ED 05 ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์

บทความประจำเดือนตุลาคม พ.ศ.2564

เรื่อง กระชายขาว สมุนไพรต้านโควิด

ข้าพเจ้า นางสาวปนัดดา  ปัดตานัง

กลุ่มบัณฑิตจบใหม่ ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์

หลักสูตร ED : 05  คณะครุศาสตร์

โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย จากมหาวิทยาลัยสู่ตำบล เพื่อสร้างรากแก้วให้ประเทศมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

ปัจจุบันมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (Covid-19) ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่แพร่กระจายได้ง่าย และร้ายแรง บางรายอาจส่งผลกระทบต่อปอดของผู้ป่วย การแพร่กระจายเกิดจากสารคัดหลั่งที่มีอนุภาคขนาดเล็ก ที่เป็นละออกฝอย เช่น การพูด สัมผัส ไอ และจาม ซึ่งวิธีการป้องกันจากเชื้อไวรัส คือ การรับวัคซีน การเว้นระยะห่าง การสวมแมสก์ ล้างมือบ่อยๆ และพกเจลแอลกอฮอล์ ตามวิถีชีวิตของชาวบ้านมักจะหาพืชสมุนไพรที่หาง่าย และมีในชุมชนมาใช้ในการป้องกัน เช่น กระชายขาว ตะไคร้ ขิง กระเพรา    ฟ้าทะลายโจน ฯลฯ 

                                                                 ที่มา : นางสาวปนัดดา ปัดตานัง ถ่ายเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2564

กระชายขาว หรือกระชายที่เราบริโภคมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า  Boesenbergia rotunda (Linn.) Mansfm เป็นพืชล้มลุก มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ตามปกติแล้วส่วนของรากหรือเหง้าที่อยู่ใต้ดินจะแตกรากออกเป็นกระจุกจำนวนมาก มีสีน้ำตาลแกมส้ม เนื้อข้างในมีสีเหลืองมีกลิ่นหอม ความน่าสนใจของกระชายคือ เป็นพืชที่มีประโยชน์มาก และเป็นพืชที่ขยายพันธุ์ได้ง่าย

ลักษณะเด่นของกระชายขาว

          ต้น เป็นพรรณไม้ล้มลุก ลำต้นมีความสูงประมาณ 9 เซนติเมตร ส่วนกลางของลำต้นเป็นแกนแข็ง มีกาบหรือโคนใบหุ้มลำต้น

ที่มา : นางสาวปนัดดา ปัดตานัง ถ่ายเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2564

ใบ มีกลิ่นหอม ก้านใบแทงขึ้นจากหัวในดิน ขนาดของใบจะมีความกว้างขนาด 7-9 เซนติเมตร ยาว 30-35 เซนติเมตร

ที่มา : นางสาวปนัดดา ปัดตานัง ถ่ายเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2564

ดอก ดอกออกเป็นช่อมีสีม่วง กลีบรองกลีบดอกเชื่อมต่อกัน มีลักษณะเป็นท่อ มีขน โคนเชื่อมติดกันเป็นช่อยาว  เกสรตัวผู้จะเหมือนกับกลีบดอก อับเรณูอยู่ใกล้ปลาย ท่อเกสรตัวเมียมีขนาดยาว เล็ก ยอดจะมีลักษณะเป็นรูปแตร เกลี้ยงไม่มีขน

 

ที่มา : นางสาวปนัดดา ปัดตานัง ถ่ายเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2564

เหง้า(หัว) อยู่ใต้ดินซึ่งแตกรากออกเป็นกระจุกเป็นจำนวนมาก มีสีน้ำตาลแกมส้ม มีกลิ่นหอม

       ที่มา : นางสาวปนัดดา ปัดตานัง ถ่ายเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2564

ประโยชน์และสรรพคุณของการชายขาว

กระชายขาวเป็นสมุนไพรภูมิปัญญาพื้นบ้านที่นำมาใช้ประโยชน์ได้หลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นเหง้า ราก ใบ นิยมนำมาต้มดื่มเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วย โดยใส่มะนาว หรือน้ำผึ้งเพิ่มเติมลงไป เพื่อลดความขมของเหง้ากระชายขาวสด บ้างก็นำมาบดทำเป็นยาในทางการแพทย์ไทย โดยมีสรรพคุณสร้างภูมิคุ้มกัน รวมถึงช่วยบรรเทา การตางๆ ดังนี้

