ดิฉัน นางสาววรรณวิสา ยศนีย์ ประเภท บัณฑิตจบใหม่ ทำงานภายใต้โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย เพื่อสร้างรากแก้วให้ประเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ระยะเวลา 11 เดือน เพื่อยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ ในเขตพื้นที่ตำบลบ้านคู อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 15 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านหนองลุมพุก บ้านทุ่งบ่อ บ้านเก่าโก บ้านบง บ้านหนองแอ่ บ้านคู บ้านดอนกลาง บ้านโสกดินแดง บ้านโคกพงาด บ้านหนองจาน บ้านโคกเมฆ บ้านโนนตะคร้อ บ้านโนนสะอาด บ้านคู และบ้านหนองผักบุ้ง ในการปฏิบัติงานได้รับมอบหมายในการปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบในกิจกรรมวิเคราะห์มาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าทอของกลุ่มทอผ้ามือ (ผ้าไหม) ให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับของกลุ่มผู้บริโภคและผู้สวมใส่ พร้อมกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) รวมถึงวิธีการตรวจสอบลักษณะทั่วไปของผ้าทอมือ (ผ้ามัดหมี่ ผ้าขาวม้า ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าทอลายขัดพื้นฐาน ผ้ายกดอก หรือผ้าชนิดอื่นๆ) และการทดสอบการตก/ติดของการย้อมสีเบื้องต้นรวมไปถึงการเก็บภาพถ่ายและวิดีโอเพื่อใช้ในการจัดทำสื่อวีดิทัศน์แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของตำบลบ้านคู

อีกทั้งยังมีการพัฒนากลไกทางการตลาด ซึ่งทำการพัฒนาเป็นตลาดออนไลน์ โดยการจัดทำเพจ/เฟซบุ๊ค เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวที่มีในตำบลบ้านคูและผลิตภัณฑ์ชุมชนในท้องถิ่น เช่นผลิตภัณฑ์ผ้าทอมือ (ผ้าไหม) ผลผลิตจากต้นอินทผลัมและผลิตภัณฑ์จักรสาน เป็นต้น ทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น รวมไปถึงการรณรงค์ให้คนในชุมชนเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรค Covid-19 เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่และให้ข้อมูลความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการลงชื่อในการเข้ารับวัคซีน การปฏิบัติตนก่อนและหลังการเข้ารับการฉีดวัคซีนและผลข้างเคียงหลังจากการฉีดวัคซีน Covid-19 ให้กับชาวตำบลบ้านคู อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์

กิจกรรมและแผนการดำเนินงานของโครงการ AG01(2)

อาจารย์ประจำหลักสูตรได้มีการจัดประชุมแบบออนไลน์ผ่านระบบ Google Meet เพื่อชี้แจงรายละเอียดแผนการปฏิบัติงานในเดือนกรกฎาคมและชี้แจงรายละเอียดกำหนดการเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมวิเคราะห์มาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าทอของกลุ่มทอผ้ามือ (ผ้าไหม) และกิจกรรมการออกแบบลายผ้าไหม

คณะทำงาน AG01(2) ได้ประสานงานไปยังผู้นำชุมชนและองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านคู เพื่อขอใช้สถานที่ในชุมชนและหอประชุมในการอบรมเชิงวิชาการ กิจกรรมวิเคราะห์มาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าทอของกลุ่มทอผ้ามือ (ผ้าไหม) และกิจกรรมการออกแบบลายผ้าไหมที่เป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มหรือชุมชน

คณะทำงาน AG01(2) ร่วมกับอาจารย์ประจำหลักสูตร เข้าร่วมการอบรมเชิงวิชาการ ณ ศาลาประชาคมบ้านโนนตะคร้อ จัดกิจกรรมวิเคราะห์มาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าทอของกลุ่มทอผ้ามือ (ผ้าไหม) ของตำบลบ้านคู ในเรื่องของการพัฒนายกระดับผลิตภัณฑ์เพื่อให้ได้รับคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) โดยวิทยากรที่เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ผ้าทอมือจากมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ รองศาสตราจารย์ สมบัติ ประจญศานต์

