1. หน้าแรก
  2. คณะเทคโนโลยีการเกษตร
  3. AG03(1) - ตำบลพรสำราญ อำเภอคูเมือง
  4. กิจกรรม U2T รวมพลัง ปกป้องชีวิต พิชิตภัยCOVID ด้วยวัคซีน หลักสูตร: AG03-(1) โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ ตำบลพรสำราญ อำเภอคูเมือง  จังหวัดบุรีรัมย์

กิจกรรม U2T รวมพลัง ปกป้องชีวิต พิชิตภัยCOVID ด้วยวัคซีน หลักสูตร: AG03-(1) โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ ตำบลพรสำราญ อำเภอคูเมือง  จังหวัดบุรีรัมย์

ประจำเดือน มิถุนายน ๒๕๖๔ 

ข้าพเจ้านาย สุรจิตต์ คงศิลา 

ประเภท : บัณทิตจบใหม่              ตำแหน่งงาน  :  เจ้าหน้าที่ดำเนินงานตำบลพรสำราญ

 ตำบลพรสำราญ อำเภอคูเมือง  จังหวัดบุรีรัมย์

 หลักสูตร: AG03-(1) โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ มหาวิทยาลัยสู่ตำบล เพื่อสร้างรากแก้วให้ประเทศ       มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

ปฎิบัติงานด้านการสำรวจศักยภาพรายตำบล ๑๖ เป้าหมาย

ข้าพเจ้าได้เริ่มทำงานตามโครงการยกระดับเศษฐกิจ และสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ ๑ มหาวิทยาลัย ๑ ตำบล  มหาวิทยาลัยสู่ตำบล  สร้างรากแก้วให้ประเทศ

ประวัติความเป็นมา

ตำบลพรสำราญ ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2508 โดยแยกออกจากตำบลพระครูใหญ่ อำเภอเมืองฯ มี 12 หมู่บ้าน และยังขึ้นอยู่กับอำเภอเมืองฯ โดยมีนายโสภา ปินะกะรัง เป็นกำนันคนแรก ต่อมาเมื่อปี 2512 ได้จัดตั้งอำเภอคูเมืองขึ้น ตำบลพรสำราญ ถูกแยกออกมาให้ขึ้นกับอำเภอคูเมือง เป็นต้นมา ปัจจุบันตำบลพรสำราญ มีหมู่บ้านทั้งสิ้น 19 หมู่บ้าน โดยมีนายวีรศักดิ์ บัวบาน เป็นกำนันคนที่ 3  

       จัดกิจกรรม U2T รวมพลัง ปกป้องชีวิต พิชิตภัย COVID

                            ในตำบลพรสำราญ  อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์

เมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๔ 

ทีมผู้ปฎิบัติงานตำบลพรสำราญได้ร่วมกันจัดกิจกรรม U2T รวมพลัง ปกป้องชีวิต พิชิตภัย COVID ด้วยวัคซีน

 ณโรงเรียนบ้านพรสำราญ

 เนื้อหาด้านการจัดกิจกรรมจะเป็นการให้ความรู้เรื่องวัคซีน

  โดย คุณหมอ ศุภาภร ศรีปทุม (โรงพยาบาลส่วเสริมสุขภาพตำบลโนนยานาง) 

วัคซีนโควิด Sinovac คืออะไร

วัคซีน “โคโรนาแวค” (CoronaVac) ผลิตโดยบริษัทซิโนแวค ไบโอเทค (Sinovac Biotech) ประเทศจีน วัคซีนชนิดนี้เริ่มมีการพัฒนามาตั้งแต่มกราคม 2020 และเริ่มใช้งานครั้งแรกในประเทศจีนเมื่อเดือนตุลาคมปีเดียวกัน

ทั้งนี้วัคซีนโคโรนาแวค หรือซิโนแวค ใช้เทคโนโลยีการผลิตวัคซีนแบบเชื้อตาย (Inactivated Vaccine) เช่นเดียวกับการผลิตวัคซีนตับอักเสบเอและวัคซีนโปลิโอชนิดฉีด

การผลิตวัคซีนแบบเชื้อตายหมายความว่า การนำเชื้อไวรัสซาร์ส-โควี-2 (COVID-19) มาเพาะเลี้ยงให้ขยายพันธุ์จำนวนมาก จากนั้นจึงนำมาฆ่าด้วยสารเคมีบางชนิด หรือระดับความร้อนที่เหมาะสม แล้วจึงนำมาผลิตเป็นวัคซีน

กลไกของวัคซีนชนิดนี้คือ การเหนี่ยวนำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน หรือแอนติบอดีต้านเชื้อไวรัสเชื้อไวรัสซาร์ส-โควี-2 เพื่อไม่ให้เข้าสู่เซลล์ร่างกายได้นั่นเอง

