ประจำเดือน ธันวาคม

 

ข้าพเจ้านางสาวสายทอง ศรีบาง ผู้ปฏิบัติงานประเภทประชาชน

โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ (1 ตำบล 1 มหาลัย)

(มหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ)

ณ ต.ถลุงเหล็ก อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์

ลงพื้นระหว่างวันที่ 12 พฤศจิกายน – 5 ธันวาคม 2564

 

          การจัดกิจกรรมอบรมการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ ด้วยคณะครุศาสตร์ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ได้จัดทำโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ(1 ตำบล 1 มหาลัย) มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ จะจัดอบรมการพัฒนาองค์ความรู้ให้กับชุมชน โดยมีกิจกรรมดังต่อไปนี้ 1.กิจกรรมจิตอาสา ร่วมกับชุมชนทำความดีพัฒนาชุมชนและการจัดการขยะให้ถูกสุขลักษณะปลอดเชื้อโควิด โดยจัดขึ้นในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2564 2. การพัฒนาองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีในการสร้างสตอรี่แบรนด์ดิ้ง(Story branding) เพื่อเพิ่มคุณค่าให้ผลิตภัณฑ์ และส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกับชุมชนผ่านการเสนอเรื่องราวที่มีคุณค่าในสตอรี่แบรนด์ดิ้ง จัดขึ้นในวันที่ 19-21 พฤศจิกายน 2564 3. การพัฒนาอาชีพโดยการพัฒนารูปแบบสินค้าจากผ้าทอท้องถิ่น จัดขึ้นในวันที่ 3-5 ธันวาคม 2564 ณ ห้องปฏิบัติการ 1623 อาคาร 16 มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์

          ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 อาจารย์ที่ดูแลประจำตำบลถลุงเหล็กได้นัดประชุมผ่านโปรแกรม Google Meet เพื่อแบ่งทีมในการทำงาน โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2564 ทีมงานU2T ตำบลถลุงเหล็ก ได้ร่วมกันทำความสะอาดที่วัดสำราญราษฎร์-โนนสำราญ ช่วยกันเก็บกวาดถู จัดโต๊ะ จับผ้า ล้างห้องน้ำ เก็บกวาดใบไม้รอบวัด เพราะในวันต่อมาที่วัดจะมีงานทอดกฐินและมีโรงทาน ซึ่งในวันงานอาจารย์และทีมงานU2T ตำบลถลุงเหล็ก ได้ร่วมบริจาคหลอดไฟ เสาร์ไฟให้กับวัดเพื่อเพิ่มความสว่างให้เพียงพอและอุปกรณ์ทำความสะอาดต่างๆ และร่วมกันทำต้นกฐินเพื่อมอบเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆให้กับวัด หลังจากทอดกฐินเสร็จก็จะมีโรงทานของชาวบ้านมาร่วมกันแบ่งปัน ซึ่งทานอาจารย์และทีมงาน U2T ตำบลถลุงเหล็ก ก็ได้ร่วมกันทำโรงทานโดยมีน้ำส้ม น้ำชงต่างๆและขนมปัง ร่วมกันแจกจ่ายในการทำโรงทานในครั้งนี้

ในวันที่ 19-21 พฤศจิกายน 2564 ตั้งแต่เวลา 09.00-13.00 น. ณ ชุมชนตำบลถลุงเหล็ก  แยกออกเป็น 4 ทีมด้วยกัน ทีมละ 5 ท่าน ได้แก่ 1.ทีมสำรวจพื้นที่ท่องเที่ยวและฐานเรียนรู้ 2. ทีมอาหาร 3. ทีมโปสเตอร์ 4. ทีมอำนวยการ ซึ่งข้าพเจ้าได้อยู่ในทีมที่ 2 ทีมอาหาร ข้าพเจ้าก็ได้ลงสำรวจพื้นที่สอบถามอาหารประจำท้องถิ่นของตำบลถลุงเหล็กและได้นำมาจัดรายการอาหารในทริปท่องเที่ยว มีอาหารประจำท้องถิ่นของชาวบ้าน(ช่วงเที่ยง) คือ แกงหยวกกล้วยใส่ไก่ แกงยอดอ้อย ห่อหมกหน่อไม้ใส่หมู น้ำพริกปลาทูผักสด ส้มตำ ปลาส้มทอด เครื่องดื่มได้แก่ น้ำอ้อย น้ำอัญชัน น้ำใบเตย และฐานสร้างอาชีพของชุมชนถลุงเหล็ก 2 ฐาน ได้แก่ การทำกระถางปูนซีเมนต์ การทอผ้า รวมไปถึงบูธสินค้าผลิตภัณฑ์ของชุมชน มีดังนี้ 1.เสื่อกก 2.ผ้าไหม 3.ข้าวแต๋น 4.ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้าท้องถิ่น 5.ไม้ประดับ 6.น้ำอ้อย

ในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2564 ทีมงานU2T นัดกันจัดสถานที่ ณ วัดสำโรง เพื่อเตรียมสถานที่ในการตั้งบูธต่างๆและที่รับประทานอาหารสำหรับนักท่องเที่ยวที่ได้มาเที่ยวในชุมชนตำบลถลุงเหล็ก ต่อมาในวันที่ 19-20 พฤศจิกายน 2564 ในช่วงเช้าอาจารย์ผู้ดูแลประจำตำบลถลุงเหล็กก็ได้ลงพื้นที่ในการเยี่ยมชมฐานการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อให้สถานที่และฐานการเรียนรู้ต่างๆจัดเตรียมไว้เป็นที่เรีบยร้อยเหมาะแก่การต้อนรับนักท่องเที่ยวได้ และในช่วงบ่ายก็ได้จัดเตรียมสถานที่อีกครั้งเพื่อให้เหมาะสมและเข้ากับงานครั้งนี้

ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2564 เวลา 09.00-09.20 น. นักท่องเที่ยวเดินทางมาถึง ณ ศาลาหมู่ 16 บ้านโนนสำราญ Welcome drink(น้ำอ้อย) นักท่องเที่ยวเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวเสร็จ เวลา 09.20 น. เริ่มเดินทางไปที่ฐานการถางปูนซีเมนต์ เดินทางโดยการนั่งรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จำนวน 3 คัน/3คน เข้าฐานกระถางปูนซีเมนต์ โดยคุณตาพรมมา เป็นผู้ที่คิดค้นลองผิดลองถูกทำมาตั้งแต่ปี 2547 ทำบ่อยๆ แล้วคุณตาเข้าใจจึงทำขาย มีตั้งแต่ขนาด 40-2 เมตร นักท่องเที่ยวเริ่มทำกระถางปูนซีเมนท์ โดยเริ่มจากการสวมถุงมือก่อนและใส่ผ้ากันเปื้อนแล้วนำแบบแกนมาวางไว้บนแผ่นไม้ที่จัดเตรียมไว้ และนำทรายมาใส่ให้ท่วมแบบแกนจากนั้นปั้นทรายให้พอดีกับแบบแกน ระหว่างปั้นให้ฉีดน้ำพรมทรายด้วย เพื่อป้องกันทรายแตก ทำแบบขึ้นรูปทรายวนให้เป็นทรงกระถาง ผสมปูนกับน้ำให้เข้ากันแล้วตักปูนใส่ถังนำปูนตักเทลงจากด้านบนและด้านข้างให้รอบนำปูนฉาบด้านข้างให้ทั่วแล้วนำแบบขึ้นรูปปูนวนให้รอบเสร็จแล้วผสมปูนโดยใช้ทรายละเอียด ให้เหลวพอประมาณตักราดบนกระถางที่เราทำไว้แล้วนำแบบขึ้นรูปปูนมาวนให้เรียบ เช็ดทำความสะอาดด้านข้าง ตั้งทิ้งไว้ให้แห้ง ค่อยๆแกะออกก็จะได้กระถางตามต้องการ ส่วนการลงสีคุณตาพรมมา ก็เลือกลงสีตามใจลูกค้าที่สั่งมาตามออร์เดอร์ เมื่อถึงเวลา 10.00 น. นักท่องเที่ยวก็ได้เดินทางไปยังฐานทอผ้าไหม มัดหมี่ มัดตามจุดจากลายที่ออกแบบด้วยเชือก แต่นิยมใช้เชือกฟาง เพราะซื้อง่าย สะดวก นำเส้นไหมออกจากโฮงย้อมสีตามครั้งของเฉดที่ต้องการหรือตามมัดหมี่ไว้ แต่ตรงที่มัดหมี่ต้องไม่ติดสี ส่วนการย้อมสีซ้ำต้องย้อมหลังการตากแดดครั้งแรกให้สีแห้งก่อน การมัดหมี่ เริ่มด้วยการมัดเก็บขาว แบ่งได้ 2 วิธี คือ มัดทุกลายในหัวหมี่เดียวกัน กับ มัดแยกแต่ละลายในหัวหมี่แล้วต่อตอนทอผ้า กรอกเส้นไหม้เข้าหลอด นำหัวมัดหมี่ที่แกะเชือกใส่ในกงทำการกรอเส้นไหมเข้าอักเข้าหลอดด้ายด้วยไน ต้องมีการเรียงลำดับหลอดด้ายตามสีที่ออกแบบไว้ด้วย เวลา 11.35 น. เบรกดื่มน้ำอัญชัน ต่อมาเวลา 11.40 น. เดินทางชมวิถีชาวบ้านสายยาว โดยรถพ่วงข้างไปยังวัดสำโรง เดินทางถึงเวลา 12.00 น. ไหว้พระที่วัดสำโรงจากนั้นร่วมทอดกฐินประจำปีของชาวบ้าน ณ วัดสำโรง รับประทานอาหารท้องถิ่นจากชุมชนสายยาวแล้วเลือกชมเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของดีประจำตำบลถลุงเหล็ก เวลา 13.30 น. ส่งนักท่องเที่ยวเดินทางกลับไปยังศาลาหมู่ 16 แล้วเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 ได้รับหนังสือจากทางอาจารย์ แล้วนำไปส่งให้กับทางผู้ใหญ่บ้านให้ท่านประชาสัมพันธ์ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมอบรมการพัฒนาอาชีพโดยการพัฒนารูปแบบสินค้าจากผ้าทอท้องถิ่น จัดขึ้นในวันที่ 3-5 ธันวาคม 2564 ให้คนในชุมชนผู้ที่สนใจเข้าร่วมอบรม สมารถนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดให้เกิดอาชีพและมีรายได้ให้กับตนเองและชุมชน