คณะทำงาน AG01(2) ร่วมกับอาจารย์ประจำหลักสูตร เข้าร่วมการอบรมเชิงวิชาการผ่านระบบ Google Meet ในเรื่องของการพัฒนายกระดับผลิตภัณฑ์เพื่อให้ได้รับคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) และการพัฒนากลไกทางการตลาด การพัฒนาเป็นตลาดออนไลน์ โดยการจัดทำเพจ/เฟซบุ๊ค เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ชุมชนในท้องถิ่น ให้มีการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น โดยวิทยากรที่เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ อาจารย์ ปิติวรรณ ฝ้ายโคกสูง

อาจารย์ประจำหลักสูตรมีการจัดประชุมออนไลน์ผ่านระบบ Google Meet เพื่อเตรียมงานในการจัดอบรมเชิงวิชาการ ในเรื่องของการออกแบบลายผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มหรือชุมชน การพัฒนาระบบการตลาด ซื้อ-ขาย การจัดทำเพจ/เฟซบุ๊ค เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดของกลุ่มทอผ้ามือ (ผ้าไหม) ของตำบลบ้านคู

คณะทำงาน AG01(2) ร่วมกับอาจารย์ประจำหลักสูตร เข้าร่วมการอบรมเชิงวิชาการ ณ หอประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านคู จัดกิจกรรมการออกแบบลายผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มหรือชุมชนของตำบลบ้านคู โดยวิทยากรที่เชี่ยวชาญด้านการออกแบบลายผ้าจากมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ รองศาสตราจารย์ สมบัติ ประจญศานต์ และจัดทำบทความผลการปฏิบัติงานประจำเดือนกรกฎาคม

การยกระดับการท่องเที่ยวในชุมชน

จากการสอบถามข้อมูลและจุดเด่นของแต่ละหมู่บ้านทั้ง 15 หมู่บ้าน จากผู้นำชุมชนตำบลบ้านคูอำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ ทำให้ทราบถึงสถานที่ที่น่าสนใจในตำบลบ้านคูที่สามารถพัฒนายกระดับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในท้องถิ่นได้ ซึ่งสามารถแบ่งสถานที่ท่องเที่ยวออกเป็น 5 ลักษณะ ดังนี้

  1. แหล่งการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ (Natural tourism)
  2. แหล่งการท่องเที่ยวเชิงเกษตร (Agricultural tourism)
  3. แหล่งการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health Tourism)
  4. แหล่งการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (Cultural tourism)
  5. แหล่งการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism)

        

  1. แหล่งการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ (Natural tourism)

การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ (Natural tourism) หมายถึง การท่องเที่ยวแหล่งธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ความงดงามและความแปลกตาของระบบนิเวศประจำถิ่น องค์ประกอบของสิ่งมีชีวิตและพันธุ์ไม้ต่างๆ ที่เกิดจากระบบนิเวศ การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติมุ่งเน้นให้เกิดจิตสำนึกต่อการรักษาระบบนิเวศอย่างยั่งยืน

กลุ่มป่าไม้

1) ป่าโคกบ้านคู

ประวัติ/ที่มา

เป็นป่าไม้ธรรมชาติในชุมชนของหมู่บ้าน และเป็นแหล่งเก็บของป่าของหมู่บ้าน ซึ่งของป่าที่เกิดในป่าโคกบ้านคูมีหลายอย่าง อาทิ เห็ด เชื้อรา แบคทีเรีย ผักป่า ดอกกระเจียว ซึ่งชาวบ้านนิยมเก็บของป่าเหล่านี้ตามฤดูกาลของแต่ละชนิด

  • ที่ตั้ง/พิกัด ละติจูด :7141148710709 ลองติจูด : 102.9300026230633
  • ความสัมพันธ์กับวิถีชุมชน เป็นแหล่งสร้างรายได้ของชาวบ้านอีกทางหนึ่ง เช่น เก็บเห็ดป่าขาย เก็บฟืนจากไม้แห้งในป่า

กลุ่มแหล่งน้ำ

1) หนองบ้านทุ่งบ่อ

ประวัติ/ที่มา

เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ มีสัตว์น้ำน้อยใหญ่จำนวนมาก ซึ่งสัตว์น้ำที่อยู่ในแหล่งน้ำจะเป็นสัตว์น้ำแบบธรรมชาติ เช่น ปลาช้อน ปลาหม้อ ปลาตะเพียน กุ้งฝอย หอยขม แหล่งน้ำนี้ยังเป็นแหล่งอาหารให้กับคนในหมู่บ้านอีกด้วย

