เขียนโดย นางสาวเกศรินทร์ เหมือนพร้อม กลุ่มบัณฑิตจบใหม่เจ้าหน้าที่ตำบลเจริญสุขอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ ในโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลบูรณาการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัยวิทยาลัย จากมหาวิทยาลัยสู่ตำบล เพื่อสร้างรากแก้วให้ประเทศมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

เคยสงสัยกันไหมคะ ทำไมเราต้องแทนความรู้สึกที่มีต่ออะไรก็ตามที่ทำง่าย ว่าเป็นเรื่อง กล้วยๆ เช่น การบ้านหน้านี้กล้วยมาก เรื่องนี้แค่กล้วยๆเลย ทำไมถึงไม่แทนด้วย มะม่วง แตงโม หรือ บักเขือ บักสีดา บักมี่เช่น เรื่องนี้มันบักมี่มากเลย หรือ เรื่องนี้มันทุเรียนมากนะ แต่จะว่าไปเรื่องทุเรียนมันคงแอบน่ากลัวอยู่นะคะ เพราะหนามมันเยอะ เอาเป็นว่าวนมาที่เรื่องกล้วย กล้วย กันดีกว่า ผู้เขียนฉุกคิดเรื่องนี้ขึ้นมา เมื่อได้ก้าวเท้าเข้าสู่ที่สวนของคุณแม่วันดี ลำเลิศ ชาวบ้านตำบลเจริญสุข

ในสวนของคุณแม่วันดี มีผลไม้หลากหลายชนิด หนึ่งในนั้นก็คือ กล้วย ซึ่งความจริงกล้วยแทบจะเป็นพืชที่ปลูกมากที่สุดในสวนเลย ผู้เขียนจึงได้พูดคุยกับคุณแม่ผู้เป็นเจ้าของถึงเหตุผลที่ได้เลือกปลูกกล้วยเป็นจำนวนมาก นั่นคือ เป็นผลไม้สร้างรายได้ให้กับครอบครัว ขายได้ตั้งแต่ใบตอง ลำต้น หัวปลีกล้วย ผลของกล้วย เรียกได้ว่าปลูกหนึ่งต้นก็ได้ประโยชน์คุ้มค่าเลยซึ่งในสวนมีกล้วยอยู่หลายชนิด เรามาทำความรู้จักกับชนิดและสรรพคุณของกล้วยกันเถอะ

ชนิดที่ 1 กล้วยน้ำว้า” มีชื่อสามัญหรือชื่อเรียกท้องถิ่นว่า กล้วยใต้ กล้วยตานีอ่อง กล้วยมะลิอ่อง หรือกล้วยอ่อง (Pisang Awak) และมีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า Musa (ABB) ‘Nam Wa

มีเหลี่ยมเล็กน้อย เปลือกผลหนา เมื่อผลสุกมีสีเหลือง เนื้อสีขาวนวล รสหวาน ไส้กลางสีเหลือง ชมพู หรือขาว มีหลากหลายสายพันธุ์ อาทิ กล้วยน้ำว้าค่อม กล้วยน้ำว้าดำ กล้วยน้ำว้ามะลิอ่อง และกล้วยน้ำว้าจันทร์ ให้คุณประโยชน์มากมาย มีธาตุเหล็กสูงที่สุด ช่วยป้องกันโรคโลหิตจางได้ยอดเยี่ยม เป็นยาอายุวัฒนะ สามารถทานเพื่อลดน้ำหนัก นอกจากนี้ยัง หลั่งสารแห่งความสุข ช่วยให้หลับสบาย คลายความเครียด ทั้งยังมีแคลเซียมสูง ช่วยป้องกันฟันผุด้วย ใครที่นอนไม่หลับเป็นประจำลองกล้วยน้ำว้าดูนะคะ

ชนิดที่ 2 กล้วยหอม” หรือ “กล้วยหอมทอง” เป็นชื่อท้องถิ่นที่ถูกเรียกโดยทั่วไป มีชื่อสามัญคือ Gros Michel และชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Musa (AAA) ‘Hom’

