ดิฉันนางสาวแพรทอง เอี่ยมศรี ประเภทบัณฑิตจบใหม่ทำงานภายใต้โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย เพื่อสร้างรากแก้วให้ประเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ระยะเวลาโครงการ 11 เดือน เพื่อยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ ซึ่งได้รับมอบหมายในการปฏิบัติหน้าที่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบเพื่อเก็บข้อมูลจำนวน 4 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ 2 บ้านทุ่งบ่อ หมู่ 11 บ้านโคกเมฆ หมู่ 12 บ้านโนนตะคร้อ หมู่ 13 บ้านโนนสะอาด ต.บ้านคู อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ 

กิจกรรมและแผนการดำเนินงานของโครงการ AG01(2)

ลงพื้นที่ ขออนุญาตผู้นำชุมชนเข้าสำรวจเก็บแบบสอบถามข้อมูลทั่วไปของเกษตร ที่เน้นเกี่ยวกับด้านปศุสัตว์

กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการการอาชีพใหม่ด้านการปศุสัตว์ ณ ศาลาประชาคม บ้านโนนตะคร้อ อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ (ครั้งที่ 2)

ลงพื้นที่พากลุ่มทอผ้าไหมไปจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนที่เกษตรและลงพื้นที่สอบถามกลุ่มเปราะบางที่ อบต.บ้านคู

ลงพื้นที่ทำความสะอาดเพื่อเตรียมจัดศูนย์การเรียนรู้กับกลุ่มทอผ้าไหมบ้านโคกเมฆและบ้านทุ่งบ่อ

ลงพื้นที่จัดอบรม เรื่อง การพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ (กลุ่มทอผ้าไหม/กลุ่มผักอินทรีย์) ณ แปลงผักอินทรีย์ปลอดสารพิษบ้านโนนสะอาด ตำบลบ้านคู อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์

การอบรมส่งเสริมอาชีพใหม่ด้านปศุสัตว์ (สัตว์น้ำ) ณ บ้านโนนสะอาด ตำบลบ้านคู อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์

ลงพื้นที่จัดอบรม เรื่อง การจัดตั้งกลุ่มศูนย์การเรียนรู้ ณ ต้นไทร บ้านโนนสะอาด ตำบลบ้านคู อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์

ศูนย์การเรียนรู้บ้านโคกเมฆและบ้านทุ่งบ่อ เรื่องการย้อมสีธรรมชาติและการทอผ้าไหม

  บ้านทุ่งบ่อ เรื่อง การย้อมสีธรรมชาติ

ข้อมูลและที่มา

          กลุ่มทอผ้าไหมบ้านทุ่งบ่อย้อมสีที่ได้จากธรรมชาติ เป็นความรู้ดั่งเดิมที่สืบทอดกันมาจากปู่ย่าตายาย แหล่งวัตถุดิบสีธรรมชาติยังสามารถหาได้จากต้นไม้ ใบไม้ ที่ให้สีสันสวยงามตามที่เราต้องการและหาได้ไม่ยาก ซึ่งปัจจุบันมีการส่งเสริมให้ใช้วัสดุจากธรรมชาติกันมากขึ้น เพราะผลิตภัณฑ์ที่ได้จากธรรมชาติจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยมาก และกรรมวิธีผลิตที่แตกต่างกัน ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มีความสวยงามและหลากหลาย

กลุ่มทอผ้าไหมบ้านทุ่งบ่อ เริ่มก่อตั้ง 22 กรกฎาคม 2549 ประธานกลุ่มคือ นางโฉมงาม  อักษรเสือ เป็นประธานกลุ่มวิสาหกิจ ชุมชนประกอบไปด้วยสมาชิกทั้งหมด 13 คน กลุ่มทอผ้าบ้านทุ่งบ่อ โดยมีโครงการยกระดับเศษฐกิจและสังคมรายตำบล แบบบูรณาการ(มหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ)กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือ หน่วยงาน อว.ร่วมกับ มหาวิทยาลัยลัยราชภัฏบุรีรัมย์จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้และเสริมสร้างอาชีพ เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาต่อยอดสิ่งที่มีในพื้นที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้และภายหลังได้มีการจัดตั้งให้ เป็นศูนย์การเรียนรู้กลุ่มทอผ้าไหมบ้านทุ่งบ่อมุ่งเน้นการย้อมสีธรรมชาติ