1 จากผลการวิจัยในการทดลอง กระชายขาว มีสารพพิโนสโตบิน และ แพนดูราทินเอ ที่สามารถ

ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสโควิด 19 ได้

2 กระชายขาวมีสรรพคุณ ช่วยต้านหวัด แก้วิงเวียนศรีษะ และลดไขมันในเลือดได้

3 สารสกัดจากกระชายขาว ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด

4 สารสกัดจากกระชายขาว ช่วยเพิ่มสมรรถนะภาพทางเพศ

5 สารสกัดจากกระชายขาว มีฤทธิ์ในการต่อต้านการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในลำไส้ อันเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคกระอาหาร และช่วยลดการอักเสบของกระเพราอาหารได้

6 ช่วยลดการอักเสบของเหงือก หรือแผลในช่องปาก โดยใช้กระชายขาวทุบให้ละเอียดและต้มให้เดือด ใช้บ้วนปาก

7 ช่วยขับสารพิษออกจากตับได้อีกด้วย

8 กระชายขาว มีฤทธิ์ ในการช่วยแก้อาการท้องร่วง ท้องเสียโดยการนำเหง้ากระชายขาวไปปิ้งไฟ และตำให้ละเอียด นำมาผสมกับน้ำปูนใส และคั้นดื่ม

9 ช่วยลดท้องอืด ท้องเฟ้อได้

10 ช่วยบำรุงหัวใจ

11 ใช้เป็นยาขับปัสสวะ

12 ช่วยปรับฮอร์โมนในร่างการให้สมดุล

ข้อควรระวังในการใช้กระชายขาว

 1 หากทำทานเองต้องทานแบบต้มสุกหรือปรุงเป็นอาหาร

2 ไม่ควรทานติดต่อกันเกิน 7 วัน

3 ควรระวังการใช้กระชายขาวกับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับอักเสบ ผู้ที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือด

4 ไม่แนะนำให้ใช้กับเด็ก สตรีมีครรภ์ หรือผู้ที่กำลังให้นมบุตร

5 ระวังการทานกระชายขาวในปริมาณที่มากเกินไป จะทำให้ฤทธิ์ร้อนในร่างกายมาก อาจจะเกิดอาการใจสั่น ตามมา

                                                                        ที่มา : นางสาวปนัดดา ปัดตานัง ถ่ายเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2564

 วิธีการปลูก

1 คัดเลือกหัวพันธุ์ (เหง้า) ที่มีอายุ 7-9 เดือน มีตาที่สมบูรณ์

2 การปลูกให้แบ่งหัวหรือเหง้าโดยหั่นขนาดของเหง้า ควรมีตาอย่างน้อย 3-5 ตา

3 ฝังลงดินลึกประมาณ 5-10 เซนติเมตร จากนั้นใช่ฟางคลุม

4 ประมาณ1-2 เดือนจึงหว่านปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก และจะเก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุ 8-12 เดือน

          กระชายขาว ถือว่า เป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านที่หาง่ายและมีในชุมชน มีสรรพคุณมากมายในการบรรเทาอาการเจ็บป่วย และอีกอย่างยังช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสได้อีกดด้วย กระชายถือว่าเป็นสินค้าที่ต้องการของประชาชนจำนวนมากในช่วงนี้ และทำให้ราคาสูงขึ้นได้ถึง 100-150 บาท/กิโลกรัม ถึงกระชายจะเป็นพืชที่ปลูกได้ง่ายแต่ ก็ต้องใช้ระยะเวลาในการปลูก

           จากบทความข้างต้น จะสะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาของชาวบ้านในชุมชน ในการนำพืชสมุนไพรที่มีในชุมชนมาใช้ในการป้องกันและยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัส และบรรเทาอาการเจ็บป่วยได้       จะเห็นได้ว่ากระชายขาว มีสรรพคุณทางยา และประโยชน์หลายอย่าง ในปัจจุบันกระชายขาว ถือว่าเป็นพืชสมุนไพร ที่เป็นที่ต้องการของตลาดในช่วงนี้ กระชายถือว่าเป็นพืชที่ปลูกง่ายแต่กว่าจะได้มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตในแต่ละครั้งจะต้องใช้ระยะเวลาถึง 8-12 เดือน ในการเพาะปลูกแต่ละครั้ง

          ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณ ผู้นำชุมชนและชาวบ้าน ตำบลเจริญสุขอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ได้เสียสละเวลามาให้ความรู้และข้อมูลข้างต้น และขอขอบคุณมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ คณะครุศาสตร์ ที่ได้มีโครงการดีๆ จากมหาวิทยาลัยสู่ตำบล ขอขอบคุณค่ะ

อ้างอิง

https://www.bigc.co.th/blog/th/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A7-

https://www.baanlaesuan.com/240705/plant-scoop/fingerroot

https://www.thairath.co.th/lifestyle/health-and-beauty/2157156

อื่นๆ

เมนู