ข้าพเจ้า นางธัญทิพย์ จิรวัชรวรพงค์ กลุ่มประชาชน
ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์
หลักสูตร : ED05 คณะครุศาสตร์

เรื่อง ประเพณีก่อพระเจดีย์ทราย

เขียนโดย นางธัญทิพย์ จิรวัชวรพงค์ กลุ่มประชาชน ของโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมแบบบูรณนาการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย จากมหาวิทยาลัยสู่ตำบล เพื่อสร้างรากแก้วให้ประเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ และการลงพื้นที่ครั้งนี้ผู้ปฏิบัติงานได้รับมอบหมายให้ลงพื้นที่ ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมีทั้งหมด 14 หมู่บ้าน ข้าพเจ้าได้ลงสำรวจในพื้นที่ทั้งหมด 3 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่1 (บ้านเจริญสุข) หมู่ที่12 (บ้านเจริญสุข) หมู่ 14 (บ้านเจริญสุข)

ความเป็นมา (ภูมิหลัง/ความเชื่อ) ประเพณีก่อเจดีย์ทราย เป็นประเพณีที่สำคัญประเพณีหนึ่งที่จัดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของชาวไทย ซึ่งเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาโดยตรง โดยคนไทยผูกโยงกับคติความเชื่อเรื่องเวรกรรมในพระพุทธศาสนา มีการก่อเจดีย์ทรายถวายวัดเพื่อนำเศษดินทรายที่ติดเท้าออกจากวัดไปมาคืนวัดในรูปของเจดีย์ทรายและเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาให้เป็นกุศลอานิสงส์

ในพระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถาตอนอรรถกถาเถรคาถา  ได้กล่าวถึงอานิสงส์ของการก่อเจดีย์ทรายไว้ว่าในกาลสมัยของโลกที่ว่างจากพระพุทธเจ้าพระวสภะเถระได้เกิดในตระกูลพราหมณ์เมื่อเจริญวัยขึ้นเป็นผู้มีอัธยาศัยไปในเนกขัมมะ ละการครองเรือนออกบวชเป็นดาบสแล้วไปสร้างอาศรมอยู่บนภูเขาชื่อว่าสมัคคะไม่ไกลป่าหิมพานต์วันหนึ่งคิดว่าตนเป็นผู้หาคนบูชาไม่ได้ เป็นผู้มีความทุกข์ในโลกคิดได้อย่างนี้แล้วก็เนรมิตพระสถูปทราย กระทำการบูชาทุกวันตลอดอายุตายแล้วไปเกิดในพรหมโลก ต่อมาจุติจากพรหมโลกไปบังเกิดในดาวดึงส์ ท่องเที่ยวอยู่ในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายภพสุดท้ายได้ไปเกิดในตระกูลลิจฉวี กรุงเวสาลีในพุทธุปบาทกาลนี้ นามว่า วสภะเป็นผู้มีจิตศรัทธาบวชแล้ว ไม่นานนักก็ได้บรรลุอรหัตผล

ประเพณีก่อเจดีย์ทราย เป็นประเพณีสำคัญประเพณีหนึ่งในช่วงเทศกาลของชาวไทย ประเพณีนี้มีที่มาจากหลักฐานใน พระไตรปิฎก ที่กล่าวพรรณาถึงอานิสงส์ที่พระโพธิสัตว์ก่อพระเจดีย์ทรายเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ปัจจุบันประเพณีนี้พบเพียงในประเทศไทยและลาวเท่านั้น โดยจัดในช่วงเทศกาลสำคัญเป็นการเฉลิมฉลองการเปลี่ยนศักราช เช่นในวันตรุษและวันสงกรานต์ เป็นต้น โดยในบางหมู่บ้านอาจเป็นประเพณีบุญคูนลาน บุญขวัญข้าว (ก่อเจดีย์ข้าวถวายเป็นพุทธบูชา)  ก็อาจนับว่าเป็นประเพณีก่อเจดีย์ทรายได้เช่นเดียวกัน เพราะไม่ได้สร้างเป็นพุทธศาสนสถานถาวรวัตถุใหญ่โต แต่เป็นเพียงเจดีย์ชั่วคราวเพื่อมุ่งถวายเป็นพุทธบูชาในการประเพณีหนึ่ง ๆ เท่านั้น

การลงพื้นที่ครั้งนี้ข้าพเจ้า มองเห็นว่าประเพณีเป็นกุศโลบายของคนโบราณที่จะปลูกฝังความเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมและความสามัคคีให้แก่ลูกหลานรุ่นต่อๆไป คือ

  1. เป็นการสอนไม่ให้ทำผิดศีลข้อ 2(ลักทรัพย์) เพราะการที่เศษดิน เศษทรายจากวัดติดรองเท้าเราออกไปทั้งๆที่เราอาจไม่มีเจตนาแต่ก็ถือว่าเป็นการทำให้ศีลข้อที่ 2 ของเราด่างพร้อยไปด้วย
  2. สอนไม่ให้เป็นคนดูเบาว่าผิดศีลเพียงเล็กน้อยคงไม่เป็นไร เพราะเมื่อเราทำผิดบ่อยๆ เข้ามันจะกลายเป็นความเคยชินเมื่อทำมากขึ้นเรื่อยๆ จะเริ่มรู้สึกว่าสิ่งที่ทำเป็นเรื่องธรรมดา การเกรงกลัวต่อบาปกรรมจะลดน้อยถอยลง
  1. เป็นการสอนให้เห็นคุณค่าของบุญ คือสิ่งของทุกอย่างภายในวัดได้มาจากญาติโยมถวายด้วยความศรัทธา เมื่อถวายให้แก่วัดแล้วจึงถือว่าเป็นสมบัติของพระศาสนา เมื่อไหร่ที่วัดนำสิ่งของนั้นมาจัดกิจกรรมงานบุญผู้ถวายก็ย่อมะได้อานิสงส์ผลบุญนั้นอย่างต่อเนื่อง
  2. เป็นการสร้างความคุ้นเคย และสามัคคีให้เกิดแก่หมู่ญาติพี่น้องคนในชุมชน และพระภิกษุสงฆ์ ด้วยการทำกิจกรรมร่วมกัน
  3. ทำให้ใจผูกพันอยู่กับพระพุทธเจ้าด้วยการก่อพระเจดีย์ทรายน้อมถวายเป็นพุทธบูชา

แหล่งอ้างอิง สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดชุมพร//wikipedia เจดีย์ทราย

 

อื่นๆ

เมนู