  • ที่ตั้ง/พิกัด ละติจูด : 710214780732382 ลองติจูด : 102.88624707609415
  • ความสัมพันธ์กับวิถีชุมชน เป็นแหล่งอาหารของคนในชุมชน

2) หนองกุงเก่าและหนองกุงใหม่ บ้านโนนตะคร้อ

 ประวัติ/ที่มา

เป็นหนองน้ำขุดขึ้นเพื่อประโยชน์ทางด้านการประปาของชุมชน โดยหนองน้ำทั้งสองตั้งอยู่ในบ้านโนนตะคร้อ หนองน้ำขนาดกลางทั้งสองหนองนี้ยังมีส่วนช่วยในการบรรเทาภัยแล้งและเป็นที่รับน้ำในหน้าฝนอีกด้วย

  • ที่ตั้ง/พิกัด หนองกุงเก่า ละติจูด : 15.69922254046310 ลองติจูด : 10290110249072312
  • ที่ตั้ง/พิกัด หนองกุงใหม่ ละติจูด : 15.7025028132926 ลองติจูด : 102.9011024907231
  • ความสัมพันธ์กับวิถีชุมชน เป็นแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อผลิตน้ำประปาและเป็นแหล่งอนุรักษ์สัตว์น้ำชุมชน
  1. แหล่งการท่องเที่ยวเชิงเกษตร (Agricultural tourism)

     การท่องเที่ยวเชิงเกษตร (Agricultural tourism) หมายถึง การท่องเที่ยวที่เน้นการเรียนรู้วิถีเกษตรกรรมของชาวบ้านในชุมชน โดยการมีส่วนร่วมของนักท่องเที่ยวก่อให้เกิดรายได้ต่อชุมชนและตัวเกษตรกร นักท่องเที่ยวได้รับความเพลิดเพลินในกิจกรรมทางการเกษตร 

โคกหนองนาโมเดล (บ้านบง)

1) โคก/พื้นที่สูง

ประวัติ/ที่มา

เป็นการนำดินที่ขุดเป็นหนองน้ำให้นำมาทำเป็นโคก มีดินที่ขุดทำหนองน้ำนั้นให้นำมาทำโคก บนโคกปลูก “ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” ตามแนวทางพระราชดำริ โดยมีพื้นที่ทั้งหมด 10 ไร่ ปลูกพืช ผักสวนครัว เลี้ยงไก่ไข่และเลี้ยงปลา

  • ที่ตั้ง/พิกัด ละติจูด : 15.7152154 ลองติจูด : 102.9015491

2) หนองน้ำ/แหล่งน้ำ

ประวัติ/ที่มา

เป็นการขุดหนองน้ำเพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ยามหน้าแล้งหรือเก็บไว้กักน้ำยามน้ำท่วม การขุดคลองระบายน้ำรอบพื้นที่ตามภูมิปัญญาชาวบ้าน โดยขุดเป็นคลองไส้ไก่ตามพื้นที่เพื่อให้น้ำกระจายเต็มพื้นที่สร้างความชุ่มชื้นให้หน้าดิน ต่อมาการทำฝายทดน้ำเพื่อเก็บน้ำไว้ในพื้นที่ให้ได้มากที่สุดโดยจะนำน้ำจากแหล่งน้ำลงมายังหนองน้ำเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ยามหน้าแล้ง

3) นา/การฟื้นฟูดิน

ประวัติ/ที่มา

เป็นการทำเกษตรอินทรีย์ โดยการควบคุมปริมาณน้ำในนาเพื่อคุมหญ้าจึงทำให้ปลอดภัยทั้งผู้ปลูกและผู้รับประทาน การฟื้นฟูดินเป็นการยกคันนาให้มีความสูงเพื่อใช้เป็นที่รองรับน้ำในยามน้ำท่วม

หมายเหตุ : เป็นโครงการโคกหนองนาโมเดล เป็นการสร้างความมั่นคงในแหล่งทำกิน ด้านการเกษตร เลี้ยงสัตว์ สู้กับภัยแล้ง ฟื้นฟูและพัฒนาท้องถิ่นของตนเองให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ เป็นการจัดพื้นที่ซึ่งเหมาะกับการทำการเกษตรเป็นการผสมผสานเกษตรทฤษฎีใหม่

4) สวนอินทผลัม (สวนสุขใจ บ้านโนนตะคร้อ)

