ข้าพเจ้านางสาว นิภาพร ฉ่ำโสฬส (ภาคประชาชน) ผู้ปฏิบัติงาน โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ ๑ ตำบล ๑ มหาวิทยาลัยจากมหาวิทยาลัยสู่ตำบล เพื่อสร้างรากแก้วให้ประเทศ ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์

 

เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด19 ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทำให้ผู้คนต้องมีการปรับตัวเป็นอย่างมากเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการการป้องกันโรคติดต่อ เช่นเดียวกันกับคนในชุมชนตำบลเจริญสุข ที่ต้องมีการเรียนรู้และการปรับตัวทำความเข้าใจเพื่อป้องกันตนเองจากโรคโควิด19 และปัจจัยทางด้านอาหารก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญในการใช้ชีวิตในปัจจุบัน ทำให้คนในชุมชนหันมาสนใจทำเกษตรกรเยอะขึ้น เพราะนอกจากจะทำสำหรับบริโภคในครัวเรือนแล้วหากเหลือจากการบริโภคในครัวเรือนยังสามารถจำหน่ายเป็นรายได้เสริมอีกด้วย

จากการลงสำรวจพื้นที่พบว่าพืชอีกชนิดที่คนในชุมชนนิยมปลูกกันอย่างแพร่หลาย คือ กล้วย มีกล้วยหอม กล้วยไข่ กล้วยเล็บมือนาง แต่ที่นิยมปลูกกนมากคือ กล้วยน้ำว้า(Cultivated banana) เป็นกล้วยพันธุ์หนึ่ง พัฒนามาจากลูกผสมระหว่างกล้วยป่ากับกล้วยตานี บริโภคกันอย่างแพร่หลาย ปลูกง่าย รสชาติดี สำหรับกล้วยน้ำว้าแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ตามสีของเนื้อ คือ น้ำว้าแดง น้ำว้าขาว และน้ำว้าเหลือง คนไทยรับประทานกล้วยน้ำว้าทั้งผลสด ต้ม ปิ้ง และนำมาประกอบอาหาร นอกจากนี้ยังมีกล้วยน้ำว้าดำ ซึ่งเปลือกมีสีครั่งปนดำ แต่เนื้อมีสีขาว รสชาติอร่อยคล้ายกล้วยน้ำว้าขาว สำหรับกล้วยตีบเหมาะที่จะรับประทานผลสด เพราะเมื่อนำไปย่าง หรือต้มจะมีรสฝาดกล้วยน้ำว้ามีชื่อพื้นเมืองอื่นเช่น กล้วยน้ำว้าเหลือง กล้วยใต้ หรือ กล้วยอ่อง เดิมจัดเป็นชนิด Musa sapientum L. [H]

คุณค่าทางอาหารและยา

กล้วยน้ำว้าเมื่อเทียบกับกล้วยหอมและกล้วยไข่ กล้วยน้ำว้าจะให้พลังงานมากที่สุด กล้วยน้ำว้าห่ามและสุกมีธาตุเหล็กในปริมาณสูง ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ป้องกันโรคโลหิตจาง มีแคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินซีช่วยบำรุงกระดูก ฟัน และเหงือกให้แข็งแรง ช่วยให้ผิวพรรณดี มีเบต้าแคโรทีน ไนอาซีนและใยอาหาร ช่วยให้ระบบขับถ่ายคล่องขึ้น กินกล้วยน้ำว้าสุก จะช่วยระบายท้องและสามารถรักษาโรคเลือดออกตามไรฟันในเด็กเล็กได้ ช่วยลดอาการเจ็บคอ เจ็บหน้าอกที่มีอาการไอแห้งร่วมด้วย โดยกินวันละ 4-6 ลูก แบ่งกินกี่ครั้ง ก็ได้ กินกล้วยก่อนแปรงฟันทุกวันจะทำให้ไม่มีกลิ่นปาก และผิวพรรณดี เห็นผลได้ใน 1 สัปดาห์ กล้วยน้ำว้าดิบและห่ามมีสารแทนนิน เพคตินมีฤทธิ์ฝาดสมาน รักษา อาการท้องเสียที่ไม่รุนแรงได้ โดยกินครั้งละครึ่งผล หรือ 1 ผล อาการท้องเสียจะทุเลาลง นอกจากนี้จากการศึกษาวิจัยยังพบว่า มีผลในการรักษาโรคกระเพาะได้อีกด้วย