วัตถุประสงค์ในการก่อตั้งกลุ่ม

  • เพื่อให้ชาวบ้านในชุมชนบ้านทุ่งบ่ออมีอาชีพและมีรายได้เสริม
  • เพื่อสืบสานภูมิปัญญาบรรพบุรุษตั้งแต่สมัยปู่ ย่า ตายาย
  • เพื่อนำทรัพยากรที่มีในท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  • เพื่อให้เห็นคุณค่าและรู้จักใช้ ประโยชน์ของทรัพยากรธรรมชาติและยังไม่อันตรายต่อสุขภาพของผู้ผลิตและผู้บริโภค

สมาชิกกลุ่ม จำนวน 13 คน

          1.นางโฉมงาม  อักษรเสือ

2.นางหน่อย  เจือสุข

3.นางมณีวรรณ  กิ่งของ

4.นางพวง  แพไธสง

5.นางกำพร  แสนพระ

6.นางสงบ  เซียวเครือ

7.นางสุนทรภร  หลุนบูชา

8.นางทองดา  บุญจนะ

9.นางฐี  ชัยราช

10.นางนาง  นับไธสง

11.นางสุรางค์  ฉวีวงศ์

12.นางทองสัว  มาตรนอก

13.นางสาวเกศทิพ  ชัยศร

วัตถุดิบ

1.โคลนตม

2.แก่นขนุน

3.แก่นฝาง

4.ขมิ้น

5.ตัวครั่ง

6.เปลือกมะพร้าว

7.ใบแก้ว

ขั้นตอนการย้อมสีธรรมชาติ

  1. ต้มน้ำให้เดือด ในภาชนะที่ใหญ่พอประมาณ (ขึ้นอยู่กับจำนวนผ้า ที่จะย้อมด้วย) ใส่เกลือลงไปพร้อมกับน้ำเพื่อให้สีติดทนนานและสีสดขึ้น
  2. นำวัตถุดิบให้สีที่เตรียมไว้มาสับๆ ให้เล็กพอประมาณ แล้วใส่ ใน ถุงผ้าหรือตาข่ายที่เตรียมไว้ แล้วนำเอาไปต้มกับน้ำที่เดือด  เพื่อสกัดเอาสารที่มี อยู่ในนั้นออกมา ให้สังเกตสีที่ออกมาจากถ้าสีเข้มแล้วจึง
  3. นำผ้าที่ผูกลายเสร็จลงไปในหม้อต้มสี ให้กลับด้านผ้าหรือกวน ให้ตลอดเพื่อให้สีผ้าดูดสีสม่ำเสมอกันทั้งผืน ให้สังเกตสีที่ซึมเข้าไปในเนื้อผ้า ถ้าพอใจหรือเหมาะสมแล้วจึงนำออกมา วางให้เย็นก่อน (ประมาณ 30 นาที ขึ้นอยู่กับอุณหถูมิของน้ำ)
  1. แล้วค่อยเอาลงล้างขยี้เบาๆ ในน้ำตัวทำปฏิกิริยาเพื่อทำให้เกิดสีใหม่ เช่น   น้ำสนิม  น้ำสารส้ม   น้ำปูนใส   น้ำด่างขี้เถ้า  (ในขณะที่แช่ผ้าในตัวทำปฏิกิริยาแต่ละชนิดให้สังเกตถึงความต่างและการเปลี่ยนแปลงสีของแต่ละชนิดไว้ด้วยเพราะแต่ละตัวจะให้สีแตกต่างกัน) ถ้าพอใจแล้วให้แกะลายออกแล้วนำไปตากแดดให้แห้ง หรือถ้ายังไม่พอใจในสีที่ปรากฏให้นำไปล้างน้ำ สะอาดแล้วนำกลับไปย้อมกับตัวทำปฏิกิริยาชนิดอื่นๆ อีก   แต่ข้อควรระวัง คือในระหว่างที่นำผ้าเปลี่ยนตัวทำปฏิกิริยาให้ล้างน้ำเปล่าก่อน เพื่อไม่ให้ผสมกัน หรือถ้าไม่พอใจอีกอาจนำไปต้มกับน้ำเปลือกไม้อีกครั้ง  เพื่อย้อมใหม่ จนเป็นที่พอใจแล้วแก้ผ้าที่มัดไว้นำไปตากแดดให้แห้ง