ในวันที่ 3 ธันวาคม 2564 ทีมงานU2T นัดกันจัดสถานที่ ณ ห้องปฏิบัติการ 1623 อาคาร 16 มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ช่วยกันจัดโต๊ะ เก้าอี้ เก็บกวาด เช็ดถู เตรียมพร้อมในการอบรมในวันต่อไป ในวันที่ 4-5 ธันวาคม 2564 เวลา 07.30 รถทางมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ออกเดินทางมารับผู้เข้าร่วมอบรม ณ ศาลา หมู่ 16 บ้านโนนสำราญ เพื่อเดินทางไปอบรม ณ ห้องปฏิบัติการ 1623 อาคาร 16 มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ เวลา 08.00-17.30 น. ร่วมลงทะเบียนเข้าร่วมอบรม โดยมีหัวข้อการอบรมดังต่อไปนี้ 1.หลักสำคัญในการออกแบบผลิตภัณฑ์ผ้าทอ 2.เทคนิคการตัดเย็บผ้าทอท้องถิ่น 3.การเรียนรู้องค์ประกอบในการออกแบบเครื่องประดับจากสิ่งทอ 4.กระบวนการสร้างงานผ้าทอท้องถิ่น 5.ฝึกปฏิบัติการ การออกแบบและการตัดเย็บผ้าทอท้องถิ่น โดยวิทยากร นางอมรรัตน์ สุขจิตต์ ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้มีดังนี้ 1.เตารีดและแผ่นรองรีด 2.ที่เลาะผ้า จะใช้เมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้นโดยเลาะด้ายที่เย็บผิดออก 3.ชอล์ก เพื่อทำจุดกำหนดบนผืนผ้า จะได้รู้ว่าตรงไหนเย็บ ตรงไหนตัดออก 4.การกรรไกร 5.กระดาษลอกลายสำหรับการทาบแพทเทิร์นและปรับแพทเทิร์นในระหว่างเย็บ 6.ไม้บรรทัดสำหรับวัดเวลาประกอบชิ้นส่วน (ทั้งในระยะออกแบบและระยะตัดเย็บ) 7.สายวัด โดยเฉพาะสายวัดที่มีความยืดหยุ่น จะใช้วัดและปรับขนาด 8.เข็มเพื่อปักตรึงผ้าให้อยู่ในตำแหน่งก่อนจะเริ่มเย็บ 9.จักรเย็บผ้า หลังจากเตรียมอุปกรณ์เสร็จแล้วขั้นตอนการตัดเย็บเสื้อและการตัดเย็บกระเป๋า

ขั้นตอนการเย็บเสื้อ

1.เตรียมวัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือ

2.รีดผ้า วัดตัวและสร้างแบบตัด

3.วางแบบตัดและทำรอยเผื่อเย็บ

4.ตัดผ้าและทำเครื่องหมายบนผ้า

5.เย็บกันลุ่ยริมผ้า

6.เนาและลองสวมใส่

7.เย็บเสื้อกั๊กตามลำดับขั้นตอน

8.ตรวจสอบความเรียบร้อยของผลงาน

ขั้นตอนการเย็บกระเป๋า

1.วางแพทเทิร์นบนผ้าตัดผ้าสำหรับด้านนอกและด้านในกระเป๋าแล้วนำไปเย็บฝีเข็มห่าง

2.เว้นมุมด้านล่างของผ้าทั้งสองชิ้น เพื่อเตรียมเย็บก้นกระเป๋า

3.กลับด้านในของผ้าออกมา

4.เย็บก้นกระเป๋าโดยพับกันกระเป๋าให้แบนแล้วใช้หมุดช่วยตรึงส่วนก้นกระเป๋าไว้ จากนั้นเย็บผ้าทั้งสองชิ้นเข้าด้วยกัน

5.เย็บริมกระเป๋าโดยจับขอบผ้าทั้งสองชิ้นเข้าด้วยกันและทำการเย็บ เก็บรายละเอยดขอบกระเป๋าให้เรียบร้อย ส่วนสุดท้ายคือการเก็บขอบปากกระเป๋า โดยพับขอบผ้าลงครึ่งนิ้วแล้วเย็บริมให้เรียบร้อย

6.เย็บหูกระเป๋าเข้ากับกระเป๋าผ้าของเรา จากนั้นกลับเอาด้านนอกออกมาก็เป็นอันเสร็จสมบูรณ์

 

 

 

 

 

 

 

 

อื่นๆ

เมนู