สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อ นางสาววรรณิสา วันทอง เป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ประเภทบัณฑิตจบใหม่ ในโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ (มหาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ) ของมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ โดยได้รับผิดชอบพื้นที่ตำบลถลุงเหล็ก อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์

                       

        เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา ดิฉันได้เข้าร่วมประชุมเพื่อวางแผนการปฏิบัติงาน ประจำเดือนมีนาคม 2564 ณ ห้องประชุมสำนักคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ โดยมีอาจารย์ผู้ดูแลและรับผิดชอบพื้นที่ตำบลถลุงเหล็ก เป็นผู้ดำเนินการจัดประชุม มีการให้คำปรึกษา และตอบข้อซักถามต่าง ๆ ในการปฏิบัติงาน โดยการประชุมในครั้งนี้ได้มีการแบ่งกลุ่มงานเพื่อสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มอาชีพต่าง ๆ ที่โดดเด่นในชุมชนตำบลถลุงเหล็ก โดยแบ่งได้ 4 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มผ้าทอ 2) กลุ่มเสื่อกก 3) กลุ่มพัฒนาการท่องเที่ยว และ 4) นักเล่าเรื่องชุมชน

                       

                       

        วันที่ 15 มีนาคม 2564 ดิฉันและทีมงานได้รับมอบหมายให้ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลกลุ่มแม่บ้านวิสาหกิจของชุมชน (กลุ่มผ้าทอ) ทุกหมู่บ้านในตำบลถลุงเหล็ก เพื่อสอบถามเกี่ยวกับการทอผ้า และการรวมกลุ่มทอผ้าไหมในชุมชน พบว่า ส่วนใหญ่ในแต่ละหมู่บ้านมีการทอผ้าแต่ไม่ได้ทำทุกหลังคาเรือน ซึ่งมีทั้งการทำเป็นกลุ่มอาชีพ และการทำส่วนตัว เพื่อจำหน่ายเอง ส่วนใหญ่ชาวบ้านไม่ได้ทอจากผ้าไหมแท้ โดยจะรับผ้าฝ้ายมาย้อมสีเอง แล้วค่อยนำไปทอ ซึ่งการทอผ้าฝ้ายจะขายง่ายกว่าผ้าไหมแท้ เนื่องจากผ้าไหมแท้มีราคาแพงกว่าผ้าฝ้ายทำให้ขายได้ยากกว่า

                       

                       

        จากนั้นดิฉันได้ลงพื้นที่หมู่บ้าน “ชุมชนสายยาว” ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น “หมู่บ้านท่องเที่ยวที่ยาวที่สุดในโลก” มีถนนเชื่อมระหว่าง 5 หมู่บ้าน ที่ยาวกว่า 3 กิโลเมตร จากบ้านเสม็ดราษฎร์ บ้านสำราญราษฎร์ บ้านโนนสำราญ บ้านหนองเครือ และยาวไปสุดที่บ้านโนนศิลา เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงเกษตร ในตำบลถลุงเหล็ก อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยได้สอบถามผู้นำกลุ่มอาชีพในชุมชน และแม่บ้านกลุ่มทอผ้า ได้ข้อมูลว่า มีการทอผ้าไหมเป็นกลุ่มอาชีพ และชาวบ้านยังนิยมทำลายผ้าแบบเดิม ๆ อยู่ เช่น ลายนก ลายหางกระรอกคู่ตีนแดง ถึงจะมีหลายหน่วยงานมาอบรมให้ความรู้เรื่องลายผ้าไหมแบบใหม่ แต่ชาวบ้านก็ยังให้ความสนใจไม่มากเท่าที่ควร และยังคงผลิตผ้าทอลายที่ตนเองถนัดต่อไป

                       

                       

        จากการลงพื้นที่สำรวจหมู่บ้านอื่น ๆ นอกจากชุมชนสายยาวแล้ว พบว่า มีอีก 8 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านดอนดู่แดง บ้านสำโรง บ้านห้วยชนบท บ้านผักแว่น บ้านหนองผักแว่น บ้านพะไล บ้านพะไลพัฒนา และบ้านหนองเรือ ที่ยังมีคนทอผ้าอยู่ แต่มีจำนวนน้อยมาก ส่วนใหญ่จะทอผ้าเพื่อไว้ใช้เอง และจำหน่ายเองไม่ได้รวมกลุ่มอาชีพ ส่วนการจำหน่ายผ้าทอจะเป็นการจำหน่ายให้กับบุคคลที่อยู่ในช่วงกลุ่มวัยกลางคนขึ้นไป ชาวบ้านที่ทำอาชีพทอผ้า ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ บางท่านยังไม่ถนัดการใช้งานสื่อเทคโนโลยีหรืออุปกรณ์สื่อสารที่จะสามารถช่วยเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าทอทางออนไลน์ได้ จึงอยากให้มีการหาแนวทางแก้ไขปัญหานี้ และทุกฝ่ายร่วมกันแก้ไขปัญหามีการพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอท้องถิ่น และเพิ่มมูลค่าของผ้าทอในชุมชนให้มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ถ้าผู้คนหันมาให้ความสนใจผ้าทอกันมากขึ้น ก็จะสามารถเพิ่มรายได้ให้แก่ชาวบ้านผู้ทอผ้าได้อีกทางหนึ่ง ถือเป็นการยกระดับเศรษฐกิจในชุมชนให้ดีขึ้น และยังได้ช่วยสืบสานภูมิปัญญาไทยให้คงคุณค่าสืบต่อไป

                       

                        

 

อื่นๆ

เมนู