การสำรวจตามโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ

(มหาวิทยาลัยสู่ตำบลสร้างรากแก้วในประเทศ)

ชื่อบทความ ข้าวหอมมะลิ

 พื้นที่รับผิดชอบ ตำบลเจริญสุข อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์
ชื่อเจ้าของบทความ นางสาวชนัญชิดา ศิลอนันต์

         ตำบลเจริญสุขเป็นตำบลเล็กๆ ตั้งอยู่ในอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ ส่วนใหญ่มีอาชีพหลักคือ ทำนา ปลูกข้าวไว้บริโภคและจำหน่ายแลกเปลี่ยน โดยข้าวที่นิยมปลูกมากที่สุด คือ ข้าวหอมมะลิ

ข้าวหอมมะลิหรือข้าวดอกมะลิ (jusmine rice) เป็นพันธุ์ข้าวที่นิยมปลูกและบริโภคกันอย่างแพร่หลาย จัดอยู่ในกลุ่มข้าวนาปี ซึ่งจะปลูกได้เพียงปีละ 1 ครั้ง จะเริ่มทำตั้งแต่เดือนเมษายน-พฤษภาคม และเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม

วิธีการปลูกที่นิยม คือ การปักดำจากต้นกล้า และวิธีการหว่าน ทั้งนี้การปลูกข้าวด้วยการหว่านควรกำจัดวัชพืชในแปลงออกให้เหลือน้อยที่สุด การหว่านแบบแห้งพร้อมไถกลบ ควรไถกลบ และไถดะตากดินหรือวัชพืชให้เน่าหรือตายเสียก่อนอย่างน้อยประมาณ       2-3 อาทิตย์ ก่อนการหว่าน การหว่านแบบเปียก ควรไถกลบ และแช่น้ำให้วัชพืชหรือตอซังเน่าอย่างน้อยประมาณ 1-2 อาทิตย์ ก่อนการหว่าน สำหรับวิธีการปักดำมักไม่ค่อยพบปัญหาเรื่องวัชพืช สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ดอน ฝนจะเริ่มตกตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ชาวนาจะเริ่มหว่านไถและเพาะปลูก เมื่อฝนเริ่มหมดปลายเดือนตุลาคม จนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน จึงเริ่มเก็บเกี่ยวช่วงเดือนพฤศจิกายนความชื้นจะน้อย ทำให้อากาศแห้งเหมาะในการเก็บเกี่ยว การตาก การนวด ก็ทำได้ง่าย เพราะน้ำแห้งนาหมดแล้ว ไม่มีฝน

การดูแลในระยะปลูก การใส่ปุ๋ย ควรใส่ทั้งปุ๋ยเคมี และปุ๋ยคอก ไม่ควรใส่ปุ๋ยเคมีอย่างเดียวเพราะอาจทำให้ดินเสียเร็วขึ้น น้ำในแปลงนาต้องมั่นตรวจสอบจุดรั่วไหล ควรให้ระดับน้ำในแปลงนามากพอสมควรโดยเฉพาะในช่วงระยะเริ่มแรกของการปลูกจนถึงข้าวตั้งท้อง ส่วนระยะหลังข้าวเป็นเม็ดแป้งแล้วการขาดน้ำมักไม่มีผลต่อเมล็ดข้าวมากนัก โรคข้าว สัตว์ และแมลงศัตรูข้าวให้มีการตรวจสอบต้นข้าวเป็นระยะ โดยเฉพาะหนอนกอข้าว และโรคไหม้ ที่มักเกิดมากในทุกท้องที่ รวมไปถึงสัตว์ชนิดต่างๆที่อาจทำลายต้นข้าวได้ เช่น หอยเชอรี่ และหนูนา

การเก็บเกี่ยวโดยในสมัยก่อนจะนิยมเกี่ยวข้าวด้วยเคียว แต่ในปัจจุบันนิยมเก็บเกี่ยวด้วยการใช้รถเกี่ยวข้าวและข้าวหลังจากการเก็บเกี่ยวถ้าหากมีความชื้นจะนำมาตากแดดให้แห้งเพื่อป้องกันเชื้อราประมาณ 1-2 วัน จึงนำไปเก็บไว้ในยุ้งฉางเพื่อการบริโภคและจำหน่าย

