นางสาวทิพธัญญา ภักดีนันท์
ผู้รับจ้างงานประจำตำบลดอนกอก อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์

 

วันพระ

                                              วันพระ หรือ วันธรรมสวนะ แต่เดิมเป็นธรรมเนียมของปริพาชกอัญญเดียรถีย์ (นักบวชนอกพระพุทธศาสนา) ที่จะแสดงธรรมทุก ๆ ซึ่งในสมัยต้นพุทธกาล พระพุทธเจ้ายังคงไม่ได้ทรงวางระเบียบในเรื่องนี้ไว้ ต่อมาพระเจ้าพิมพิสารได้เข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และกราบทูลพระราชดำริของพระองค์ว่านักบวชศาสนาอื่นมีวันประชุมสนทนาเกี่ยวกับหลักธรรมคำสั่งสอนของเขา แต่ว่าพุทธศาสนายังไม่มี พระพุทธองค์จึงทรงให้มีการประชุมพระสงฆ์และอนุญาตให้พระภิกษุสงฆ์ประชุมสนทนาและแสดงธรรมเทศนาแก่ประชาชนในวันขึ้น 8 ค่ำ 15 ค่ำ โดยตามพระไตรปิฎกเรียกว่า วันอุโบสถ (วัน 8 ค่ำ) หรือวันลงอุโบสถ (วัน 14 หรือ 15 ค่ำ) แล้วแต่กรณี ดังนั้น วันพระ จึงเป็นวันที่พุทธศาสนิกชนที่มีจิตศรัทธาจะมารวมตัวกันถือศีลฟังธรรมที่วัดเพื่อปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนา โดยกำหนดตามปฏิทินจันทรคติ เดือนละ 4 วัน ได้แก่ วันขึ้น 8 ค่ำ, วันขึ้น 15 ค่ำ (วันเพ็ญ), วันแรม 8 ค่ำ และวันแรม 15 ค่ำ (หากเดือนใดเป็นเดือนขาด ถือเอาวันแรม 14 ค่ำ) และหลังจากนั้น พุทธศาสนิกชนจึงถือเอาวันดังกล่าวเป็นวันธรรมสวนะสืบมา
                                                แต่ถ้าหากจะพูดถึง การบูชาพระ สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ “ดอกไม้” เพราะเรามักจะได้เห็นดอกไม้ตามวัดวาอารามหรือแม้แต่ในบ้านของเราบนหิ้งพระ เพราะดอกไม้เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความสวยงาม ความสุข ความสงบ ความเจริญก้าวหน้า ซึ่งดอกไม้แต่ละชนิดก็มีความสวยงามและความหมายที่แตกต่างกันออกไป แต่โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นดอกไม้มงคลและมีความหมายที่ดีค่ะ
                                               วันนี้จึงอยากเสนอดอกบัวบูชาพระเนื่องจากเป็นดอกไม้มงคลที่มีความหมายดีและสวยงาม คนนิยมนำมาไหว้บูชาพระมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นที่วัด ที่บ้าน สื่อถึงความบริสุทธิ์ ความสงบ เป็นสัญลักษณ์ของความประเสริฐและคุณธรรม เป็นดอกไม้มงคลที่จะทำให้พบเจอแต่ความสำเร็จเป็น ดอกไม้มงคลแล้วตามที่ปรากฏเรามักจะเห็นพระพุทธเจ้านั่งหรือยืนบนดอกบัวค่ะ และดอกบัวสามารถคงความงามไว้ได้นานกว่าดอกไม้หลายชนิด

ประโยชน์ของดอกบัว

  • เม็ดบัว รับประทานได้ทั้งสดและแห้ง มีสารอาหารที่สำคัญ คือ และเป็นแหล่งรวมธาตุ นำมาประกอบอาหารได้ทั้งคาวหวาน เช่น สังขยา เม็ดบัว ขนมหม้อแกงเม็ดบัว เม็ดบัวเชื่อม สาคูเม็ดบัว เป็นต้น
  • รากบัว นิยมนำมาเชื่อมแห้งกินเป็นของหวาน หรือนำไปต้มกับน้ำตาลกรวด แก้ร้อนใน น้ำรากบัวจะช่วย ระงับอาการท้องร่วง
  • ไหลบัวหรือต้นกล้าบัว รับประทานได้ทั้งสด ทั้งแห้ง ส่วนมากจะนำมาแกงส้ม แกงเลียง ผัดเผ็ดต่าง ๆ
  • สายบัว สามารถปรุงอาหารได้หลายชนิด ทั้งแกงส้มสายบัว แกงสายบัวกับปลาทู
  • ใบบัว นิยมนำมาห่อข้าว ห่อของ เช่น ข้าวห่อใบบัว ใบอ่อนอาจรับประทานเป็นผักสดแกล้มน้ำพริก หรือนำมาหั่นฝอย ๆ ชงดื่มแทนน้ำชา ช่วยแก้ร้อนในกระหายน้ำได้เป็นอย่างดี เกสรบัว ส่วนของเกสรสีเหลือง สามารถใช้เข้าเครื่องยาทั้งไทยและจีน โดยเฉพาะยาลม ยาหอม ยาบำรุงหัวใจ และยาขับปัสสาวะ ดีบัว เป็นส่วนของต้นอ่อนที่อยู่ภายในเม็ดบัว มีรสขมจัด สามารถนำมาเป็นส่วนผสมของยาโบราณ มีฤทธิ์ขยายหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้

 

อื่นๆ

เมนู