดเจนในเรื่องต้นทุนการผลิตและราคาขาย

4. กลุ่มเป้าหมายเกษตรกรที่เลี้ยงสุกร

4.1 ปัญหาที่พบเจอ

1. โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร

2. โรคปากเท้าเปื่อย

3. โรคระบบทางเดินหายใจและระบบสืบพันธุ์

4. ต้นทุนอาหารสูง

4.2 วัตถุดิบ/อาหารที่ใช้

1. อาหารสัตว์สำเร็จรูป

2. รำหยาบ และรำอ่อน

3. ปลายข้าว

4.3 วัคซีนหรือยาที่ใช้รักษาโรค

1. วิตามิน

2. ยาม่วง​​

3. ยาเขียว

4.4 ความต้องการในการพัฒนา

1. การเรียนรู้วิธีการผสมเทียมสุกร

2. วิธีการผสมอาหารสัตว์สำเร็จรูปเพื่อเป็นการลดต้นทุนอาหาร

จากการจัดกิจกรรมการสร้างอาชีพใหม่ด้านการปศุสัตว์ เบื้องต้นพบว่าเกษตรกรผู้ที่เลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจในชุมชน โดยเฉพาะไก่พื้นเมือง สุกรรวมไปถึงโคและกระบือ ประสบกับปัญหาราคาอาหารสัตว์ หรือวัตถุดิบอาหารสัตว์มีราคาแพง ในขณะเดียวกันผลผลิตที่ได้จากการเลี้ยงสัตว์กลับมีราคาไม่สมดุลกับต้นทุนค่าอาหารสัตว์ที่สูงขึ้น ทางคณะผู้ปฏิบัติงาน AG01(1) พร้อมกับอาจารย์ประจำหลักสูตร และวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการปศุสัตว์ อาจารย์ เอกสิทธิ์ สมคุณา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นฤมล สมคุณา และอาจารย์ ดร.กันตพัฒน์ รัตนสินธุพงศ์ จึงได้มีการแนะนำและสาธิตวิธีการประกอบสูตรอาหารสัตว์ต่างๆ ที่มีต้นทุนการผลิตที่ต่ำ และสามารถหาวัตถุดิบได้ง่ายทั่วไปในชุมชน อาทิ วิธีการประกอบสูตรอาหารTMR วิธีการประกอบสูตรอาหารข้นโคและกระบือ และวิธีการประกอบสูตรอาหารหมักยีสต์ เพื่อเป็นการลดต้นทุนค่าอาหาร และช่วยเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการของวัตถุดิบอาหารสัตว์ต่างๆ อีกทั้งยังสามารถเก็บไว้ได้เป็นเวลานานอีกด้วย

วิธีการประกอบสูตรอาหาร TMR

1. หญ้าเนเปียร์ (หมัก)  ​​65%      

2. ใบกระถิน + กิ่งอ่อน ​​8%    

3. ใบมันสำปะหลัง + ก้านอ่อน8%    

4. รำะเอียด​​​6%

5. กากน้ำตาล ​​​3%

6. Premix ​​​0.5%  

7. กากถั่วเหลือง ​​​4%      

8. ยูเรีย ​​​​2%        

9. เกลือ ​​​0.5%

วิธีการประกอบสูตรอาหารข้นโคและกระบือ

1. มันสําปะหลัง ​​50%            

2. กากถั่วเหลือง ​​19%          

3. ปลาป่น ​​5%

4. เกลือ ​​0.5 %                                  

5. Premix ​​0.5%

6. รำละเอียด ​​ 8 %                  

7. ปลายข้าว ​​17 %      

วิธีการประกอบสูตรอาหารหมักยีสต์

1. ยีสต์ขนมปัง ​​500 กรัม

2. กากน้ำตาล ​​1 กิโลกรัม

3. น้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม

4. น้ำสะอาด ​​20 ลิตร

5. วัตถุดิบ ​​50 กิโลกรัม

หมายเหตุ : สูตรหมักยีสต์ควรทำการหมัก 7-14 วัน

3. ผลจากการสำรวจและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบจากโรคระบาดโควิด-19

          จากการสำรวจและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ในเดือนพฤศจิกายน พบว่า ชาวบ้านในชุมชนทราบถึงข่าวเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ที่มีการแพร่ระบาดในปัจจุบัน และตระหนักถึงการป้องกันตนเองเป็นอย่างดี ว่าควรปฏิบัติอย่างไรเมื่อต้องไปอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงของโรคระบาด เช่น การเว้นระยะห่าง การล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์ การสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆของชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการประชุมหมู่บ้าน การเข้าวัดทำบุญ การจ่ายตลาดในชุมชน รวมไปถึงการใช้ช้อนกลางในการรับประทานอาหาร เป็นต้น

          4. ปัญหา อุปสรรคในการทำงาน และการแก้ไขปัญหา

จากการลงพื้นที่ในช่วงเดือนพฤศจิกายนพบปัญหาด้านการเชิญชวนให้สมาชิกบางกลุ่มมาเข้าร่วมกิจกรรมค่อนข้างยากพอสมควร เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ต่างๆที่มีความรุนแรงมากขึ้น และมีอัตราเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง ส่งผลให้สมาชิกบางส่วนเกิดความวิตกกังวลในการจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มกัน ทางคณะผู้ปฏิบัติงานจึงมีการแก้ไขปัญหาโดยมีมาตรการในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นอย่างดี โดยมีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ก่อนการเข้าร่วมกิจกรรมการอบรม การให้ผู้เข้าร่วมสวมหน้ากากอนามัย และมีการจัดที่นั่งในการอบรมแบบเว้นระยะห่าง เพื่อเป็นการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เบื้องต้น          

5. สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการลงพื้นที่ตำบลตูมใหญ่ อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์

          จากการลงพื้นที่ในเดือนพฤศจิกายน ได้เรียนรู้ทักษะวิธีการนำเสนอการเล่าเรื่อง เพื่อสื่อสารให้เกิดความน่าสนใจต่อผู้ฟังมากยิ่งขึ้น และได้เรียนรู้วิธีการทำสูตรอาหารสัตว์ต่างๆเพื่อนไปพัฒนาต่อยอดให้สามารถปรับใช้ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งได้เรียนรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและวิธีการแก้ไขปัญหาของการลงพื้นที่ในช่วงโรคโควิด-19 แพร่ระบา

6. แผนการดำเนินงานต่อไป

ภายในเดือนธันวาคม 2564 คณะผู้ปฏิบัติงาน AG01(1) ตำบลตูมใหญ่ อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ มีการวางแผนการดำเนินงาน ดังนี้
1. ประชุมสรุปการทำงานและวางแผนการดำเนินงานในช่วงเดือนพฤศจิกายน-เดือนธันวาคม โดยมุ่งเน้นในเรื่องของการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ชุมชนผ้าทอมือ เพื่อจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้การย้อมสีธรรมชาติประจำตำบล การจัดกิจกรรม One Day Trip การพัฒนาตลาดออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม Facebook อย่างต่อเนื่อง และสรุปแผนการดำเนินงานเมื่อสิ้นสุดโครงการ
2. ประชุมวางแผนการดำเนินงานเพื่อพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ชุมชนผ้าทอมือบ้านหนองดุม และจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้การย้อมสีธรรมชาติประจำตำบล
3. จัดกิจกรรม One Day Trip โดยการพาเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ชุมชนที่น่าสนใจแบบวันเดียวไปเช้าเย็นกลับ ตามแผนที่วางไว้
4. จัดทำรายงานสรุปแผนการดำเนินงาน เพื่อจัดทำรูปเล่มรายงานปิดโครงการ และคืนองค์ความรู้ทั้งหมดให้กับชุมชน เพื่อเป็นการนำองค์ความรู้ที่ได้ไปพัฒนาต่อไป

 

อื่นๆ

เมนู