คุณค่าทางโภชนาการของกล้วยน้ำว้า

น้ำ 75.7 กรัม พลังงาน 85 แคลอรี่ โปรตีน 1.1 กรัม ไขมัน 0.2 กรัม คาร์โบไฮเดรต 22.2 กรัม เถ้า 0.8 กรัม แคลเซียม (Ca) 8.0 กรัม เหล็ก (Fe) 0.7 มิลลิกรัม โพแทสเซียม (K) 370 มิลลิกรัม แมกนีเซียม (Mg) 33 มิลิกรัม วิตามินเอ 190 IUวิตามินซี 10 มิลลิกรัม ไทอามีน (Thiamine) 0.05 มิลลิกรัม ไรโบฟลาวิน (Riboflavin) 0.06 มิลลิกรัม ไนอาซีน (Niacin) 0.7 มิลลิกรัม ( เกษตรตำบล.คอม)

9 เทคนิคปลูกกล้วยน้ำว้าให้ได้ผลดี มีขายตลอดปี

  1. คัดเลือกต้นพันธุ์ที่มีขนาดความสูง 15 เซนติเมตรขึ้นไป หรือมีเส้นรอบวงต้นมากกว่า 3.5 เซนติเมตร หากต้นเล็กกว่านี้จะพบปัญหาเรื่องการดูแล และอัตราการตายสูง
  2. เตรียมแปลงปลูก ระยะ 3×3 หรือ 4×4 เมตร ขนาดหลุมปลูก 50x50x50 เซนติเมตร เพื่อให้ระบบรากเดินดี ขึ้นโคนช้า ระยะปลูกขึ้นอยู่กับการดูแล ถ้าดูแลดี กอกล้วยใหญ่ ควรปลูกระยะ 4×4 เมตร 1 กอ ควรใว้เพียง 4 ต้นเท่านั้น
  3. คลุกเคล้าปุ๋ยคอกผสมดินประมาณหลุมละ 2 กิโลกรัม รองก้นหลุมขึ้นมาประมาณ 30 เซนติเมตร แล้วจึงปลูกต้นกล้วยและกลบบริเวณโคนต้นให้แน่น ทำแอ่งดินรอบต้นเพื่อเก็บน้ำรักษาความชื้นของดิน และควรรองก้นหลุมด้วยสารป้องกันหนอนกอกล้วยประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ต่อหลุม
  4. ปลูกเสร็จให้น้ำตามทันทีให้ชุ่มชื้นพอเพียง ไม่เช่นนั้นต้นจะเหี่ยวเฉา ใบแห้งและยุบตัว บางต้นตาย บางต้นแตกต้นใหม่ขึ้นแทนทำให้อายุต้นไม่สม่ำเสมอกัน
  5. ในระยะเดือนแรกต้องให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ และดินต้องชุ่มชื้นเพียงพอ เป็นเดือนที่ต้องเอาใจใส่อย่างมาก หากเป็นการให้น้ำแบบฝอยหรือมินิสปริงเกลอร์ จะทำให้ต้นตั้งตัวได้เร็ว สามารถสร้างใบและลำต้นใหม่ได้ดี โอกาสรอดสูงกว่าการลากสายยางรดน้ำ และเริ่มให้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 ประมาณ 100-150 กรัม ต่อต้น หลังปลูกได้ 1 เดือน และเดือนที่ 2 ส่วนเดือนที่ 3 ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักแทน
  6. เดือนที่ 2 และ 3 ต้นกล้วยจะมีต้นและใบใหม่ทั้งหมด ปัญหาคือหญ้าขึ้นคลุมต้น ต้องถากหญ้าบริเวณโคนต้น และฉีดยาฆ่าหญ้าพาราควอต ระหว่างแถว ต้องระวังอย่าให้ละอองยาโดนต้นกล้วย จะทำให้ต้นชะงักและตายได้
  7. เดือนที่ 4 การเจริญเติบโตเร็วมาก ทั้งความสูงและรอบวงต้นใกล้เคียงปลูกจากหน่อพันธุ์ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดต้นปลูกเริ่มแรก ถ้าสูง 15 เซนติเมตร ขึ้นไป จะโตทันกัน ถือว่าเดือนนี้เป็นเดือนที่ต้นรอดตายทั้งหมด การดูแลทำเช่นเดียวกับการปลูกด้วยหน่อ โดยให้ปุ๋ย 15-15-15 หรือ 16-16-16 ประมาณ 100-150 กรัม ต่อต้นในเดือนที่ 4 และ 5 ส่วนเดือนที่ 6 ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักแทนและงดใส่ปุ๋ยจนกว่าจะแทงปลี ถึงจะใส่ปุ๋ยเคมีอีกครั้ง จนกระทั่งหลังเก็บเกี่ยวถึงจะเริ่มให้ปุ๋ยในรอบใหม่
  8. เดือนที่ 6 หรือ 7 กล้วยเริ่มแทงหน่อ และสะสมอาหารเพื่อการตกเครือ
  9. เดือนที่ 9 กล้วยเริ่มแทงปลี การแทงปลีหรือตกเครือจะเร็วหรือช้ากว่าหน่อพันธุ์ ขึ้นอยู่กับขนาดลำต้นปลูกเริ่มแรกและการดูแลรักษา หากต้นพันธุ์ที่มีขนาดความสูง 15 เซนติเมตรขึ้นไป หรือมีเส้นรอบวงต้นมากกว่า 4 เซนติเมตร การตกเครือใกล้เคียงกับหน่อพันธุ์ ขนาด 1 เมตร หากต้นมีขนาดใหญ่กว่านี้ การตกเครือจะเร็วกว่าหน่อพันธุ์ และหากเล็กกว่านี้การตกเครือจะช้ากว่าหน่อพันธุ์ อายุเครือกล้วยจากการแทงปลีจนกระทั่งเก็บเกี่ยวมีอายุประมาณ 4 เดือน เท่ากับหน่อพันธุ์กล้วยน้ำว้าทั่วไป (www.sentangsedtee.com)

