ข้าพเจ้านางสาวสายทอง ศรีบาง ประเภท ประชาชน และสมาชิกกลุ่มทอเสื่อกก

ได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูล “การทอเสื่อกก” ณ ต.ถลุงเหล็ก อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ 

ในวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๔ เวลา ๐๙:๐๐ – ๑๖:๐๐ น.

          สืบเนื่องจากการลงพื้นที่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้ลงพื้นที่ไปเก็บรวบรวมข้อมูลแบบฟอร์ม๐๑,๐๒ และแบบฟอร์ม ๐๖ ณ บ้านเสม็ดราษฎร์ หมู่ ๘ ตำบลถลุงเหล็ก อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ เนื่องจากเก็บข้อมูลครบทุกหลังคาเรือนแล้ว ในเดือนมีนาคมข้าพเจ้าและสมาชิกในกลุ่ม ได้รับมอบหมายในการลงพื้นที่สำรวจอาชีพอุตสาหกรรมในครัวเรือน คือการทอเสื่อกก  ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่น  ที่นำเอาต้นกกมาแปรสภาพให้เป็นเส้น ย้อมสี  แล้วสานทอให้เป็นแผ่นผืน  เพื่อนำมาใช้ปูลาดรองนั่งหรือนอนแจกลูกหลาน นำไปถวายวัดและเสื่อกกเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีใช้กันอยู่ทั่วไป ทั้งนี้เพราะต้นกกเป็นพืชธรรมชาติที่ขึ้นอยู่ทั่วทุกภูมิภาค และภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่นที่นำต้นกกมาแปรสภาพก็มีลักษณะคล้ายกัน

          ลักษณะที่โดดเด่นในแต่ละชุมชน คือการทอเสื่อกก ที่มีการทำสืบทอดต่อกันมาหลายรุ่นและในปัจจุบันรุ่นลูกก็ได้มาสานต่อซึ่งถือว่าเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนที่มีมาอย่างยาวนาน และกล่าวได้ว่ามีเพียงไม่กี่ครัวเรือนที่ยังคงประกอบอาชีพนี้อยู่ ข้าพเจ้าจะขอยกตัวอย่างของ คุณป้าลลิตา ชัยฤทธิ์ ในการกล่าวถึงการทอเสื่อกกที่ยังคงมีอยู่ในชุมชนบ้านพะไลพัฒนา หมู่ ๑๒ ซึ่งคุณป้าลลิตา ชัยฤทธิ์ ยังคงทอเสื่อเป็นอาชีพอยู่ในปัจจุบัน โดยเป็นผู้ลงมือทำด้วยตนเองทุกขั้นตอน ซึ่งมีขั้นตอนการทำ ดังนี้

๑. การปลูกกกหรือทำนากก   นับเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างวัสดุในการทอเสื่อ  โดยเตรียมที่ดินด้วยการไถ  แล้วปักดำหัวกกลงในนาเหมือนการดำนาข้าว  จากนั้นมีการบำรุงรักษา ถอนหญ้า  ใส่ปุ๋ย ปลูกแซม  ด้วยเวลา  ๓-๔ เดือน  ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้

๒. การตัดกก จะใช้มีดเล็กตัดเกือบถึงโคนต้นกก  แล้วนำมากองเรียงเพื่อคัดแยกขนาด ตั้งแต่ความยาว ๙ คืบ  ๘ คืบ  เรื่อยลงมาจนถึง  ๔ คืบ  จากนั้นนำแต่ละกองที่มีขนาดเท่ากันมัดเก็บไว้ด้วยกัน ตัดดอกทิ้ง

๓. การกรีดจะใช้มีดปลายแหลมที่ทำมาจากใบเลื่อย  กรีดแบ่งครึ่งกกแต่ละเส้นถ้าเป็นต้นเล็ก  ถ้าเป็นต้นใหญ่ก็กรีดเหมือนกัน 

๔. หลังจากได้เส้นกกแล้วก็นำไปตาก วันแรกจะตากเต็มวัน  จากนั้นนำมามัดเป็นมัดเล็กๆ  แล้วตากอีกราว ๒ วัน  ให้เส้นกกนั้นแห้ง

๕. การย้อมสี  นำกกที่ตากแห้งแล้วมามัดแช่น้ำราว  ๑๐ ชั่วโมง  เพื่อให้เส้นกกนิ่ม  จากนั้นต้มน้ำให้เดือด  ใส่สีย้อม แล้วนำเส้นกกที่มัดเป็นกำแช่ลงไปในน้ำสีที่กำลังเดือดทิ้งไว้  ๑๐-๑๕  นาที  จึงนำไปแช่น้ำ  แล้วนำขึ้นตากในที่ร่มมีลมพัดผ่าน ๓-๔ วัน  เมื่อเส้นกกสีแห้ง  ก็สามารถนำไปใช้ในการทอได้

๖. การทอจะร้อยเส้นเอ็นกับฟืมเป็นเส้นยืนตามขนาดของคืบที่กำหนด  แล้วใช้เส้นกกใส่กระสวยทอเรียงเป็นเส้นนอนคล้ายการทอผ้า 

๗. เมื่อทอได้เต็มผืนก็มัดริมเสื่อ  ตัดเสื่อออกจากกี่ และตัดริมอีกครั้งพร้อมแต่งเสื่อให้มีความเรียบร้อยสวยงาม

๘. ส่วนราคาในการขายนั้นเริ่มต้นที่ ๑๐๐ – ๑,๕๐๐ บาท

          หากผู้ใดสนใจสามารถเข้าไปติดต่อสอบถามคุณป้าลลิตา ชัยฤทธิ์ ได้ที่บ้านเลขที่ ๑๐๕/๑ หมู่ ๑๒ บ้านพะไลพัฒนา ตำบลถลุงเหล็ก อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์

          ประโยชน์ของเสื่อกก เสื่อกกมีประโยชน์หลากหลายทำเป็นเสื่อสำหรับนอน สำหรับปูพื้นในห้องรับแขกแทนพรม และปูลาดตามพื้นโบส์ถวิหาร เพื่อความสวยงาม และยังมีประโยชน์อีกหลากหลาย และยังสามารถจำหน่ายได้อีกด้วย

          ข้าพเจ้าเชื่อว่าหากการทอเสื่อได้รับการสนับสนุนที่ดีโดยมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยฟื้นฟูและพัฒนาในเรื่องของการออกแบบลวดลายให้เข้ากับยุคสมัยหรือการโฆษณาการใช้สื่ออนไลน์ ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นรวมไปถึงการออกแบบแพคเกจจิ้งบรรจุภัณฑ์ ที่สามารถดึงดูดความสนใจจากคนรุ่นใหม่เพื่อให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้นแต่ยังคงความดั้งเดิมเอาไว้เพื่อให้ผู้คนเข้าใจถึงความเป็นมาของอัตลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อช่วยให้การทอเสื่อได้อยู่คู่กับคนในชุมชนสืบไป ซึ่งจะถือได้ว่าเป็นสิ่งที่สามารถสืบทอดวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมของชุมชนได้เป็นอย่างดี

อื่นๆ

เมนู