บ้านโคกเมฆ เรื่อง การทอผ้าไหม

ประวัติและที่มา

การทอผ้าไหมเป็นงานหัตถกรรมพื้นบ้านและเป็นการทอผ้าไหมแบบโบราณ เป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย สู่รุ่นลูกหลาน มีคุณค่าทางศิลปะ เป็นการเเสดงถึงแบบแผนความเป็นอยู่ในสังคม มีกรรมวิธีเทคนิคทอผ้าให้เกิดลวดลายต่างๆขึ้น จึงเป็นเทคนิคและความสามารถของแต่ละคน ซึ่งผู้ทอสามารถประดิษฐ์ขึ้นเองได้ มีลวดลายที่หลากหลายสามารถนำมาประสานกันได้อย่างเหมาะสม งดงาม ตามภูมิปัญญาของแต่ละคนและความสามารถของคนในกลุ่มเป็นอย่างดี ผ้าไหมทอมือจึงมีเทคนิคในการทอและความสวยงามเป็นที่สุดของกลุ่ม

กลุ่มทอผ้าไหมบ้านโคกเมฆเริ่มจัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2537 ณ ปัจจุบัน ประธานกลุ่ม คือ นางบุญเพ็ง หมื่นไธสง เป็นประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน โดยมีสมาชิกทั้งหมด 17 คน กลุ่มทอผ้าไหมบ้านโคกเมฆเป็นกลุ่มแม่บ้าน ช่างทอผ้าที่รวมตัวกันทอผ้าเป็นอาชีพเสริมและนำออกขายตามชุมชนต่างๆ ซึ่งมีการยกระดับเศรษฐกิจของชุมชน โดยมีโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบล แบบบูรณาการ (มหาวิทยาลัยสู่ตำบลสร้างรากเเก้วให้ประเทศ)กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย นวัตกรรมหรือหน่วยงาน อว. ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้และเสริมสร้างอาชีพ เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาต่อยอดสิ่งที่มีในพื้นที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้และภายหลังได้มีการจัดตั้งให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาทอผ้าไหมบ้านโคกเมฆ

สตอรี่ /ลายเอกลักษณ์

ความเป็นมาของกลุ่มเป็นมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สมัยปู่ ย่า ตา ยาย จากรุ่นลูกสู่รุ่นหลาน ลายผ้าส่วนใหญ่เกิดจากการผสมผสานลายต่างๆ เช่น ลายขอ ลายคมห้า ลายดาวล้อมเดือน ที่เรานำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดลายใหม่ออกมา จุดเริ่มต้นของผ้า เริ่มต้นจากลายขอที่มีมาตั้งแต่สมัยปู่ ย่า ทางกลุ่มได้พัฒนาลายขึ้นมาใหม่ นำลายคมห้า และลายดาวล้อมเดือน มารวมกันได้เกิดเป็นลายใหม่ขึ้นมา และกลุ่มเราได้ตั้งชื่อว่า ลายขออมรเทพ ซึ่งที่มาของชื่อนี้ได้มาจากชื่อของโรงเรียนที่มี 4 หมู่บ้าน ในลายผ้าของเราใช้ลายขอสี่ตัวประกอบกันเชื่อมโยงไปกับลายดาวล้อมเดือน หมายถึง ความสามัคคีของคนในชุมชนของเรา

จุดเด่นผ้าของเราใช้เส้นไหมที่เราเลี้ยงเอง สีที่ได้ซึ่งมาจากสีธรรมชาติ เช่น สีเหลือง ได้มาจาก แก่นขนุนและแก่นยอ, สีแดง ได้มาจาก ครั่งและฝาง, สีเขียว ได้มาจาก ใบดอกปีบ, สีม่วง ได้มาจาก ดอกอัญชัน และสีกาแฟ ได้มาจากผลของกาแฟ

วัตถุประสงค์ในการก่อตั้งกลุ่ม

  1. เพื่อให้ชาวบ้านในชุมชนมีอาชีพเสริมและมีรายได้เสริม
  2. เพื่อสืบสานภูมิปัญญาบรรพบุรุษตั้งแต่สมัยปู่ ย่า ตายาย จากรุ่นลูกสู่รุ่นหลาย และ รักษาวัฒนธรรมสืบทอดต่อไป
  3. เพื่อนำเส้นไหมที่ได้จากการเลี้ยงไหมนำมาทอเป็นผลิตภัณฑ์ผืนผ้า
  4. เพื่อเป็นการเสริมสร้างการถ่ายทอดองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนความคิด ระดมความคิด ประสบการณ์ของทางกลุ่มไปยังผู้ที่สนใจภายนอกชุมชน

