ข้าพเจ้านายนนทกร สียางนอก ประเภทนักศึกษา

ผู้ปฏิบัติงาน โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ (มหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ)

ประจำพื้นที่ตำบลถลุงเหล็ก อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์

          จากการปฏิบัติงาน การอบรมการแปรรูปผลิตภัณฑ์เสื่อกก การอบรมเชิงปฏิบัติการการเรียนรู้สื่อออนไลน์เพื่อเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย การอบรมเกี่ยวกับเทคนิคการถ่ายรูปภาพสินค้าด้วยมือถือ ที่จัดขึ้นในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และได้มีการประชุมวางแผนจัดอบรมในครั้งต่อไปคือ การอบรมส่งเสริมความรู้เพื่อยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์จากผลิตภัณฑ์สิ่งทอ โดยการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ และการรับรองมาตรฐาน (มผช.) โดยมีกำหนดการจัดอบรมในวันที่ 23 กรกฎาคม 2564 ณ ศาลากลางประชาคมหมู่ 16 บ้านโนนสำราญ ตำบลถลุงเหล็ก อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ แต่สถานการณ์ปัจจุบันที่ยังคงมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19 อย่างต่อเนื่อง มีหลายปัจจัยที่ส่งผลให้การอบรมได้เลื่อนออกไป คือ ศาลาประชาคมในพื้นที่ตำบลถลุงเหล็กในหลาย ๆ หมู่บ้าน ได้ปรับเปลี่ยนเป็นศูนย์กักตัว หรือศูนย์พักพิง สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง ประกาศจากคำสั่งจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ห้ามจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และในพื้นที่ตำบลถลุงเหล็ก มีผู้เดินทางเข้าหมู่บ้านติดเชื้อโควิด จาก ต.ซับไม้แดง  อ.บึงสามพัน  จ.เพชรบูรณ์   เข้ามาพักอาศัยที่  70ม.7ต.ถลุงเหล็ก  อ.เมือง  จ.บุรีรัมย์  พร้อมสามีที่มาด้วยกัน  ซึ่งสามีได้เสียชีวิตในคืนวันที่ 13 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา ทำให้กิจกรรมที่วางแผนไว้ได้เลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด

รูปภาพ : การอบรมการแปรรูปผลิตภัณฑ์เสื่อกก

การอบรมเชิงปฏิบัติการการเรียนรู้สื่อออนไลน์เพื่อเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย

การอบรมเกี่ยวกับเทคนิคการถ่ายรูปภาพสินค้าด้วยมือถือ (ที่ผ่านมา)

          ทางทีมงานผู้ปฏิบัติงานประจำพื้นที่ตำบลถลุงเหล็กจึงได้ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลในด้านต่าง ๆ เช่น ผู้ที่ย้ายกลับบ้าน เนื่องจากสถานการณ์โควิด แหล่งท่องเที่ยว ที่พัก/โรงแรม ร้านอาหารในท้องถิ่น อาหารที่น่าสนใจประจำถิ่น เกษตรกรในท้องถิ่น พืชในท้องถิ่น สัตว์ในท้องถิ่น ภูมิปัญญาท้องถิ่น และแหล่งน้ำในท้องถิ่น เพื่อนำข้อมูลที่ได้สำรวจมาลงในระบบ cbd ที่เว็บไซต์ https://cbd.u2t.ac.th  ลงข้อมูลเป็นด้านตามที่ได้กล่าวข้างต้น

รูปภาพ : การสำรวจหาข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ต

          ข้าพเจ้าผู้ปฏิบัติงาน ประเภทนักศึกษา ที่ไม่ได้พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ จึงได้ทำการหาข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ต เพื่อนำเอาข้อมูลที่ได้มากรอกลงในระบบ cbd โดยข้าพเจ้าได้หาข้อมูลในด้านที่พัก/โรงแรม ที่เป็นโฮมสเตย์ ของนายเดชธนา ยืนสุขธนัง หมู่ 10 มีสิ่งอำนวยความสะดวกคือ มีบริการอาหาร ห้องนอน ห้องน้ำ ที่จอดรถสามารถจอดได้ 5 คัน

ด้านสัตว์ในท้องถิ่น คือ การเลี้ยงกบ ชาวบ้านหนองเครือ ตำบลถลุงเหล็ก อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ กว่า 10 ครัวเรือน ตั้งกลุ่มเพาะเลี้ยงลูกกบและลูกอ๊อดขาย เป็นอาชีพเสริมควบคู่กับการทำนา สร้างรายได้เข้าครัวเรือนเดือนละกว่า 10,000 บาท สามารถลดปัญหาเคลื่อนย้ายแรงงานและลดภาระหนี้สินทั้งในและนอกระบบได้เป็นอย่างดี

