AG03(2) ตำบลดอนกอก อำเภทนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์

ปลูกบัวประดับ

                บัวเป็นพืชที่ต้องการแสงแดดจ้า และต้องได้รับแสงอย่างน้อยวันละไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง หากปลูกในร่มบัวจะให้ดอกน้อยหรือไม่ให้ดอกเลยก็มี ดินปลูก ต้องใช้ดินเหนียว มีธาตุฟอสฟอรัสสูง ไม่แนะนำให้ใช้ดินที่มีอินทรียวัตถุที่ยังไม่สลายตัวดีเป็นวัสดุปลูก น้ำ ต้องสะอาดมีค่าความเป็นกรดด่างอยู่ระหว่าง 5.5-8.0 ส่วนระดับน้ำที่พอเหมาะกับบัวแต่ละสายพันธุ์ให้สังเกตจากก้านใบหรือก้านดอกที่ยืดตรงตั้งฉากกับผิวน้ำ สิ่งสำคัญไม่ควรให้ก้านใบแผ่กว้างรอบกอทำมุม 45 องศากับผิวดิน

การขยายพันธุ์บัว

บัวประดับสามารถขยายพันธุ์ได้หลายวิธี เช่น การแยกหน่อหรือเหง้า  การแยกไหล และ การเพาะเมล็ด

1.การแยกหน่อหรือเหง้า เหมาะสำหรับบัวชนิดที่มีเหง้า โดยตัดแยกหน่ออ่อนยาว 8-10 เซนติเมตร ตัดสางรากออกบ้าง นำปลูกลงในกระถาง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 20-25 เซนติเมตร ปลูกลงในดินที่เตรียมไว้ลึก 4-5 เซนติเมตร อัดดินโดยรอบพอแน่นให้ตั้งตัวได้ เติมน้ำลึก 5-10 เซนติเมตร เมื่อเห็นว่าต้นสมบูรณ์และเติบโตดีจึงนำลงปลูกในภาชนะที่มีขนาดใหญ่ขึ้นได้

2.วิธีแยกไหล ใช้กับบัวชนิดที่มีไหล ส่วนใหญ่เป็นบัวที่มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อน ด้วยวิธีตัดไหลที่มีต้นอ่อนเกิดขึ้นแล้วให้มี 2-3 ข้อ นำปลูกลงดินในกระถางลึก 3-5 เซนติเมตร รอจนเติบโตแข็งแรงดีจึงนำลงปลูกในแหล่งที่ต้องการได้

3.วิธีการเพาะเมล็ด โดยทั่วไปไม่นิยมนำมาปฏิบัติกัน เนื่องจากยุ่งยาก ซับซ้อน ยกเว้น กรณีที่มีวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงพันธุ์ เพื่อต้องการลูกผสมพันธุ์ใหม่ๆ เริ่มจากเลือกต้นพ่อแม่พันธุ์ที่มีลักษณะเด่น เช่น รูปทรงของดอก สีของดอก และความทนทานต่อโรคโดยธรรมชาติของบัว ดอกจะเป็นดอกสมบูรณ์เพศ เกสรเพศเมียจะพร้อมให้การผสมเกสรก่อนเพศผู้ 1-2 วัน ให้สังเกตเกสรเพศเมียจะอยู่วงในของดอก เมื่อดอกเริ่มบานให้ขลิบตัดเกสรเพศผู้ทิ้ง แล้วคลุมด้วยถุงกระดาษสีน้ำตาล นำเกสรเพศผู้จากดอกอื่นที่บานแล้ว 2 วัน โดยใช้พู่กันแตะเกสรเพศผู้แล้วนำไปป้ายลงบนเกสรเพศเมียของดอกที่เตรียมไว้ แล้วคลุมด้วยถุงกระดาษเช่นเดิม ดอกที่ผสมติดจะพัฒนาเป็นฝักในเวลาต่อมา

อื่นๆ

เมนู