สมาชิกกลุ่ม จำนวน 17  คน

  1. นางบุญเพ็ง หมื่นไธสง ประธาน
  2. นางสาวศิริญากรณ์ พรมวงษา รองประธาน
  3. นางนวลจันทร์ สร้างนานอก เลขานุการ
  4. นางสุรัตน์ เหมียดไธสง กรรมการ
  5. นางสาวสุมาลี หินคล้าย กรรมการ
  6. นางจันรัส ปะตังถาโต กรรมการ
  7. นางถนอม สมบัติจ่อย กรรมการ
  8. นางทองดา สร้างนานอก กรรมการ
  9. นางหนูชิน บุราณะผาย กรรมการ
  10. นางพวงทอง สว่างนอก กรรมการ
  11. นางบุษยา พุงไธสง กรรมการ
  12. นางสาวกรองจิต ทะนงอาจ กรรมการ
  13. นางพิมรภัทร ทูลมาลา กรรมการ
  14. นางอำพร เมาไธสง กรรมการ
  15. นางหล่า ปุระชะทึง กรรมการ
  16. นางสมหมาย ดาวไธสง กรรมการ
  17. นาย เสมียน เหมียดไธสง กรรมการ

วัตถุดิบ

– เส้นไหม

ขั้นตอนการทอผ้า มีดังนี้

1.การเตรียมเส้นไหม

          การเตรียมไหมเส้นยืน

          การเตรียมไหมยืน คือ ไหมที่ใช้ในการทอผ้าเป็นไหมแกนกลางของผ้า ซึ่งเริ่มจากเส้นใยผ้าไหมด้วยไหมสีที่เราต้องการแล้วนำไหมที่ได้ว่าปั่นใส่อักเมื่อได้เส้นไหมที่ดันใส่หลักค้นพบกับขนาดของฟืมที่จะทำเป็นเครือแล้วนำเส้นไหมที่ได้ไปสืบใส่ฟืมและทำการม้วนเครือ

          การเตรียมไหมเส้นพุ่ง

การเตรียมไหมเส้นพุ่ง คือ ไหมที่ได้จากการมัดลาย(มัดหมี่) ที่ผ่านยุในขบวนการย้อมได้ลวดลายต่างๆ เป็นไหมที่ทอในลายขวางของผ้านำมาปั่นใส่หลอดที่มีสีต่างๆและมีลวดลายต่างๆตามความต้องการแล้วนำไปบรรจุใส่กระสวยก่อนนำไปทอ

2.ขั้นตอนการมัดหมี่

การมัดหมี่ คือ การทำผ้าไหมให้เป็นลายและสีสันต่างๆตามแบบหรือลายที่ได้ออกแบบไว ซึ่งปัจจุบันมีทั้งแบบลายที่เป็นแบบลายโบราณและแบบที่เป็นลายประยุกต์ โดยการมัดเส้นไหมให้เป็นลวดลายที่เส้นพุ่งด้วยเชือกฟางมัดลายแล้วนำไปย้อมสี แล้วนำมามัดลายอีกแล้วย้อมสีสลับกันหลายครั้ง เพื่อให้ผ้าไหมมีลวดลายและสีตามต้องการ เช่น ผ้าที่ออกแบบลายไว้มี 5 สี ต้องทำการมัดย้อม 5 ครั้ง เป็นต้น

3.ขั้นตอนการย้อมสี

การย้อมสีไหมจะต้องนำไหมดิบมาฟอกเพื่อไม่ให้มีไขมันเกาะ โดยจะใช้ด่างจากขี้เถ้าไปฟอกไหม เรียกว่า “การดองไหม” จะทำให้เส้นไหมขาวนวลขึ้น แล้วจึงนำไปย้อม ในสมัยก่อนนิยมใช้สีจากธรรมชาต แต่ปัจจุบันการย้อมด้วยสีธรรมชาติเริ่มหายไป เนื่องจากมีสีวิทยาศาสตร์เข้ามาแทนที่ ที่หาซื้อง่ายตามร้านขายเส้นไหมหรือผ้าไหม เมื่อละลายน้ำจะแตกตัว ย้อมง่าย สีสดใส ราคาค่อนข้างถูกทนต่อการซักค่อนข้างดี การย้อมด้วยสีธรรมชาติมีข้อดี คือ สีไม่ฉูดฉาด สีอ่อนเย็นตากว่าสีสังเคราะห์ จึงทำให้สีของผ้างดงามสัมพันธ์กับรูปแบบของผ้าพื้นเมือง สีธรรมชาติจะติดสีได้ดีในเส้นไหมและฝ้าย วิธีย้อมคือ การคั้นเอาน้ำจากพืชที่ให้สีนั้นๆ ต้มให้เดือด จากนั้นนำไหมชุบน้ำให้เปียกบิดพอหมาด กระตุกให้เส้นไหมเรียงเส้นจึงแช่ในน้ำย้อมสีที่เตรียมไว จากนั้นนำไปผึ่งให้แห้งจะได้เส้นไหมที่มีสีตามต้องการ