ประวัติ/ที่มา

พื้นที่เคยทำมานาก่อนและปลูกต้นมะขามป้อมพันธุ์แป้นสยามต่อมาได้ทำการปลูกต้นอินทผลัม มีพื้นที่ทั้งหมด 25 ไร่ ปลูกต้นอินทผลัม 700 ต้น ประกอบไปด้วย 3 สายพันธุ์ คือ บาฮี (แดง) โคนีซี (เหลือง) ซีทู (แดงลูกใหญ่) ช่วงที่ออกผลผลิตเดือนมกราคมสามารถเอาออกมาจำหน่ายได้เดือนกรกฎาคม – เดือนสิงหาคม

  • ที่ตั้ง/พิกัด ละติจูด : 15.7046010 ลองติจูด : 102.9027619

สินค้าและบริการ

จำหน่ายผลอินทผลัม ผลสด กล่องละ 100 บาทขึ้นไป และขายเป็นกิโลละ 400 – 2,000 บาท

5) การปลูกผักอินทรีย์ปลอดสารพิษ (บ้านโนนสะอาด)

ประวัติ/ที่มา

เริ่มก่อตั้งกลุ่มปลูกผักอินทรีย์ปลอดสารพิษ เมื่อปี พ.ศ. 2546 ชื่อเดิม คือ แปลงผักปลอดสารพิษ ซึ่งมีประธานกลุ่ม ชื่อ นายประจบ พิพัฒน์ ในช่วงแรกที่ปลูกผักสมาชิกในกลุ่มจะรดน้ำผักโดยการตักน้ำจากสระน้ำขึ้นมารดผักตามแปลงผักของตนเอง จะทำในช่วงเดือนพฤศจิกายน – มีนาคม โดยมีการปลูกผักหลากหลายชนิด เช่น บร็อคโคลี่, กะหล่ำปี, ผักกาดขาว, หัวไชเท้า เป็นต้น

  • ที่ตั้ง/พิกัด ละติจูด : 15.6837694 ลองติจูด : 102.9018555
  • ความสัมพันธ์กับวิถีชุมชน ชุมชนบ้านโนนสะอาดมีอาชีพหลัก คือ การทำนา การเลี้ยงสัตว์ และการปลูกผักสำหรับประกอบอาหารในแต่ละครัวเรือน ต่อมาได้รวมกลุ่มกันเพื่อปลูกผักจำหน่าย เพื่อสร้างรายได้เสริม ชาวบ้านเข้าร่วมทำการปลูกผักปลอดสารพิษซึ่งมาจากการรวมกลุ่มปลูกผักทำให้เกิดผลผลิตที่เพิ่มมากขึ้นและสามารถนำมารับประทานในครัวเรือนหรือจำหน่ายให้เพื่อนบ้านได้
  • สินค้าและบริการ สมาชิกในกลุ่มจะนำออกไปจำหน่ายเองและมีพ่อค้ามารับ เช่น หัวกะหล่ำปลี กิโลละ 30 บาท, พริกชี้ฟ้า ขีดละ 5 บาท, และมะนาว 3 ลูก ขายในราคา 10 บาท
  1. แหล่งการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health Tourism)

การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health Tourism) มีวัตถุประสงค์เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตและการพักผ่อนหย่อนใจ เพื่อทำกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและการฟื้นฟูสุขภาพรวมทั้งการรักษา/บำบัด เช่น การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพแข็งแรงและเต้นแอโรบิค วันละ 30 นาที

แผนการจัดการ/แก้ไขปัญหาสุขภาพของคนในชุมชน โดยมี 3 กิจกรรม คือ

1) กิจกรรมเต้นแอโรบิค จุดเด่น คือ การออกกำลังกายโดยใช้ทุกส่วนของร่างกายขับเคลื่อนไปในทางทิศเดียวกันหรือในทางตรงกันข้ามกับจังหวะที่เคลื่อนไหว ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับการทำกิจกรรม

2) โครงการตรวจเบาหวาน-ความดัน โครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า สถานภาพด้านสุขภาพและแบบแผนพฤติกรรมการเจ็บป่วยของประชาชนเปลี่ยนแปลงจากเดิม ทราบจากการเจ็บป่วยด้วยโรคติดต่อที่เกิดจากตัวเชื้อโรค สภาพสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมและสุขวิทยาส่วนบุคคลลดลง