จากการสอบถาม นางเทียม ชินนะโน อายุ53 ปี ประกอบอาชีพเกษตรกรในพื้นที่ ตำบลเจริญสุข ได้ให้ข้อมูลว่าตนเองทำการเกษตร ปลูกข้าวเป็นหลักหลังจากฤดูการทำนาปีหากไม่ได้ทำนาปรัง ก็จะปลูกผักสวนครัวขาย เช่น พริก มะเขือ กะหล่ำ ต้นหอม  และปลูกกล้วยกล้วยน้ำหว้าปลูกตามพื้นที่ว่างตามขอสระให้ผลผลิตดีสามารถเก็บขายได้ตลอดทั้งปี ขายทั้งหัวปลี กล้วยสุก กล้วยดิบ และนำมาทอดเป็นกล้วยแขก ผลผลิตที่ได้จะนำมาวางขายที่ตลาดชุมชนเจริญสุขและนำไปขายส่งให้พ่อค้าแม่ค้าในตลาด สามรารถสร้างรายได้ในแต่เดือนประมาณ 7,000-8,000 บาท การทำการเกษตรจะดูเป็นเรื่องที่ง่ายๆที่ใครก็สามารถทำได้ แต่ผู้ที่ดูแลหรือปลูกพืชผักเองนั้นก็ต้องหมั่นดูแลเอาใจใส่ เพื่อให้ผลผลิตออกมาดีตามที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการรดน้ำ ใส่ปุ๋ย และการใช้ปุ๋ยหมักแบบชีวภาพ จะยิ่งทำให้ผักมีความน่ารับประทานปลอดภัยจากสารเคมี ดีต่อผู้บริโภคอีกด้วย

 

แหล่งอ้างอิง

คุณค่าทางอาหารและยา,คุณค่าทางโภชนาการของกล้วยน้ำว้า

สืบค้นเมื่อ 11 ตุลาคม 2564 http://www.kasettambon.com/

9 เทคนิคปลูกกล้วยน้ำว้าให้ได้ผลดี มีขายตลอดปี

สืบค้นเมื่อ 11 ตุลาคม 2564 https://www.sentangsedtee.com/farming-trendy/article_22213

 

อื่นๆ

เมนู