เทคโนโลยีดังกล่าวแตกต่างจากวัคซีนโควิดของไฟเซอร์ (Pfizer COVID-19 Vaccine) และวัคซีนโควิดของโมเดอร์นา (Moderna COVID-19 Vaccine) ซึ่งเปิดตัวมาก่อนหน้า วัคซีนสองค่ายนี้ต่างใช้เทคโนโลยีการผลิตวัคซีนแบบสังเคราะห์สารดีเอ็นเอ (DNA) หรือสารอาร์เอ็มเอ (mRNA) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่

อีกทั้งยังแตกต่างจาก วัคซีนโควิดของแอสตราเซนากา (AstraZeneca COVID-19 Vaccine) วัคซีนอีกชนิดที่นำเข้ามาฉีดในประเทศไทย ซึ่งเป็นวัคซีนที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตโดยการใช้ไวรัสเป็นพาหะ (Recombynant viral vector vaccine)

ปัจจุบันวัคซีนโควิดซิโนแวคได้รับอนุมัติใช้แล้วในหลายประเทศ เช่น ตุรกี ยูเครน ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ลาว อุรุกวัย เม็กซิโก บราซิล โคลอมเบีย รวมทั้งประเทศไทย

วัคซีนโควิด Sinovac มีข้อบ่งใช้อย่างไร

  • ผู้เข้ารับวัคซีนโควิดซิโนแวคต้องรับวัคซีนจำนวน 2 โดสด้วยกันที่ต้นแขนด้านบน โดยเข็มที่ 2 จะฉีดเว้นระยะห่างจากเข็มแรก 2-4 สัปดาห์ โดยในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดรุนแรง แนะนำให้ฉีดเข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 2 สัปดาห์
  • การฉีดวัคซีนโควิดทั้งสองเข็มต้องเป็นชนิดเดียวกัน
  • สำหรับประเทศไทย แนะนำให้ฉีดในผู้ที่มีอายุระหว่าง 18 ปีขึ้นไป ล่าสุดจีนได้พบว่า สามารถฉีดให้ผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไปที่มีสุขภาพดีได้แล้ว (ข้อมูล 7 พฤษภาคม 2564)
  • หากเคยติดเชื้อ COVID-19 แล้ว หลังหายเป็นปกติภายใน 6 เดือน ควรเข้ารับวัคซีนโควิดเพื่อป้องกันโรค ทั้งนี้อาจต้องรอการอัปเดตข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขอีกครั้ง
  • สามารถฉีดวัคซีนโควิดร่วมกับวัคซีนป้องกันโรคชนิดอื่นได้ แต่ต้องเว้นระยะห่างอย่างน้อย 14 วัน หรือขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์

วัคซีนโควิด Sinovac ไม่เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่มีประวัติแพ้วัคซีนอย่างรุนแรง
  • ผู้ที่มีประวัติภูมิแพ้อย่างรุนแรง เช่น แพ้อาหาร แพ้โลหะ
  • ผู้มีไข้ หรือเจ็บป่วยรุนแรง
  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรังซึ่งไม่สามารถควบคุมโรคให้อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยได้
  • ผู้ที่มีภาวะทางระบบประสาทรุนแรง
  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • หญิงตั้งครรภ์และหญิงที่อยู่ระหว่างให้นมบุตร ยังไม่ควรเข้ารับวัคซีนโควิด เว้นแต่ได้รับการประกาศยืนยันจากกระทรวงสาธารณสุขแล้ว

วัคซีนโควิด Sinovac มีประสิทธิภาพแค่ไหน

การทดลองวัคซีนซิโนแวคในจีนยืนยันประสิทธิภาพ 78 เปอร์เซ็นต์ในกลุ่มผู้ป่วยโควิดที่มีอาการไม่รุนแรง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการยืนยันประสิทธิภาพของวัคซีนโควิดยี่ห้อนี้กลับแตกต่างไปในหลายประเทศ

เช่น บราซิลยืนยันประสิทธิภาพวัคซีนที่ 78 เปอร์เซ็นต์ แต่ล่าสุดประกาศประสิทธิภาพลดลงมาอยู่ที่ 50.38 เปอร์เซ็นต์ อินโดนีเซียยืนยันในประสิทธิภาพวัคซีนที่ 65.3 เปอร์เซ็นต์

ทั้งหมดนี้ถือเป็นผลลัพธ์ที่กว้างมากเมื่อเทียบกับวัคซีนยี่ห้ออื่นๆ อย่างไรก็ตาม การศึกษาประสิทธิภาพของวัคซีนยังคงต้องรอการเก็บข้อมูลต่อไปอีก 6 เดือน หรือ 1 ปี ทั้งในเรื่องของประสิทธิภาพและข้อบ่งใช้ในกลุ่มอายุต่างๆ

เช่นเดียวกับวัคซีนโควิดยี่ห้ออื่นๆ ที่วัคซีนโควิดซิโนแวคยังไม่สามารถระบุได้ว่า ระดับภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นจากการฉีดวัคซีนจะสามารถป้องกันการติดเชื้อ COVID-19 ได้นานแค่ไหน และต้องกระตุ้นภูมิคุ้มกันซ้ำอีกเมื่อใด