จากการคัดกรองและป้องกันโรคเบาหวานเป้าหมายสำคัญ คือ การสร้างสุขภาพที่ดีให้กับประชาชน และลดปัญหาค่าใช้จ่ายเรื่องสุขภาพในระยะยาว โดยใช้กระบวนการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคร่วมกับทีมผู้ดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านคู อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์   

3) โครงการฝึกอบรมให้ความรู้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยเหลือการฟื้นคืนชีพ (CPR) จากการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่าปัญหาด้านสุขภาพของประชาชนในชุมชนเกิดจากสาเหตุการเสียชีวิตด้วยโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตและอุบัติเหตุ ผู้ป่วยหรือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเหล่านี้อาจมีอาการที่ผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายหรือบางรายอาจมีภาวการณ์หยุดเต้นของหัวใจกะทันหัน ถ้าปล่อยไว้นานเกิน 4 นาที ถึงแม้ว่าสามารถช่วยฟื้นคืนชีพกลับมาได้ก็อาจจะเกิดสภาวะการตายของสมองอย่างถาวร

ดังนั้น การได้รับความช่วยเหลือเบื้องต้นอย่างทันท่วงทีและถูกต้อง รวมถึงการส่งต่อผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บไปยังแพทย์หรือสถานพยาบาลอย่างเหมาะสมรวดเร็วและถูกวิธี ทำให้ผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บมีโอกาสรอดชีวิตและสามารถดำรงชีวิตเป็นปกติได้

  1. แหล่งการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (Cultural tourism)

แหล่งการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (Cultural tourism) หมายถึง การท่องเที่ยวเพื่อชมเอกลักษณ์ ความงดงามทางวัฒนธรรม ทั้งนี้จะต้องเคารพในวัฒนธรรมของกันและกัน เพื่อก่อให้เกิดมิตรภาพ ความรู้ความเข้าใจและความซาบซึ้งตรึงใจในวัฒนธรรมของชุมชนนั้นๆ

1) วัดบ้านดอนกลาง หลวงพ่ออูป บ้านดอนกลาง ตำบลบ้านคู อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์

ประวัติ/ที่มา

หลวงพ่ออูป เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ สร้างด้วยแก่นไม้จันประดิษฐานอยู่ที่วัดบ้านดอนกลาง ตำบลบ้านคู อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์  เป็นพระพุทธรูปไม้ปางสมาธิ หน้าตักกว้างประมาณ 40 เซนติเมตร สูงประมาณ 60 เซนติเมตร ดวงตาทำด้วยพลอยสีดำแต่ถูกขโมยไป ในปี พ.ศ.2480 ชาวบ้านโดยการนำของจารย์เอ้ง เจ้าอาวาสวัดบ้านดอนกลาง ในสมัยนั้นได้เปลี่ยนดวงตา ให้สมบูรณ์ด้วยแก้ว ต่อมาอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ ทำพิธีเบิกดวงตาให้ใหม่เมื่อเดือน เมษายน พ.ศ. 2544 หลวงพ่ออูป คาดว่าสร้างมาได้ประมาณ 200 ปี มีสถูปสร้างด้วยอิฐมอญ ฉาบ ด้วยยางไม้ หลังคามุงสังกะสี ครอบองค์หลวงพ่ออูปไว้ บริเวณที่ตั้ง เป็นวัดเก่าแก่ มีต้นโพธิ์ ธาตุ และเสาสิม ทำด้วยต้นมะค่าปรากฏอยู่ ด้านทิศใต้ของวัด พร้อมต้นตาลที่มีอายุยาวนาน เป็นเอกลักษณ์ด้วย แต่ปัจจุบัน ต้นโพธิ์ใหญ่ เสาสิม และต้นตาล ได้ถูกทำลายด้วยเครื่องจักรที่ทางราชการก่อสร้างถนน ร.พ.ช.และชลประทานขนาดเล็กที่บ้านดอนกลาง เมื่อ ปี พ.ศ. 2516 หลวงพ่ออูป เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพศรัทธาของหมู่บ้านและตำบลใกล้เคียงมาเป็นเวลายาวนาน เชื่อกันว่า คนหรือ สัตว์ที่เดินทางผ่านมาต้องขออนุญาต บอกกล่าวและคารวะให้ทราบหากลบหลู่จะมีอันเป็นไปหรือประสบโชคร้ายในชีวิต

เป็นสถานที่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งมีผู้คนมากมายจากหลายพื้นที่ให้ความสนใจ มาไหว้สักการบูชา เพื่อเสริมสร้างสิริมงคล

