­­ เรื่อง แพะสัตว์เลี้ยงทางเลือก
         เขียนโดย นายพีรพัฒน์ แสมรัมย์
กลุ่มบัณฑิตจบใหม่ ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ หลักสูตร ED 05 คณะครุศาสตร์ โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมแบบบูรณาการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัยจากมหาวิทยาลัยสู่ตำบล เพื่อสร้างรากแก้วให้ประเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

บทความในเดือนนี้จะนำทุกท่านไปพบกับคุณชนาพร ศรีมะเรือง หรือคุณน้าวรรณ เกษตรกรายหนึ่งในตำบลเจริญสุข อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ จากคำบอกเล่าของน้าวรรณถึงที่ไปที่มาของการเลี้ยงแพะว่า ปกติที่บ้านของคุณน้ามีอาชีพทำสวนอยู่แล้ว ที่ดินของสวนมีความอุดมสมบูรณ์ ทำให้มีหญ้าที่เกิดเองตามธรรมชาติจำนวนมาก และหญ้าที่เกิดมานั้นล้วนไม่มีประโยชน์ต้องตัดทิ้งอยู่เสมอ คุณน้าจึงคิดหาวิธีที่ทำให้หญ้าที่ต้องตัดทิ้งเป็นประจำเหล่านี้มีประโยชน์ขึ้นมาโดยการนำไปเลี้ยงสัตว์ แต่สัตว์อะไรล่ะที่ไม่ต้องใช้เวลามากในการเลี้ยงดู ลงทุนไม่สูง ต้องการสัตว์อยู่ง่ายกินง่าย และที่สำคัญต้องการสัตว์ที่ทนต่อสภาวะแวดล้อมในทุกๆสภาพได้ สัตว์ที่ต้องตรงกับความต้องการนั้นคืออะไร

คำตอบนั้นคือแพะ ปัจจุบันแพะกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเพื่อเลี้ยงเป็นสัตว์เศรษฐกิจ โดยเกษตรกรบางรายมีพื้นที่เพียง 1 งานก็สามารถเลี้ยงได้จนประสบผลสำเร็จเกิดเป็นรายได้ไม่น้อยทีเดียว หรือหากต้องการเลี้ยงให้ครบวงจรมากขึ้นเกษตรกรบางรายจากเดิมที่เคยปลูกพืชเชิงเดี่ยวก็ได้แบ่งพื้นที่บางส่วนมาทำการเลี้ยงแพะ พร้อมทั้งจัดสรรพื้นที่สำหรับปลูกหญ้าและพื้นที่เดินเล่นให้กับแพะ จึงทำให้สัตว์รู้สึกผ่อนคลายมีสุขภาพที่ดีและเจริญเติบโตเป็นที่ต้องการของตลาด

แพะ สัตว์ที่หลายคนคิดว่ากลิ่นเหม็นสาบ สกปรก ไม่เหมาะที่จะนำมาเลี้ยง ใครจะคิดบ้างว่า แพะเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย และเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพราะเป็นสัตว์เลี้ยงที่ใช้เลี้ยงทดแทนโค – กระบือ และยังมีค่าใช้จ่ายไม่สูงมากอีกด้วย แพะนั้นสามารถขายได้หลากหลายรูปแบบ อย่างเช่น ขายเพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงสวยงาม ราคาขายคิดอยู่ที่เดือนละ 1,500 บาท สมมุติแพะอายุ 3 เดือน ราคาได้อยู่ที่ 4,500 บาท ต่อตัว ส่วนแพะที่ไม่เน้นสวยงามขายเป็นแพะเนื้อ น้ำหนัก 15 กิโลกรัมขึ้นไป ขายอยู่ที่ราคากิโลกรัมละ 110-115 บาท พร้อมกันนี้ ยังมีการนำน้ำนมแพะมาทำการแปรรูปสร้างเป็นสินค้าที่มีมูลค่า เช่น สบู่จากนมแพะ ครีมอาบน้ำ เป็นต้น

การเลี้ยงดูแพะ

แพะที่พร้อมจะผสมพันธุ์ จะใช้อายุ 1 ปีขึ้นไป ซึ่งถ้าตามเวลาจริงๆ ตัวเมียอายุ 7-8 เดือนจะผสมพันธุ์ได้ แต่มันยังดูไม่สมบูรณ์เต็มที่ เราจึงเน้นเลี้ยงให้มีอายุอย่างต่ำ 1 ปี ถึงจะปล่อยให้ผสมพันธุ์

จากนั้นรอตั้งท้องประมาณ 5 เดือน พอได้ลูกออกมาแล้วในช่วง 1 เดือนแรก ปล่อยให้กินนมแม่ก่อน หลังจากนั้น เลี้ยงด้วยผิวถั่วสลับกับต้นข้าวโพดสับ

­­­­­­­

 

ข้อดี-ข้อเสียของการเลี้ยงแพะมีดังนี้

  • เลี้ยงแพะใช้ระยะเวลาสั้นกว่าเลี้ยงวัว
  • แพะหากินเก่ง และกินใบไม้ได้หลายชนิด
  • แพะทนทานต่อทุกสภาพอากาศ
  • แพะมีขนาดตัวเล็ก ใช้พื้นที่น้อย จัดการง่าย
  • แพะให้ผลผลิตได้ทั้งเนื้อ นม หนังและขน

 

จากข้อความข้างต้นทำให้แพะตอบโจทย์ของคุณน้าวรรณเป็นอย่างมาก จึงได้เลือกแพะมาเป็นสัตว์เลี้ยง เนื่องจากแพะเป็นสัตว์ที่ทนต่อสถาพแวดล้อม และมีการแพร่ขยายพันธ์ที่เร็ว ต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างต่ำกว่าวัวและกระบือ บวกกับที่สวนมีหญ้าขึ้นเป็นจำนวนมากอยู่แล้วเป็นแหล่งอาหารที่ประหยัด ไม่ต้องลงทุนด้านอาหารมาก จากข้อมูลข้างต้นทำให้แพะเป็นสัตว์ทางเลือกที่คุณน้าวรรณเลือก เพราะแพะเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย และเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพราะเป็นสัตว์เลี้ยงที่ใช้เลี้ยงทดแทนโค – กระบือ และยังมีค่าใช้จ่ายไม่สูงอีกทั้งมีผลตอบแทนที่ค่อนข้างดีอีกด้วย

อื่นๆ

เมนู