มีผลใหญ่ ปลายโค้งเรียวยาว เปลือกบาง เมื่อสุกจะมีสีเหลืองทอง เนื้อในสีส้มอ่อน รสหวาน มีกลิ่นหอม สายพันธุ์ที่เป็นที่รู้จัก ได้แก่ กล้วยหอมเขียว กล้วยหอมทอง กล้วยหอมค่อม และกล้วยหอมแกรนด์เนน มีผลวิจัยพบว่า กล้วยหอมทองมีโปรตีนสูง ช่วยให้ร่างกายเติบโตแข็งแรง มีแร่ธาตุเป็นจำนวนมาก สรรพคุณมากมาย รักษาอาการโลหิตจาง นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการของโรคหลอดเลือดในสมอง บำรุงประสาท ปรับอารมณ์ ลดความตึงเครียด ช่วยให้ร่างกายสดชื่น สามารถป้องกันโรคซึมเศร้าและบรรเทาอาการปวดต่างๆ ถ้าผู้อ่านที่มักจะนอนไม่หลับแต่ไม่ชอบทานกล้วยน้ำวา ก็สามารถทานกล้วยหอมทดแทนได้ค่ะ

ชนิดที่ 3 “กล้วยไข่” มีชื่อท้องถิ่นว่า กล้วยกระ และชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Musa (AA) ‘Khai’ มีลักษณะคือ ผลค่อนข้างเล็ก ก้านผลสั้น มีเปลือกบาง เมื่อสุกเปลือกและเนื้อมีสีเหลืองสด มีจุดกระสีดำที่เปลือก มีรสชาติหวาน

กล้วยไข่มี 2 สายพันธุ์ที่เป็นที่รู้จัก คือ กล้วยไข่กำแพงเพชร และกล้วยไข่ทองเงย มีเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยต้านมะเร็งได้อย่างวิเศษ เมื่อสุกช่วยบำรุงกำลัง เป็นยาระบาย ผลดิบใช้ชงน้ำร้อนหรือบดเป็นผงรับประทาน ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารและอาการท้องเสียเรื้อรัง มีรสฝาด กล้วยชนิดนี้ผู้เขียนทานเป็นประจำเมื่อมีอาการท้องเสีย ซึ่งอาการก็ดีขึ้นเลยค่ะ ถ้าใครท้องเสียลองทานดูได้นะคะ ลองดูจะได้รู้ว่าจริงหรือเปล่า

ต่อไปเป็นกล้วยชนิดที่ 4 “กล้วยเล็บมือนาง” มีชื่อเรียกโดยทั่วไปคือ กล้วยข้าว กล้วยเล็บมือ กล้วยทองดอกหมาก และกล้วยหมาก ชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Musa (AA) ‘Lep Mue Nang’ เป็นกล้วยประจำท้องถิ่นของภาคใต้ ปัจจุบันนำมาปลูกกันทั่วทุกภาค โดยเฉพาะภาคกลาง

กล้วยเล็บมือนางมีผลเล็ก ปลายเรียวยาวและโค้ง ก้านผลสั้น เปลือกหนา เมื่อสุกสีเหลืองทองและมีก้านเกสรเพศเมียติดที่ปลายผล เนื้อด้านในมีสีเหลืองหรือสีครีม เนื้อนุ่ม รับประทานง่ายเพราะผลมีขนาดเรียวเล็ก กลิ่นรสหวานหอม ผลดิบมีรสมัน ไม่ฝาด นิยมนำมาปรุงอาหารปักษ์ใต้ ไม่นิยมนำมาแปรรูปเหมือนกล้วยชนิดอื่นเพราะขนาดเล็ก นอกจากนี้ยังมีฟอสฟอรัสมากที่สุด ช่วยบำรุงให้กระดูกและฟันแข็งแรง กล้วยชนิดนี้ผู้เขียนยังไม่เคยลองทานค่ะ แต่เคยเห็นของจริงแล้วแอบกลัวนิดหน่อย คงเป็นเพราะดูหนังผีมากเกินไป มักคิดว่าคล้ายมือของคน แหม…..ขนาดชื่อยังคล้ายเลย ใครจะกล้าทานมือของแม่ตานีกัน

กล้วยชนิดที่ 5 “กล้วยนาก” เป็นกล้วยโบราณหายาก มีความแตกต่างจากกล้วยชนิดอื่น ด้วยผลที่มีสีแดงเหมือนกับสีของนาก ทำให้มีเอกลักษณ์โดดเด่น มีชื่อท้องถิ่นว่า กล้วยกุ้ง กล้วยกุ้งเขียว กล้วยแดง กล้วยครั่ง และกล้วยน้ำครั่ง เป็นกล้วยที่พบทางภาคใต้ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Musa (AAA) ‘Nak’