  • ที่ตั้ง/พิกัด ละติจูด : 6951285 ลองติจูด : 102.9312214

2) ประเพณีบุญบั้งไฟตำบลบ้านคู อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์

ประวัติ/ที่มา

องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านคู อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับส่วนราชการ และชุมชุมทั้ง 15 ชุมชน จัดงานประเพณีบุญบั้งไฟประจำปี เพื่อเป็นการอนุรักษ์สืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามที่จัดสืบทอดต่อกันยาวนาน ทั้งเพื่อบูชาพญาแถนตามความเชื่อของชาวอีสาน เพื่อให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาลมีน้ำในการทำการเกษตร ทั้งให้ประชาชนในหมู่บ้าน ตำบลเกิดความรักความสามัคคี และยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้กับประชาชนในตำบลบ้านคู งานประเพณีบุญบั้งไฟอนุรักษ์สืบสานขนบธรรมเนียมประเพณี เพื่อบูชาพญาแถนตามความเชื่อของชาวอีสานให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล ประชาชน.นักท่องเที่ยวแห่ชมการประกวดขบวนแห่บั้งไฟ ผาแดง-นางไอ่ และขบวนฟ้อนรำอย่างสวยงามตระการตา

นายบุญช่วย เม็นไธสง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านคู กล่าวว่า ทางอบต.ได้จัดงานประเพณีบุญบั้งไฟต่อเนื่องมานานกว่า 12 ปีแล้ว เพื่อเป็นการอนุรักษ์สืบสานประเพณีอันดีงาม ตามความเชื่อของชาวอีสานว่าฝนจะตกต้องตามฤดูกาล เสริมสร้างความรักความสามัคคีของชาวบ้านในพื้นที่ และส่งเสริมการท่องเที่ยวของตำบลบ้านคูด้วย มีประชาชนในพื้นที่และตำบลใกล้เคียงมาเที่ยวชมงานเป็นจำนวนมาก

ช่วงเวลาในการจัดกิจกรรม จัดขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี

3) กู่ บ้านดอนกลาง ตำบลบ้านคู อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์

ประวัติ/ที่มา

เป็นโบราณสถานที่สำคัญ ตั้งอยู่ที่บ้านดอนกลาง ตำบลบ้านคู อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ มีสภาพสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในตำบลบ้านคูและยังเป็นที่เคารพของคนในตำบลบ้านคูอีกด้วย กู่ไม่ได้มีขนาดใหญ่โตมากนัก แต่มีความงดงามความเชื่อทางศาสนาพุทธและก็จะมีประเพณีทำบุญตักบาตรกู่ ชาวบ้านคนในตำบลบ้านคูก็จะมาทำบุญตักบาตรร่วมกันที่กู่นี้เป็นทุกปี

ช่วงเวลาในการจัดกิจกรรม จัดขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี

  1. แหล่งการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism)

การท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) หมายถึง การท่องเที่ยวที่มีเป้าหมายโดดเด่นในเรื่องของอาหารประจำถิ่นนั้นๆ และชมสถานที่ท่องเที่ยวไปในตัว ซึ่งอาหารแต่ละถิ่นจะมีเอกลักษณ์เฉพาะบ่งบอกถึงลักษณะของคนในแต่ละถิ่น เช่น ลูกชิ้นยืนกินที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ ผู้คนที่ได้ยินชื่อเสียงต่างก็อยากจะลองมาชิมลิ้มรสซึ่งบ่งบอกถึงการเร่งรีบของคนในเมืองและวัฒนธรรมของคนในเมืองอีกด้วย ดังนั้นอาหารบางชนิดที่มีจุดโดดเด่นและแปลกใหม่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาชิมลิ้มรสอาหารจึงทำให้สามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวและชุมชนได้ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ชุมชนตำบลบ้านคูได้จัดตั้งกลุ่มสัมมาอาชีพหรือกลุ่มรัฐวิสาหกิจชุมชนขึ้น เช่น กลุ่มสัมมาอาชีพและกลุ่มรัฐวิสาหกิจชุมชนเพื่อต้องการให้อาหารได้มาตรฐานความปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนดและเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้บริโภค โดยส่วนใหญ่แล้วอาหารบางประเภทจะมีตามช่วงฤดูกาลของอาหาร มีด้วยกัน 3 กลุ่ม ได้แก่

