บทความประจำเดือน ธันวาคม 2564 ข้าพเจ้า นางวารุณี ศรีชุมแสง กลุ่มภาคประชาชน ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ หลักสูตร : ED05 คณะครุศาสตร์ โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมแบบบูรณนาการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัยจากมหาวิทยาลัยสู่ตำบล เพื่อสร้างรากแก้วให้ประเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

กระเทียมถือเป็นพืชสมุนไพรที่อยู่คู่กับเมืองไทยมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน ก็ยังคงเป็นพืชที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นการนำมาประกอบอาหาร ทำเป็นยาสมุนไพร ทั้งแบบแผนโบราณ และแผนปัจจุบัน จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมกระเทียมยังคงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ถึงแม้ว่าจะเป็นพืชที่ได้รับความนิยมในด้านของสมุนไพร การปลูกกระเทียม

สายพันธุ์กระเทียม
ส่วนใหญ่ในประเทศไทยนั้นจะนิยม การปลูกกระเทียม ทางภาคเหนือ และภาคอีสาน ซึ่งภาคเหนือจะนิยมปลูกกระเทียมที่เป็นสายพันธุ์พื้นเมือง ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์เชียงราย เชียงใหม่ และสายพันธุ์จากพม่า ส่วนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นจะนิยมปลูกสายพันธุ์ของศรีษะเกษ ซึ่งจังหวัดศรีษะเกษจะขึ้นชื่อเป็นอย่างมากในเรื่องของกระเทียม และภาคกลางจะนิยมปลูกพันธุ์จีนหรือไต้หวันเป็นหลัก ซึ่งสายพันธุ์ที่ปลูกในเมืองไทยนั้นจะสามารถแบ่งแยกตามอายุตามความแก่ของสายพันธุ์ชนิดนั้นๆ ได้ โดยนิยมตามอายุของช่วงเวลาเก็บเกี่ยว คือ
พันธุ์เบา หรือเรียกอีกอย่างว่า สายพันธุ์ขาวเมือง โดยลักษณะใบจะแหลม ลำต้นจะแข็ง กลีบของหัวนั้นจะประมาณ
หัวแม่มือ กลีบและหัวนั้นจะมีสีขาว แต่สายพันธุ์นี้กลิ่นจะค่อนข้างฉุนและมีรสจัด อายุในการเริ่มเก็บเกี่ยวได้นั้นประมาณ 75-90 วันโดยเฉลี่ย ซึ่งสายพันธุ์เบานี้เป็นสายพันธุ์พื้นเมืองของสายพันธุ์ศรีษะเกษนั่นเอง
พันธุ์กลาง ลักษณะทั่วไปของพันธุ์นี้จะมีใบที่เล็กและยาว ส่วนลำต้นนั้นจะมีขนาดใหญ่กว่าพันธุ์อื่นๆ และค่อนข้าง
แข็งอีกด้วย ขนาดหัวจะไม่ใหญ่มาก กลีบมีสีม่วง อายุค่อนข้างแก่ และระยะเวลาเก็บเกี่ยวจะนานแต่ไม่มาก โดยอายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 3-4 เดือน หรือ 90-120 วัน ซึ่งเป็นพันธุ์ที่นิยมปลูกมากทางภาคเหนือ โดยจะเน้นเป็นพันธุ์พื้นเมือง คือ สายพันธุ์ของเชียงใหม่เป็นหลัก
พันธุ์หนัก โดยรูปแบบของพันธุ์ประเภทนี้จะมีลักษณะใบที่กว้างและยาว แต่ลำต้นจะเล็กกว่าพันธุ์อื่นๆ ส่วนหัวจะ
ใหญ่ และมีกลีบที่โตกว่าพันธุ์อื่นๆ เปลือกจะมีสีชมพู ที่สำคัญพันธุ์หนักนี้จะมีน้ำหนักที่ค่อนข้างดีกว่าพันธุ์เบาและกลาง อายุที่เหมาะแก่การเก็บเกี่ยวนั้นจะอยู่ที่ 150 วัน หรือประมาณ 5 เดือน โดยสายพันธุ์ที่มีลักษณะนี้จะเป็นสายพันธุ์จีน หรือไต้หวัน เป็นต้น
การปลูกและบำรุงดูแลต้นกระเทียม
สิ่งแรกในการเริ่มปลูกกระเทียมเลยนั้น เราต้องเตรียมดินก่อน เพราะว่ากระเทียมเป็นพืชที่ชอบความร่วนซุยเป็นอย่างมาก และควรจะมีการระบายน้ำที่ดี แต่ได้หากดินมีความเป็นกรดมาก็ทำการไถพรวนดินและเติมปูนขาว โดยควรใส่ทิ้งไว้ประมาณ 2 สัปดาห์เป็นอย่างต่ำ และทำการตากดินไว้ประมาณ 15 วัน ก็จะช่วยให้ดินมีการปรับค่าเป็นกลางได้ดีขึ้น และที่สำคัญเลยเพื่อเป็นการกำจัดวัชพืชในดินก็อาจจะมีการเติมปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกลงไปไถพรวนเพื่อผสมในดินด้วยก็ได้เช่นกัน

ทั้งนี้จะช่วยให้ดินมีธาตุอาหารที่ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ควรเตรียมแปลงปลูกให้มีขนาดความกว้างประมาณ 1-2.5 เมตร ความยาวตามพื้นที่ปลูกระหว่างแปลง ควรมีความกว้างประมาณ 50 เซนติเมตร แต่ถ้าใครไม่ได้คิดจะปลูกในแปลงใหญ่หรือปลูกเพื่อขายก็สามารถที่จะปลูกในกระถางได้เช่นกัน สำหรับคนที่จะปลูกไว้เพื่อบริโภคเท่านั้นที่นิยมปลูกในกระถาง

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่ากระเทียมนั้นค่อนข้างมีคุณประโยชน์ในทางสมุนไพรอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการบำรุงร่างกาย ช่วยในเรื่องการปรับสมดุล ฯลฯ เรามาดูกันดีกว่าว่ากระเทียมมีส่วนช่วยอะไรบ้าง โดยการกล่าวยกตัวอย่าง
ลดไขมันและความเสี่ยงของโรคหัวใจ
ในกระเทียมนั้นจะมีสารอัลไลซินที่เป็นสายช่วยลดคลอเลสเตอรรอลในเลือด จึงเป็นสารที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยลดปริมาณไขมันที่จะเกิดขึ้นได้เป็นอย่างดีอีกด้วย แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่าง ที่อาจจะทำให้เกิดความเสี่ยงได้เช่นกัน เช่น การใช้ชีวิตประจำวัน และพฤติกรรมการรับประทาน ฉะนั้นแล้วการป้องกันก็อยู่ที่ตัวเราด้วยเช่นกัน
บรรเทาอาการหวัด
กระเทียมมีส่วนประกอบของน้ำมันหอมระเหย ทำให้ช่วยบรรเทาอาการหวัดได้เป็นอย่างดี ซึ่งมีส่วนในการต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัสได้เป็นอย่างดี เนื่องจากกระเทียมเป็นสมุนไพรที่มีความเผ็ดร้อน ทำให้ช่วยขยายทางเดินหายใจ และทำให้หายใจได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยบรรเทาอาการไอที่เกิดจากการไอแบบมีเสมหะอีกด้วย


อ้างอิง
สืบค้นเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2564 ที่ https://health.kapook.com/view92910.html,

อื่นๆ

เมนู