4.ขั้นตอนการทอผ้าไหมมัดหมี่และผ้าคลุมไหล่

ขั้นตอนสุดท้ายก่อนที่จะออกมาเป็นผ้าผืน คือการทอผ้าไหมจะประกอบไปด้วยเส้นไหม 2 ชุด คือชุดแรกเป็น “เส้นไหมยืน” จะขึงไปตามความยาวผ้าอยู่ติดกับกี่ทอ(เครื่องทอ) หรือแกนม้วนด้านยืน อีกชุดหนึ่งคือ “เส้นไหมพุ่ง” จะถูกกรอเข้ากระสวย เพื่อให้กระสวยเป็นตัวนำเส้นด้ายพุ่งสอดขัดเส้นด้ายยืนเป็นมุมฉาก ทอสลับกันไปตลอดความยาวของผืนผ้า การสอดด้ายพุ่งแต่ละเส้นต้องสอดให้สุดถึงริมแต่ละด้าน แล้วจึงวกกลับมา จะทำให้เกิดริมผ้าเป็นเส้นตรงทั้งสองด้าน ส่วนลวดลายของผ้านั้นขึ้นอยู่กับการวางลายผ้าตามแบบของผู้ทอที่ได้ทำการมัดหมี่ไว้

แผนการดำเนินงานต่อไป
คณะผู้ปฏิบัติงาน AG01(2) ตำบลบ้านคู อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ มีการวางแผนการดำเนินงานต่อไป ดังนี้
1. คืนองค์ความรู้ทั้งหมดให้กับชุมชน เพื่อเป็นการนำองค์ความรู้ที่ได้ไปพัฒนาต่อไป
2. จัดกิจกรรม One Day Trip ท่องเที่ยวศูนย์การเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจของตำบล โดยการพาเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ชุมชนที่น่าสนใจแบบวันเดียวไปเช้าเย็นกลับ ตามแผนที่วางไว้
3. จัดทำรายงานสรุปแผนการดำเนินงาน เพื่อจัดทำรูปเล่มรายงานปิดโครงการ
4. นำเสนอผลการปฏิบัติงานประจำเดือนธันวาคมต่อคณะกรรมการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ภายใต้โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ 1 มหาวิทยาลัย 1 ตำบล (มหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ)

ลงพื้นที่ ขออนุญาตผู้นำชุมชนเข้าสำรวจเก็บแบบสอบถามข้อมูลทั่วไปของเกษตร ที่เน้นเกี่ยวกับด้านปศุสัตว์

   

กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการการอาชีพใหม่ด้านการปศุสัตว์ ณ ศาลาประชาคม บ้านโนนตะคร้อ อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ (ครั้งที่ 2)

การอบรมส่งเสริมอาชีพใหม่ด้านปศุสัตว์ (สัตว์น้ำ) ณ บ้านโนนสะอาด ตำบลบ้านคู อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์

ลงพื้นที่จัดอบรม เรื่อง การพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ (กลุ่มทอผ้าไหม/กลุ่มผักอินทรีย์)

ลงพื้นที่พากลุ่มทอผ้าไหมไปจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนที่เกษตรและลงพื้นที่สอบถามกลุ่มเปราะบางที่ อบต.บ้านคู

  

ลงพื้นที่ทำความสะอาดเพื่อเตรียมจัดศูนย์การเรียนรู้กับกลุ่มทอผ้าไหมบ้านโคกเมฆและบ้านทุ่งบ่อ

ลงพื้นที่จัดอบรม เรื่อง การจัดตั้งกลุ่มศูนย์การเรียนรู้

อื่นๆ

เมนู