นายอาทิตย์  โมกไธสง  ประเภทบัณฑิตจบใหม่ ตำบลดอนกอก  อำเภอนาโพธิ์  จังหวัดบุรีรัมย์

หลักสูตร :  AG03(2)โครงการพัฒนาศักยภาพเกษตรยุค 4.0 และยกระดับมาตรฐานสินค้า OTOPภายในโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการมหาวิทยาลัยสู่ตำบลเพื่อสร้างรากแก้วให้ประเทศมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

หลายคนมีความเชื่อว่าการดื่มน้ำในปริมาณมาก ๆ ทำให้ร่างกายทำงานได้ดียิ่งขึ้น สามารถช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนักและบำรุงสุขภาพผิว โดยเฉพาะการดื่มน้ำแร่ เพราะมีข้อมูลที่กล่าวอ้างว่าเป็นน้ำดื่มจากแหล่งธรรมชาติซึ่งอุดมไปด้วยแร่ธาตุนานาชนิด หลายคนจึงเชื่อว่าน้ำแร่ดีต่อสุขภาพร่างกาย มากกว่าน้ำเปล่าหรือน้ำประปาทั่วไป

ความจริงของน้ำเปล่า

น้ำหนักตัวของคนเราประกอบไปด้วยน้ำถึง 60 เปอร์เซ็นต์ ร่างกายอาจสูญเสียน้ำได้จากการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การออกกำลังกาย การดื่มน้ำจึงเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก แต่คนส่วนใหญ่ไม่ใส่ใจกับการดื่มน้ำมากนัก และมักไม่คำนึงถึงปริมาณที่เหมาะสม บ้างก็ดื่มน้ำน้อยเกินไปหรือมากเกินไป จนทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพตามมา อีกทั้งอาจไม่ทราบด้วยว่า หากร่างกายขาดน้ำเพียง 5 วันหรือ 1 สัปดาห์ ก็อาจทำให้เสียชีวิตได้

ประโยชน์ของการดื่มน้ำ

น้ำเป็นปัจจัยสำคัญต่อกระบวนการทำงานภายในร่างกาย เช่น การล้างสารพิษออกจากอวัยวะ หรือการนำสารอาหารและออกซิเจนไปสู่เซลล์ต่างๆ รวมถึงประโยชน์อื่นๆ  ดังต่อไปนี้

แล้วการดื่มน้ำเยอะๆ ล่ะ ดีจริงหรือไม่??

การออกกำลังกายอาจทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมาก โดยเฉพาะหากอุณหภูมิยิ่งสูงขึ้น อาจจำเป็นต้องดื่มน้ำเยอะ ๆ เพื่อทดแทนส่วนที่สูญเสียไป อย่างไรก็ตาม การดื่มน้ำในปริมาณที่มากเกินไป อาจทำให้เป็นอันตรายร้ายแรงได้ เช่น ภาวะโซเดียมในเลือดต่ำ (Hyponatremia) มักพบได้ในการแข่งขันดื่มน้ำ การแข่งวิ่งระยะไกลหรือผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก ภาวะโซเดียมในเลือดต่ำเรียกอีกอย่างได้ว่า ภาวะน้ำเป็นพิษ เกิดขึ้นจากการดื่มน้ำปริมาณที่มากเกินไปภายในช่วงเวลาสั้น ๆ เช่น การดื่มน้ำรวดเดียวเป็นจำนวน 7 ลิตรหรือดื่มน้ำ 4 ลิตรภายใน 2 ชั่วโมง ที่อาจส่งผลให้เสียชีวิตได้ ผู้ป่วยอาจปรากฏอาการป่วย ปวดหัว อาเจียน อ่อนเพลีย รวมไปถึงเวียนศีรษะ สับสน มือและเท้าบวม หากไม่รีบไปพบแพทย์ ผู้ป่วยอาจมีอาการรุนแรงขึ้น เช่น สมองบวม และเสียชีวิต

โทษจากการดื่มน้ำน้อยเกินไป

การดื่มน้ำน้อยเกินไปอาจเกิดจากความกังวล หรือกลัวอันตรายของการดื่มน้ำมากเกินไป หรืออาจเข้าใจว่าการดื่มน้ำเพียง 8 แก้วต่อวันก็เพียงพอต่อร่างกายแล้ว ยิ่งหากเป็นผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ร่างกายจะสูญเสียน้ำมากกว่าปกติ หากไม่เพิ่มปริมาณการดื่มน้ำ อาจทำให้ร่างกายขาดน้ำได้

ภาวะขาดน้ำ เกิดจากการที่ร่างกายสูญเสียน้ำไปกับเหงื่อและปัสสาวะ มากกว่าปริมาณน้ำที่ดื่มเข้าไป ผู้ป่วยอาจสังเกตได้ว่าปัสสาวะมีสีเข้ม และปัสสาวะไม่บ่อยเท่าปกติ หรืออาจปรากฏอาการเหนื่อยล้าและกระหายน้ำอย่างรุนแรง สำหรับผู้ป่วยเด็ก อาจสังเกตได้ว่าผ้าอ้อมแห้งกว่าปกติ หรือปรากฏอาการต่าง ๆ เช่น ลิ้นแห้ง ปากแห้งและร้องไห้ไม่มีน้ำตา อาการดังกล่าวทั้งหมดของภาวะขาดน้ำอาจก่อให้เกิดอาการอื่น ๆ เพิ่ม เช่น

  • อารมณ์เปลี่ยนแปลง
  • สับสนหรือเบลอ
  • ท้องผูก
  • อุณหภูมิร่างกายสูงเกินไป
  • นิ่วที่ไต
  • ช็อก

ตารางการดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ

ดื่มหลังตื่นนอน 06.00-07.00 น. ปริมาณ 1 แก้ว
ตลอดทั้งคืนร่างกายขาดน้ำมายาวนาน ฉะนั้นเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการดื่มน้ำในตอนเช้า จะทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี

ดื่มน้ำช่วงสาย 08.00-11.00 น. ปริมาณ 2 แก้ว
เป็นช่วงเวลาที่ระบบภายในร่างกายเริ่มทำงานเต็มที่ แน่นอนว่าจะต้องมีของเสียเกิดขึ้นในร่างกายเพิ่มขึ้น

ดื่มน้ำช่วงบ่ายหลังมื้อเที่ยง 13.00-16.00 น. ปริมาณ 2 แก้ว 
ใช้วิธีค่อยๆจิบเพื่อดับอาการกระหาย การดื่มน้ำแบบนี้จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้เป็นอย่างดี

ดื่มน้ำช่วงเย็นก่อนมื้อค่ำ 17.00-18.00 น. ปริมาณ 1 แก้ว 
ดื่มก่อนกินมื้อเย็น 1 ชั่วโมง จะช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้ทานได้น้อยไม่ทำให้อ้วน

ดื่มน้ำหลังมื้อค่ำ 19.00-21.00 น. ปริมาณ 1 แก้ว
ค่อยๆ จิบไปเรื่อยๆ จะช่วยทำให้ระบบเลือดและระบบลำไส้ทำงานได้ดี

ดื่มน้ำก่อนนอน 1 ชั่วโมง ปริมาณ 1 แก้ว 
เพื่อชำระล้างสิ่งที่ตกค้างอยู่ในลำไส้

 

 

อื่นๆ

เมนู