ข้าพเจ้านายสุวรรณ์  วัชรินทร์  ได้เข้าร่วมโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายได้ของตำบลแบบบรูรณาการของมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์  ตำแหน่งภาคประชาชน  ประจำตำบลถลุงเหล็ก  อำเภอเมือง  จังหวัดบุรีรัมย์  ในวันที่  23  ตุลาคม  2564  ได้จัดอบรมนักเล่าเรื่องในชุมชน  ตำบลถลุงเหล็ก  ซึ่งในตำบลถลุงเหล็กนั้น  มีประวัติโดยย่อ  คือสมัยก่อนนั้นมีช่างตีเหล็กมาตั้งหมู่บ้านอยู่ในพื้นที่  แล้วนำเหล็กมาตีเป็นอุปกรณ์  เช่น  มีด  จอบ  เสียบ  และอีกหลายอย่าง  ซึ่งคนในชุมชนได้นำมาเป็นเครื่องมือใช้ในการทำการเกษตร  การตีเหล็กให้เป็นรูปแบบต่างๆนั้น  ชาวชุมชน  เรียกว่าเป็นการตีเหล็ก  และเรียกอีกชื่อหนึ่งคือเป็นการถลุงเหล็ก  นี้คือที่มาของชื่อหมู่บ้านถลุงเหล็ก

ในวันที่  24  ตุลาคม  2564  นั้น  ได้จัดกิจกรรมทำน้ำมันนวดหอมระเหย  และพวกเรา U2T  ได้มีหนังสือเชิญให้คนในชุมชนมาเข้าร่วม  ซึ่งหนังสือนั้นได้ส่งให้ผู้นำแต่ละหมู่บ้าน  ครบทั้ง  16  หมู่  ผู้นำหมู่บ้านได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมทำน้ำมันนวดหอมระเหย  และได้มีการตอบรับจากพี่น้องเป็นอย่างดี  สำหรับวัตถุดิบที่นำมาทำน้ำมันหอมระเหยนั้น  สามารถหาได้ในพื้นที่  เช่น  ขมิ้น  ไพร  น้ำมันมะพร้าว  ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรรักษาโรคได้หลายโรค

ในวันที่  26  ตุลาคม  2564  ได้ไปศึกษาแหล่งเรียนรู้บ้านแสงจันทร์  อำเภอสตึก  จังหวัดบุรีรัมย์  ศึกษาเรื่องพืช  เช่น  ฟ้าทะลายโจรมีสรรพคุณทางการแพทย์  บรรเทาอาการไข้หวัด  เจ็บคอ  เป็นสมุนไพรที่ได้ถูกบรรจุอยู่ในบัญชียา  กระชายดำลดการอักเสบและฆ่าเชื้อ   มีผลวิจัยมีฤทธิ์ลดการอักเสบและฆ่าเชื้อ  พริกไทยมีสารต้านการอักเสบที่มีชื่อว่า  อัลคาลอยค์พิเพิร์น  มะระขี้นกเป็นพืชกินง่ายจะช่วยลดระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวาน  และเป็นยาตำรับยาลดไข้  แก้โลหิตเป็นพิษ  บรรเทาอาการปวดข้ออักเสบอีกด้วย  และมีอีกหลายๆพืชสมุนไพรที่แหล่งเรียนรู้บ้านแสงจันทร์  และมีธนาคารน้ำ  ซึ่งเราได้ไปศึกษาดูก็น่าสนใจมากเพราะมีขั้นตอนไม่มาก  มีการเลี้ยงสัตว์  เช่น  วัว  หมู  ปลา  การเลี้ยงสัตว์ก็เลี้ยงแบบเรียบง่าย  โดยเฉพาะการเลี้ยงหมูหลุม  ขั้นตอนในการเลี้ยงหมูหลุม  ดั้งนี้

ขุดหลุมลงประมาณ  1  เมตร  กว้าง 2 x 2 เมตร  เลี้ยงได้ประมาณ  4  ตัวต่อหลุม  อาหารก็หาได้ในพื้นที่  เช่น  ต้นกล้วย  และพืชอื่นๆ  ก้นหลุมก็นำแกลบลองก้นหลุมประมาณ  50  เซนติเมตร

วัวก็เลี้ยงแบบธรรมชาติ  ทำคอกและปลูกหญ้า  อัดฟางเก็บไว้ให้กินหน้าแล้ง  ปลาก็จะมีปลาดุก  ปลานิล  ปลาตะเพียร  การเลี้ยงปลาขั้นตอนก็จะไม่ยุ่งยากอะไร  ต้องขุดบ่อสำหรับเลี้ยงปลาแต่ละชนิด  เช่นปลากินเนื้อก็จะแยกออกเป็นบ่อต่างหาก  ปลากินพืชก็จะแยกบ่ออีกต่างหาก  จะเลี้ยงร่วมกันไม่ได้  ส่วนปลากินพืชก็จะเลี้ยงโดยธรรมชาติ  ในบ่อก็จะมีผักบุ้ง  จอก  แหน  ผักตบชวา  เป็นต้น  ส่วนปลากินเนื้อก็จะหาซื้ออาหารปลาได้ตามร้านขายอาหารสัตว์  นอกจากนี้แหล่งเรียนรู้บ้านแสงจันทร์นั้น  ก็ยังมีการปลูกต้นไม้หลายชนิด  เช่น  ต้นยางนา  มะม่วง  มะนาว  มะพร้าว  มะระกอ  ผักหวาน  ไผ่  การไปศึกษาแหล่งเรียนรู้ในครั้งนี้ได้ประโยชน์และความรู้มากมาย   โดยเฉพาะธนาคารน้ำน่าสนใจมาก  และเตาเผาขยะ  ซึ้งเราสามารถทำใช้เองได้โดยต้นทุนไม่แพง  ส่วนวิทยากรบรรยายก็พูดแนะนำในส่วนต่างได้ดีมาก  เข้าใจง่าย  และหวังว่าในครั้งต่อๆไปก็จะมีโครงการดีๆ  อย่างนี้อีกในตำบลของเรา

อื่นๆ

เมนู