ข้าพเจ้า นางสาวสุวนันท์ สัตย์สุขยิ่ง ประเภท บัณฑิตจบใหม่ ต.ถลุงเหล็ก (ED01) ได้เข้าร่วมประชุมเมื่อวันเสาร์ ที่ 13 มีนาคม 2564 ที่ห้องประชุมสำนักงานคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์อาจารย์ผู้ดูแล/ผู้ควบคุมการปฏิบัติงาน ได้แบ่งกลุ่มงานเพื่อหาข้อมูลสำหรับกลุ่มอาชีพต่างๆในชุมชน ต.ถลุงเหล็ก รวมถึงการติดตามงานครั้งก่อน และได้แนะนำการเขียนบทความเพิ่มเติม
          ข้าพเจ้าได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานพร้อมทีมงาน ได้หาข้อมูลทุกหมู่บ้านใน ต.ถลุงเหล็ก อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ในวันที่ 15 มีนาคม 2564 เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มอาชีพ และเกี่ยวกับการทอผ้า ส่วนใหญ่ในแต่ละหมู่บ้านมีการทอผ้าแต่ไม่ได้ทำทุกหลังคาเรือน และมีทั้งการทำเป็นกลุ่มอาชีพ และการทำส่วนตัว เพื่อจำหน่ายขายเอง และที่ข้าพเจ้าได้สอบถาม สำหรับที่ไม่ใช่กลุ่มอาชีพ จะมีคนมาสั่งทำผืนต่อผืนเท่านั้น ซึ่งราคาต่อผืน ราคาอยู่ที่ประมาณ 500-600 บาท ทอหนึ่งผืนใช้เวลาประมาณ 3-5 วัน และไม่ได้ทอจากผ้าไหมแท้ จะรับผ้าฝ้ายมาย้อมสีเอง แล้วค่อยนำไปทอ ราคาฝ้ายที่ซื้อมาย้อมก็แตกต่างกันออกไปแล้วแต่ขนาด ชาวบ้านให้ข้อมูลว่า การที่รับผ้าฝ้ายมาย้อมสีเองจะขายง่ายกว่าแบบไหมแท้เนื่องจากไหมแท้มีราคาที่แพงกว่าซึ่งทำให้ขายได้ยากกว่า และน้อยมากแล้วที่จะมีคนปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ข้าพเจ้าได้ลงพื้นที่หมู่บ้าน “ชุมชนสายยาว” เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่มีความยาวของแต่ละหมู่บ้านยาวกว่า 3 กิโลเมตร ของชุมชนสายยาว ต.ถลุงเหล็ก อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ได้สอบถามจากผู้นำกลุ่มอาชีพในชุมชน และผู้ปฏิบัติเกี่ยวกับการทอผ้า ได้ข้อมูลว่า มีการทอผ้าไหมเป็นกลุ่มอาชีพ แต่ชาวบ้านยังคงนิยมทำลายผ้าแบบเดิมๆอยู่ ยกตัวอย่างเช่น ลายนก,ลายหางกระรอกคู่ตีนแดง ถึงจะมีหน่วยงานมาอบรมเรื่องลายผ้าแบบใหม่ แต่ชาวบ้านก็ยังไม่ได้ให้ความสนใจมาก และยังคงทำลายที่ตนเองถนัด และอีกส่วนหนึ่งคือต้องใช้เทคโนโลยีค่อนข้างสูง ทำให้การกระจายสินค้ายังไม่เสถียรมากพอ แม้จะมีการจัดหาตลาดหรือสถานที่ในการจัดจำหน่ายสินค้าเพิ่มเติม แต่ก็ยังจำหน่ายไม่ได้เท่าที่ควร ผู้นำกลุ่มอาชีพได้ให้ข้อมูลว่า มีหลายหน่วยงานได้เข้ามาอบรมให้ความรู้อยู่เรื่อยๆ แต่ก็ยังตอบโจทย์ได้ไม่ดี และช่วงนี้ชาวบ้านหันไปสนใจเรื่องการปลูกอ้อยมากกว่า การจำหน่ายผ้าทอจะเป็นการจำหน่ายให้กับบุคคลที่อยู่ในช่วงกลุ่มวัยกลางคนถึงมีค่อนข้างมีอายุขึ้นไป ไม่ได้จำหน่ายให้ได้ทุกช่วงวัย หรือเช่นกลุ่มวัยรุ่น ส่วนน้อยที่จะนิยมใส่ผ้าถุง และรุ่นลูกรุ่นหลานยังไม่ได้ให้ความสนใจต่อการสืบสานการทอผ้านี้เท่าที่ควร
          ข้าพเจ้าพบว่า เนื่องจากชาวบ้านที่ทำอาชีพทอผ้า เป็นผู้สูงอายุกันส่วนใหญ่ หากมีการนำเสนอผ้าทอลายใหม่ๆ กับแนวทางเลือกที่ทำให้ชาวบ้านมีความสนใจ อาจจะช่วยเพิ่มมูลค่าสิ่งทอได้มากขึ้น แต่ปัญหายังคงมี เนื่องจากชาวบ้านที่ทำอาชีพนี้อาจจะศึกษาทำความเข้าใจลายใหม่ได้แบบไม่ทั่วถึง ซึ่งการเข้าถึงเทคโนโลยีอาจจะยังช้าอยู่ และบางท่านยังไม่มีสื่อหรืออุปกรณ์สื่อสารที่จะสารมารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพที่ดีได้ รวมถึงการเข้าถึงความเข้าใจดิจิทัลสำหรับธุรกิจหรือการขายสินค้าออนไลน์ อีกทั้งข้าพเจ้าอยากให้มีเยาวชนรุ่นหลังได้เข้ามาช่วยสืบสานภูมิปัญญาไทยนี้ให้คงคุณค่าสืบต่อไป
          ทั้งนี้อย่างไรก็ตาม การทอผ้าของชาวบ้านนั้นทำจากงานฝีมือและต้องใช้เวลา กว่าจะได้แต่ละผืน ถือเป็นภูมิปัญญาไทยที่มีเอกลักษณ์ทรงคุณค่า ทำให้การแต่งตัวนั้นสื่อถึงความเป็นไทยและเอกลักษณ์ได้เป็นอย่างดี ดูสง่า โดดเด่นและงดงามมากยิ่งขึ้น นับว่าทุกครัวเรือนจะต้องมีไว้ประจำบ้าน อย่างคำที่ว่า “การทอผ้านั้นมีคุณค่าเสมอ” คุณค่าทางภูมิปัญญา คุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ที่สำคัญคือ ทรงคุณค่าเอกลักษณ์ของความเป็นไทย

 

อื่นๆ

เมนู