วัคซีนโควิดซีโนแวค มีอาการไม่พึงประสงค์อย่างไร

อาการไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีน จริงๆ แล้วพบได้ในการฉีดวัคซีนทุกชนิด แต่สำหรับวัคซีนโควิดน่าจะเป็นที่สนใจมากกว่าวัคซีนชนิดอื่นๆ เพราะเป็นวัคซีนใหม่กำลังเป็นที่จับตามมองนั่นเอง

ในประเทศไทย ปัจจุบัน (15 มีนาคม 2564) มีรายงานจำนวนผู้มีอาการไม่พึงประสงค์ (adverse reaction) จากการฉีดวัคซีนโควิดซิโนแวค ซึ่งไม่ใช่การแพ้วัคซีน (allergic reaction) ดังนี้

  • อาเจียน 17%
  • ปวดเมื่อยเนื้อตัว 14%
  • อักเสบบริเวณที่ฉีด 13%
  • มีไข้ 11%

นอกจากนั้นยังมีอาการปวดศีรษะ ท้องเสีย ผื่นขึ้น อ่อนเพลีย คลื่นไส้ มีอาการปวด บวมแดง บริเวณที่ฉีดวัคซีน ซึ่งกรมควบคุมโรคยืนยันว่า เป็นอาการที่พบได้เป็นปกติหลังรับวัคซีน อาการดังกล่าวจะไม่รุนแรงและหายได้เองภายใน 1-2 วันหลังรับวัคซีน

เตรียมตัวอย่างไรเมื่อต้องไปรับวัคซีนโควิด?

  • เตรียมร่างกายต้องแข็งแรง ไม่เจ็บป่วย
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ไม่ควรรับประทานยาลดไข้ หรือยาแก้ปวดก่อนเข้ารับวัคซีนโควิด เพราะยาอาจไปกดภาวะการอักเสบ ทำให้การตอบสนองของวัคซีนลดลง
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว หากรับประทานยาเพื่อควบคุมโรคควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนได้รับวัคซีน
  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ควบคุมได้ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจ ไม่ควรหยุดยาเองเพื่อฉีดวัคซีน แต่ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนทุกครั้ง
  • ผู้ป่วยกลุ่มโรคเลือดออกง่าย ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนได้รับวัคซีน เพราะอาจต้องใช้เวลากดแผลบริเวณที่ฉีดวัคซีนนานขึ้น และหลังฉีดยังเสี่ยงต่อการห้อเลือด หรือมีจ้ำเลือดเกิดขึ้น
  • หากรับประทานยากดภูมิต้านทาน หรือยาสำหรับโรคเรื้อรังอื่นๆ ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง
  • โหลดแอปพลิเคชั่น “หมอพร้อม” หรือ LINE OA หมอพร้อม เพื่อลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด และรับทราบข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด เช่น สถานที่ฉีดวัคซีน วันที่ฉีดวัคซีน และบันทึกอาการที่เกิดขึ้นหลังจากฉีดวัคซีน
  • หากมีอาการไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ แนะนำให้กลับไปหาแพทย์ในโรงพยาบาลที่ทำการฉีดวัคซีน หรือไปพบแพทย์ที่ใกล้ที่สุด หากมีอาการรุนแรง

อย่างไรก็ตาม ควรทำความเข้าใจว่า การฉีดวัคซีนโควิดนั้นไม่ได้หมายความว่า จะสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เพียงแต่หากติดเชื้อ COVID-19 ก็จะช่วยลดอาการความรุนแรงของโรคลงได้ 

รวมทั้งช่วยลดอัตราการเสียชีวิต

ดังนั้นทุกคนจึงยังต้องดูแลตนเองอย่างเคร่งครัดโดยการสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าทุกครั้งที่ออกจากบ้าน ดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลให้ดี หมั่นล้างมือให้ถูกวิธีบ่อยๆ ด้วยสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้น 70% ขึ้นไป

ไม่รับประทานอหาร หรือดื่มน้ำด้วยภาชนะเดียวกันกับผู้อื่น และรักษาระยะห่างทางสังคมเพื่อลดโอกาสการรับเชื้อนั่นเอง

หลังจบการให้ความรู้เรื่องวัคซีนทีมผู้ปฎิบัติงานและนักเรียนได้มีการช่วยกันปลูกต้นไม้ และ ทำความสะอาดบริเวณโรงเรียนบ้านพรสำราญ และ ได้มีการมอบเครื่องวัดอุณหภูมิ เจวล้างมือ หน้ากากอนามัย

ให้กับทางโรงเรียนบ้านพรสำราญ  มอบเจวล้างมือ หน้ากากอนามัยให้กับ อสม. บ้านพรสำราญ

 และ มอบเจวล้างมือ หน้ากากอนามัยให้วัดบ้านพรสำราญ และ ติดป้ายรณรงค์ฉีดวัคซีนหน้าโรงเรียนครับ 

ลิ้งบทความ : http://u2t.bru.ac.th/wp-admin/post-new.php

 

  

อื่นๆ

เมนู