1) กลุ่มสัมมาอาชีพชุมชนทำแหนมเห็ดนางฟ้า บ้านคู หมู่ที่ 6 (ในช่วงเดือนกันยายน-เมษายน)

2) กลุ่มสัมมาชีพชุมชนกล้วยฉาบ บ้านหนองลุมพุก หมู่ที่ 1 (ในช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม)

3) กลุ่มรัฐวิสาหกิจชุมชนทำแหนมเห็ดนางฟ้า บ้านดอนกลาง หมู่ที่ 7 (ในช่วงเดือนกันยายน- เมษายน)

ผลการสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19)

ชุมชนมีความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันตนเองจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ที่กำลังระบาดและตระหนักถึงการป้องกันตนเองเป็นอย่างดีว่าควรปฏิบัติตนอย่างไรเมื่อต้องเข้าไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยง มีทีมอสม.ประจำหมู่บ้านคอยให้คำแนะนำให้ความรู้ ประชาสัมพันธ์และอัพเดทข่าวสารความคืบหน้าเกี่ยวกับจำนวนการแพร่ระบาดที่เพิ่มขึ้น-ลดลงของผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นประจำทุกวัน

นอกจากนี้การลงพื้นที่เก็บข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ยังส่งผลให้ทราบถึงความคิดเห็นของชาวบ้านตำบลบ้านคูเกี่ยวกับการเข้ารับวัคซีนโควิด-19 ในรูปแบบต่างๆ ทั้งด้านบวกและด้านลบ ซึ่งวัคซีนที่รัฐบาลนำเข้ามาทุกชนิดเป็นวัคซีนที่มีคุณภาพ ได้มีการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุขว่ามีความปลอดภัย และเป็นวัคซีนที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลกในทุกวันนี้ แต่ยังมีชาวบ้านบางส่วนมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับวัคซีนที่รัฐบาลนำเข้ามา เนื่องจากมีการเสพข่าวสารในสื่อสังคมหรือโซเชียลมีเดียค่อนข้างมากและหลากหลายช่องทาง ส่งผลทำให้ทางคณะทำงาน AG01(2) ร่วมกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านคูได้เข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้ารับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 พร้อมกับให้ข้อมูลความรู้ความเข้าใจในการลงชื่อเข้ารับวัคซีน การปฏิบัติตนก่อนและหลังการเข้ารับวัคซีนและผลข้างเคียงหลังจากการเข้ารับวัคซีน เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ต่อไป

 

ปัญหา/อุปสรรคในการทำงานและการแก้ไขปัญหา

เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ต่างๆที่มีความรุนแรงมากขึ้นและมีอัตราเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง ส่งผลให้สมาชิกในชุมชนบางส่วนเกิดความวิตกกังวลในการจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มกัน ทางคณะทำงานจึงมีการแก้ไขปัญหาโดยมีมาตรการในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นอย่างดี โดยมีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนการเข้าร่วมกิจกรรมการอบรม การให้ผู้เข้าร่วมสวมหน้ากากอนามัยการจัดที่นั่งในการอบรมแบบเว้นระยะห่าง และทำการคัดกรองประชาชนทุกคนก่อนเข้าและออกจากพื้นที่ตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัยของคนในชุมชนทุกคน เพื่อเป็นการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เบื้องต้น

แผนการดำเนินงานต่อไป

ทีมงาน AG01(2) แผนการดำเนินงานในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 64 โดยทำการลงพื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่มเติมและจัดกิจกรรมตามโครงการพัฒนาศักยภาพเกษตรกร 4.0 และยกระดับสินค้า OTOP มีแผนการดำเนินงานต่อใน​วันที่ 21 กรกฎาคม 2564 การจัดอบรมเชิงวิชาการ กิจกรรมการพัฒนาการย้อมสีธรรมชาติให้สวยงามและคงทน โดยวิทยากรที่เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ผ้าทอมือ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ รองศาสตราจารย์ สมบัติ ประจญศานต์ เพื่อเป็นการให้ความรู้แก่กลุ่มสมาชิกในชุมชนอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการวิเคราะห์ข้อมูลและสรุปผลของข้อมูล เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการวางแผนการดำเนินงานต่อไป

หมายเหตุ : แผนการดำเนินงานอาจมีการเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสมตามสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

 

 

อื่นๆ

เมนู