ข้าวหอมมะลิมีหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งจะมีลักษณะเฉพาะแตกต่างกันออกไปทั้งเรื่องของกลิ่นและตัวเมล็ดข้าว เช่น        ข้าวหอมมะลิสายพันธุ์แดง ข้าวหอมมะลิสายพันธุ์ดำหรือนิลสุรินทร์ ข้าวหอมมะลิพันธุ์ปทุมเทพ ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ข้าวขาวดอกมะลิ กข.15 ข้าวหอมขาวตาเคลือบ โดยทั่วไปส่วนใหญ่แล้ว ในตำบลเจริญสุขจะเป็นข้าวขาวดอกมะลิ 105 เหตุที่นิยมปลูกเนื่องจากลักษณะของข้าวเปลือกจะเรียวยาว มีขัดสีแล้วจะมีสีขาวใสเหมือนกับงา และมีกลิ่นหอมคล้ายใบเตย เมื่อหุงหรือนึ่งสุกแล้วเมล็ดข้าวสุกจะอ่อนนุ่มมากกว่าข้าวเจ้าทั่วไป แต่ร่วนน้อยกว่าและมีกลิ่นหอม เป็นข้าวเจ้าที่มีคุณภาพเมล็ดดีมาก เมล็ดข้าวสารใส แข็งแรง คุณภาพการขัดสีดี
               
คุณสมบัติของข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมมะลิที่นิยมปลูกและบริโภคกันอย่างแพร่หลายคือพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 และ พันธุ์ กข.15 การรักษาความหอมของข้าวหอมที่ดีต้องเริ่มตั้งแต่ การเก็บเกี่ยว การเก็บรักษาข้าวเปลือกการสีข้าว และการเก็บรักษาข้าวที่สีเรียบร้อยแล้วการจะรักษาความหอมของข้าวเอาไว้ต้องพยายามหลีกเลี่ยงภาวะแวดล้อมที่ร้อน อบอ้าว และมีความชื้นสูง การตากแดดหรือใกล้สถานที่ร้อนจัดเป็นเวลานานๆ เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่งสภาวะที่เหมาะสมคือที่ที่มีอากาศค่อนข้างเย็น มีการถ่ายเทของอากาศดี ความชื้นไม่สูง
             ข้าวหอมมะลิในตำบลเจริญสุขโดยทั่วไปส่วนใหญ่จะเป็นพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 ลักษณะประจำพันธุ์เป็นข้าวเจ้า ไวต่อช่วงแสง ทนแล้งได้ดี ทนต่อสภาพดินเปรี้ยวและดินเค็ม คุณภาพข้าวสุก จะนุ่ม และมีกลิ่นหอม เป็นอาหารที่สำคัญสำหรับมนุษย์แล้วยังสามารถเป็นอาหารของสัตว์ได้อีกด้วย เช่น สุนัขและแมว นอกจากจะนำไปบริโภคแล้วยังสามารถขายเพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว ส่วนข้าวเปลือกและรำข้าวที่ได้จากการสีนำมาเป็นอาการของสัตว์เลี้ยงได้ เช่น ไก่ เป็ด ส่วนแกลบสามารถนำมาเผาถ่านและแกลบดำจากการเผาถ่านยังสามารถนำมาปลูกต้นไม้ได้

จากการศึกษา การปลูกข้าวหอมมะลิเป็นอาชีพที่อยู่กับชุมชนมาช้านาน เนื่องจากเป็นอาหารที่สำคัญสำหรับมนุษย์และสัตว์ เพราะมีวิธีการปลูกและการดูแลที่ไม่ยุ่งยาก ทั้งยังใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนสร้างรายได้ให้กับครอบครัวจึงเป็นอาชีพหลักที่ทำได้ทุกครัวเรือนและทุกชุมชน

อ้างอิง     https://www.palangkaset.com
https://puechkaset.com

 

อื่นๆ

เมนู