ข้าพเจ้านายสมชาย ม่วงอ่อน นักศึกษาจ้างงานในโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ (มหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ) ผู้รับผิดชอบปฏิบัติงานในพื้นที่ตำบลถลุงเหล็ก อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานประจำเดือนมีนาคม โดยมีภารกิจ คือ การสำรวจภูมิปัญญาการทอเสื่อกกในพื้นที่ทั้ง 16 หมู่บ้าน

โดยได้เข้าไปสำรวจพื้นที่ในวันที่ 15 มีนาคม 2564 จากการสำรวจพบว่า หมู่บ้านที่มีการทอเสื่อกกในปัจจุบัน ประกอบด้วย 1) บ้านถลุงเหล็ก หมู่ที่ 1 โดยมีกลุ่มของคุณยายสุบิน เป็นกลุ่มหลักในการทอเสื่อกก คุณยายสุบินเล่าว่า การทอเสื่อกกจะทำหลังจากที่ว่างงานจากทำการเกษตร ในปัจจุบันนั้นใช้ ไหล เป็นวัสดุในการทอแทนกก เนื่องจากมีความแข็งแรงคงทนมากกว่า ซึ่งไหลหนึ่งต้นสามารถใช้มีดเฉพาะกรีดแบ่งเป็นเส้นได้ประมาณ 3 – 4 เส้นแล้วแต่ขนาดของแต่ละต้น แล้วนำไปตากแดด 3 – 4 แดด จากนั้นจึงนำไปย้อมสี โดยสีที่ใช้เป็นสีหลักในการย้อม ได้แก่ สีแดง ม่วง เขียว เหลือง และนำไปตากแดดให้แห้ง จึงจะสามารถนำไปทอเป็นเสื่อได้ ระยะเวลาที่ใช้ในการทอเสื่อแต่ละผืน จะขึ้นอยู่กับความละเอียดของลวดลายความร่วมแรงร่วมใจของกลุ่ม หากเป็นงานที่เร่งรีบ หนึ่งผืนจะใช้เวลา 1 – 2 วันก็แล้วเสร็จ แต่หากเป็นงานปกติก็ประมาณ 3 – 4 วันจึงแล้วเสร็จ ราคาในการซื้อ – ขาย จะมีตั้งแต่ 200 – 500 บาท โดยราคาต่างกันตามความละเอียดของเสื่อแต่ละผืน ปัญหาที่พบ คือ ขาดตลาดรองรับผลิตภัณฑ์ในการขาย ทำให้ไม่มีแรงจูงใจในการผลิต นอกจากนั้นในชุมชนแห่งนี้ยังมีครัวเรือนอื่น ๆ ที่ยังทอเสื่อกกอีกหลายครัวเรือน 2) บ้านพะไลพัฒนา จากการสอบถามคุณแม่ลลิตา ไชยฤทธิ์ ประธานกลุ่มทอเสื่อกกในพื้นที่ พบว่า ในชุมชนมีการทอเสื่อกก ประมาณ 25 – 30 ครัวเรือน ลวดลายผลิตภัณฑ์ของคุณแม่ลลิตา จะมีความละเอียดลออสวยงามอย่างยิ่ง โดยราคาจะอยู่ที่ 500 – 1500 บาท นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ในชุมชนแห่งนี้ยังมีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นอีก เช่น กระเป๋า รองเท้า ที่รองแก้ว กระติกข้าวเหนียว เป็นต้น ปัญหาที่พบเหมือนกับชุมชนแห่งแรก คือ ขาดตลาดรองรับผลิตภัณฑ์ในการขาย ทำให้ไม่มีแรงจูงใจในการผลิต

จากที่กล่าวมานั้น ยังมีชุมชนอื่นในพื้นที่ที่มีการทอเสื่อกก แต่ก็นับว่าเป็นส่วนน้อย และไม่ได้ทำต่อเนื่อง มักทำเป็นช่วงเวลาที่ว่างเว้นการการทำการเกษตรเท่านั้น หากสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์การทอเสื่อกกในพื้นที่ให้มีจุดเด่น มีตลาดรองรับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นมาได้ นับว่าจะเป็นการสร้างรายได้ให้เกิดกับชุมชนเป็นอย่างมาก

 

อื่นๆ

เมนู