เรื่อง พืชผักสวนครัวเพื่อจำหน่าย และการบริโภคในครัวเรือน

เขียนโดย นายพีรพัฒน์ แสมรัมย์ กลุ่มบัณฑิตจบใหม่ ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ หลักสูตร ED 05 คณะครุศาสตร์ โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมแบบบูรณาการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัยจากมหาวิทยาลัยสู่ตำบล เพื่อสร้างรากแก้วให้ประเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

เมืองไทยเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมกับการอยู่อาศัยร่วมกับธรรมชาติอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด อาชีพเกษตรกรจึงถือเป็นรายได้หลักมาอย่างช้านาน แม้ในปัจจุบันคนรุ่นใหม่จำนวนมากจะเลือกเข้ามามองหางานทำในเมืองหลวงรวมถึงเลือกทำงานประเภทอื่น ๆ มากขึ้น แต่เกษตรกรก็ยังถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยสร้างผลผลิตให้กับคนไทยและอีกหลายล้านคนบนโลกมีอาหารดี ๆ ได้ทานเพื่อดำรงชีวิตอยู่ตลอด จึงอยากพาทุกคนไปทำความเข้าใจกับอาชีพนี้ให้มากขึ้นกว่าเดิม อาชีพเกษตรกรสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่มหลัก ๆ ซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศไทย ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ โดยมีประเภทของเกษตรกรดังนี้

เกษตรกรในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 4 ประเภทดังนี้   

1.พืชผล
เป็นกลุ่มอาชีพที่พบเจอได้มากสุดของเมืองไทย ทั้งนี้จะแยกย่อยออกเป็นกลุ่มต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ความเหมาะสมของพื้นที่ในการปลูกพืชผลชนิดนั้นๆ เช่น เงาะ ลำไย ทุเรียน

2.พืชนา
พูดง่ายๆก็คือกลุ่มเกษตรกรที่ปลูกนาข้าวเป็นหลัก ทั้งนี้เมื่อหมดฤดูการเก็บเกี่ยวข้าวก็สามารถเปลี่ยนเป็นการเกษตรด้านอื่นๆได้

3.พืชไร่
กลุ่มพืชที่ต้องอาศัยพื้นที่ในการปลูกเยอะ แต่พืชจะมีการเจริญเติบโตรวดเร็ว ขั้นตอนการดูแลรักษาไม่ยุ่งยาก พืชบางชนิดปลูกแค่ 2 เดือนก็สามารถเก็บเกี่ยวได้ทันที โดยพืชไร่นั้นถือเป็นอีกกลุ่มเกษตรที่สำคัญต่อทั้งการบริโภคของผู้คนในประเทศและการส่งออกสร้างรายได้ เช่น อ้อย, ข้าวโพด, มันสำปะหลัง, ถั่วหลากชนิด, ฝ้าย เป็นต้น

4.พืชสวน
กลุ่มพืชชนิดนี้ไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่เยอะเหมือนกับพืชไร่ แต่ต้องอาศัยการใส่ใจดูแลมากกว่า มีระยะเวลาในการให้ผลผลิตนานกว่า แต่มูลค่าก็สูงตามประเภทของสายพันธุ์นั้นๆ เช่น ผักชี ต้นหอม มะเขือ พริก เป็นต้น

 

 