รูปภาพ : การเลี้ยงกบ

ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น การเพาะเห็ดนางฟ้า สำหรับโรงเรือนเพาะเห็ดนางฟ้านั้นควรมีขนาด 2 x 15 x 2 (กว้าง x ยาว x สูง) เมตร ซึ่งจะวางก้อนเชื้อเห็ดนางรม และเห็ดนางฟ้าได้ประมาณ 4,000 ก้อน โรงเรือนควรเป็นแบบที่สร้างง่าย ลงทุนน้อย และวัสดุที่จะนำมาสร้างเป็นโรงเรือนนั้นจะต้องหาง่ายที่มีอยู่ในท้องถิ่น เป็นวัสดุที่มาจากธรรมชาติ เช่น ฟาง, หญ้าแฝก, ไม้ไผ่ เป็นต้น สำหรับการสร้างโรงเรือนให้เหมาะสมนั้นควรสร้างในที่เย็นชื้นและสะอาดปราศจากศัตรูของเห็ดที่จะเข้ามารบกวน หลังคามุงจากหรือแฝก แล้วคลุมทับด้วยสะแลนอีก 1 ชิ้น การคลุมหลังคาขึ้นอยู่กับชนิดของเห็ดด้วย เพื่อป้องกันลม ลมแรง ลมค่อย ลมหนาว ลมแห้งแล้ง สภาพลม สภาพอากาศ มีผลกระทบต่อการออกดอกของเห็ดได้เช่นเดียวกัน ปิดประตูด้วยกระสอบป่านหรือแผ่นยาง ปูพื้นด้วยทราย เพื่อเก็บความชื้น ทิศทางลม ก้อมีส่วนสำคัญในการโรงเพาะเห็ด ต้องดูทิศทางของลมเหนือลมใต้ เพื่อป้องกันการพัดพาเชื้อโรค ที่จะมีผลต่อก้อนเห็ด และการออกดอกของเห็ด การทำก้อนเชื้อเพาะเห็ดนางฟ้านั้นจำเป็นต้องหาวัสดุอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมดังนี้ ได้แก่ขี้เลื่อยยางพาราหรือขี้เลื่อยไม้เนื้ออ่อน แต่ในทางปฏิบัตินั้นขี้เลื่อยยางพาราจะให้ผลดีที่สุด จากนั้นก็หาส่วนผสมต่างๆเพื่อให้ได้คุณค่าทางอาหารมากยิ่งขึ้น และสูตรการทำก้อนเชื้อเห็ดนางรม และเห็ดนางฟ้ามีส่วนผสมหลัก ๆดังนี้
ขี้เลื่อยยางพาราแห้งสนิท 100 กิโลกรัม
รำละเอียด 6 – 8 กิโลกรัม
ข้าวโพดป่น 3 – 5 กิโลกรัม
ปูนยิบซัม 1 กิโลกรัม
หินปูนหรือผงชอล์ก 1 กิโลกรัม
ดีเกลือ 0.2 กิโลกรัม
น้ำ 80 กิโลกรัม
EM 1 ลิตร

รูปภาพ : การเพาะเห็ดนางฟ้า

การทำน้ำตาลปึก การทำน้ำตาลปึกจากอ้อยแบบโบราณที่สืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย และมีเอกลักษณ์ในการทำไม่เหมือนใคร ซึ่ง 1 ปีก็จะทำประมาณ 5 เดือน ตั้งแต่เดือนธันวาคม – เดือนเมษายน ของทุกปี เพราะช่วงนี้อ้อยจะหวานเป็นพิเศษ  วิธีการทำก็เริ่มตั้งแต่ การนำต้นอ้อยมาบีบคั้นเอาน้ำอ้อยด้วยเครื่อง แล้วนำมาใส่กระทะใบใหญ่ๆ เคื่ยวด้วยไฟที่ก่อด้วยฟืนต้นอ้อยตากแห้งแล้ว (ต้นอ้อยนี่เอามาทำฟืนได้จากเศษต้นอ้อยที่บีบเอาน้ำออกหมดแล้วตากจนแห้งครับ) เคี่ยวประมาณ 3-4 ชั่วโมง จนกระทั่งน้ำระเหยและน้ำตาลเหนียวข้นได้ที่ ทิ้งน้ำตาลให้เย็นสักพัก ตักเทลงเบ้าที่ทำจากไม่เนื้อแข็งที่ทำความสะอาดแล้ว ขั้นตอนนี้ต้องใช้เทคนิคพอสมควร รอจนกว่าก้อนน้ำตาลจับตัวกันเป็นก้อน แล้วก็แคะออกจากเบ้าน้ำตาลที่นี่มีหลายแบบหลายขนาดให้เลือก กะเทาะน้ำตาลออกจากเบ้า โดยคว่ำแท่นไม้ให้ก้อนน้ำตาลหล่นลงที่ตาข่ายด้านล่าง  ใช้เวลาจับตัวเป็นก้อนนี่ก็ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที เมื่อได้น้ำตาลเป็นก้อนมาแล้วก็นำมาแพ็ค เพื่อจำหน่ายกันครับ  ก็ใช้วัสดุใบอ้อยที่คัดมา ตากแห้ง แล้วมาแพ็คมัดละ 5 ก้อน วัสดุที่ใช้มัดก็ทำจากไม้ไผ่ครับ  เรียกว่าตอก  ผ่าบางๆแช่น้ำให้อ่อนต้วสักหน่อย เวลามัดจะได้ไม่ขาดง่าย

รูปภาพ : การทำน้ำตาลปึก

 

อื่นๆ

เมนู