เมื่อผลสุกจะเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม ก้านผลสั้น เนื้อสีเหลืองอมส้ม มีรสหวานอมเปรี้ยวและกลิ่นหอมเย็น เนื้อนิ่มละเอียด และไม่มีเมล็ด บางตำรากล่าวว่า กล้วยนากมีสารแอนติออกซิแดนต์สูง นิยมนำมารับประทานสดเมื่อผลสุก ส่วนผลดิบใช้ทอดหรือฉาบน้ำตาลเพื่อบริโภคหรือขาย นอกจากนี้ยังนำมาใช้ในการประกอบเครื่องบูชาเทวดาและในงานพิธีมงคลต่างๆ

เดินทางมาถึงกล้วยชนิดสุดท้ายของบทความนี้ นั่นคือ “กล้วยน้ำไท” ฟังชื่อแล้วอาจถึงถึงโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งแม้แต่ตัวผู้เขียนเองก็ไม่เคยรู้ว่าก่อนว่าจะเป็นชื่อของกล้วยชนิดหนึ่งจริงๆ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า กล้วยน้ำไท หรือ กล้วยหอมเล็ก เป็นกล้วยท้องถิ่นของกรุงเทพฯ ในปัจจุบันพบได้ยาก มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า Musa (AAB) ‘Nam Thai’

มีลักษณะของผลคล้ายกล้วยหอมจันทร์ แต่โค้งงอกว่า เป็นเหลี่ยม เปลือกหนา ปลายผลมีจุกและมักมีก้านเกสรตัวเมียติด เมื่อสุกมีสีเหลืองเข้มและมีจุดดำเล็กๆคล้ายกล้วยไข่ เนื้อสีเหลืองอมส้ม กลิ่นรสหวานหอม ไม่มีเมล็ด นิยมกินผลสด ถ้านำไปเชื่อมหรือผ่านความร้อนจะมีรสฝาด มีสรรพคุณเป็นยาดี สามารถนำมาดองกับน้ำผึ้งใช้เป็นยาอายุวัฒนะ แต่เดิมเป็นกล้วยที่ใช้โดยทั่วไปในพิธีกรรมต่างๆ แต่ปัจจุบันหายาก จึงเปลี่ยนมาใช้กล้วยน้ำว้าแทน

หลังจากที่ทำความรู้จักชนิดและสรรพคุณของกล้วยกันแล้ว ต่อไปก็มาไขปริศนาของเรื่องกล้วยๆกัน สำหรับความหมายตามหนังสือรวมความรู้ในการใช้ภาษาไทย  ฉบับราชบัณฑิตยสถาน หมายถึง ง่ายมาก ๆ  และสำนวนของต่างประเทศเองก็มีสำนวนที่มีความหมายที่ใกล้เคียงกับสำนวน กล้วย ๆ คือ a piece of cake ซึ่งถ้าแปลเป็นไทยก็มีความหมายประมาณว่า  เรื่องกล้วย ๆ เรื่องหมู ๆ นั่นเอง อย่าหลงลืมไปใช้คำว่า very banana นะ นอกจากผู้ฟังจะไม่เข้าใจแล้ว บางทีอาจจะได้กล้วยมาทั้งสวนเป็นของที่ระลึกเลยแหละถึงแม้ว่าความหมายของกล้วยให้ความรู้สึกง่ายๆ สบายๆ แต่สรรพคุณของกล้วยที่กล่าวไปข้างต้นไม่ง่ายและไม่ธรรมดาเลย หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านทุกท่านนะคะ

ในอนาคตถ้าเราจะร่วมพัฒนาแปรรูปผลิตภัณฑ์กล้วยร่วมกับชุมชนส่งออกเป็นสินค้าโอทอป วางช่องทางการตลาด คงดีมากเลย คงได้ช่วยลดปัญหาราคาสินค้าที่ผ่านพ่อค้าคนกลาง และเพิ่มมูลค่าให้กับกล้วยได้อีกด้วย

 

 

 

แหล่งอ้างอิง: www.baanlaesuan.com/110228/plant-scoop/type_of_banana (วันที่สืบค้น 12 พฤศจิกายน 2564)

คุณแม่วันดี ล้ำเลิศ ชาวตำบลเจริญสุข

วิดีโอประจำเดือนพฤศจิกายน

 

 

อื่นๆ

เมนู