บทความในเดือนนี้จะนำทุกท่านไปพบกับ คุณพันธ์ วิโสรัมย์ หรือคุณลุงโป๋ย เกษตรกรายหนึ่งในตำบลเจริญสุข อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ คุณลุงพันธ์เป็นเกษตรกรที่ปลูกพืชสวน เนื่องจากคุณลุงอาศัยอยู่ที่บ้านเป็นหลักไม่ได้ออกไปทำงานที่ไหนพืชส่วนใหญ่ที่ปลูกนั้น เป็นพืชที่ตรงต่อความต้องการของตลาดมี พริกจินดา มะเขือเปราะ ต้นหอม ถั่วฝักยาว โหระพา คุณลุงใช้พื้นที่ข้างบ้านและหลังบ้านในการทำเกษตร คุณลุงเล่าให้ฟังว่าเกณฑ์การเลือกพันธ์ผักที่ใช้ในการปลูกแต่ละรอบนั้นคุณลุงดูความต้องการของตลาดเป็นหลัก ความต้องการของตลาดในช่วงเวลานั้นมีความต้องการพืชชนิดไหนมากเป็นพิเศษ คุณลุงก็จะเลือกปลูกพืชชนิดนั้นเป็นหลัก เมื่อถามถึงเรื่องต้นทุนของการผลิตค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเมล็ดพันธ์และปุ๋ย คุณลุงได้ให้คำตอบว่า การปลูกผักของคุณลุงนั้นมีต้นทุนที่ไม่สูงเลย เนื่องจากเมล็ดพันธ์พืชนั้น เป็นเมล็ดที่เก็บเกี่ยวไว้ใช้เอง สารอาหารของพืชให้ปุ๋ยคอกทั้งหมด น้ำที่ใช้รดผักก็ดึงขึ้นมาจากสระหลังบ้าน ค่าไฟเฉลี่ยต่อเดือนเฉลี่ย200บาท ใช้ในเรื่องของปั๊มน้ำนั่นเอง

ต่อไปเราจะนำทุกท่านไปดูแปลงผัก และผักชนิดต่างๆที่ที่คุณลุงปลูกกันเลยนะครับ

คุณพันธ์ วิโสรัมย์ ผู้ให้สัมภาษณ์

ภาพรวมแปลงเกษตร ของคุณพันธ์ วิโสรัมย์

นายพีรพัฒน์ แสมรัมย์ ผู้สัมภาษณ์
คุณพันธ์ วิโสรัมย์ ผู้ให้สัมภาษณ์

 

พริกจินดา ในแปลงเกษตรของคุณพันธ์ วิโสรัมย์

 

มะเขือเปราะ ในแปลงเกษตรของคุณพันธ์ วิโสรัมย์

 

 

ต้นหอม ในแปลงเกษตรของคุณพันธ์ วิโสรัมย์

 

ถั่วฝักยาว ในแปลงเกษตรของคุณพันธ์ วิโสรัมย์

 

โหระพา ในแปลงเกษตรของคุณพันธ์ วิโสรัมย์

ภาพรวมแปลงเกษตร ของคุณพันธ์ วิโสรัมย์

ประโยชน์ของการปลูกผักสวนครัว

พืชผักสวนครัวเป็นแหล่งรวมสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกลือแร่ และวิตามิน การบริโภค

1. ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อผักมาประกอบอาหารประจำวัน
2. ครอบครัวได้รับประทานผักที่มีคุณค่าทางอาหารครบถ้วนและปลอดภัยจากสารเคมี
3. ใช้พื้นที่ส่วนที่ว่างเปล่าให้เกิดประโยชน์
4. จัดสวนผักสวนครัวปลูกพืชเป็นรั้วกินได้
5. จัดจำหน่ายในและนอกชุมชน
6. ได้ออกกำกายไปในตัว
7. ปลอดภัยจากสารเคมี

ปฏิเสธไม่ได้เลยในแทบทุกมื้ออาหารของเรานั้น มีผักเป็นส่วนประกอบทั้งนั้น ทำให้ความต้องการของตลาดมีอยู่อย่างต่อเนื่องทำให้ผักของคุรลุงนั้นจำหน่ายได้ตลอดเวลา ตลาดหลักของคุณลุงคือตลาดสด และพ่อค้าคนกลางที่เข้ามารับถึงบ้าน จนบางครั้งการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ทำให้มีการปลูกพืชได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

แหล่งข้อมูลอ้างอิง : https://www.arda.or.th/knowledge_detail.php?id=33

 

อื่นๆ

เมนู