การสำรวจตามโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ
(มหาวิทยาลัยสู่ตำบลสร้างรากแก้วในประเทศ)
พื้นที่รับผิดชอบ บ้านระเบิก หมู่ 7 ต.เจริญสุข อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์
ชื่อเจ้าของบทความ นางสาวเกวริน สีหมากสุก

ภูมิปัญญาเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีความสำคัญ  ผ่านกระบวนการขัดเกลาและมีการสืบทอดกันมาเป็นเวลานาน  กลายเป็นรากฐานของวิถีชีวิตของคนในสังคมแต่ละท้องถิ่น
         ภูมิปัญญาชาวบ้าน  หรือ  ภูมิปัญญาท้องถิ่น  เป็นกระบวนการทางความคิดที่ชาวบ้านหรือกลุ่มชน  คิดขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหา  เป็นความรู้และประสบการณ์ของชาวบ้านที่ได้รับการถ่ายทอด  สั่งสมกันมานาน  และ ยังอาจหมายถึง  แบบแผนการดำเนินชีวิตที่มีคุณค่า  ผ่านการพัฒนาให้เหมาะสมกับกาลเวลา  ดังนั้น  ภูมิปัญญาท้องถิ่น  หมายถึง  ความรู้ที่เกิดจากทักษะ  ความเชื่อ  และพฤติกรรม  ประสบการณ์จริงในการดำเนินชีวิตของบุคลในแต่ละท้องถิ่น  ผ่านกระบวนการสังเกตุ  ติดตาม  ลงมือปฏิบัติ  ลองผิดลองถูก  วิเคราะห์  แก้ไข  จนเกิดเป็นองค์ความรู้ใหม่ เพื่อปรับใช้กับชีวิตและเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม   นอกจากนั้น ภูมิปัญญาชาวบ้านยังกล่าวถึง การเอาทรัพยากรความรู้ ทรัพยากรบุคคลที่มีอยู่ในท้องถิ่นแต่ละแห่ง ซึ่งอาจเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตน หรือเป็นลักษณะสากลที่หลายๆ ท้องถิ่นมีคล้ายกันก็ได้ ภูมิปัญญาชาวบ้านในแต่ละท้องถิ่นเกิดจากการที่ชาวบ้านแสวงหาความรู้เพื่อเอาชนะอุปสรรคทางธรรมชาติ ทางสังคมที่จำเป็นในการดำรงชีวิต ภูมิปัญญาชาวบ้านจึงเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและวิถีชีวิตชาวบ้าน ภูมิปัญญาชาวบ้านอาจเกิดจากการได้มาขององค์ความรู้ของชนพื้นเมืองจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว โดยอยู่บนพื้นฐานของธรรมชาติใช้ชีวิตโดยใช้ประโยชน์จากความมากมายและความหลากหลายของระบบนิเวศที่ซับซ้อน และมีความเข้าใจเกี่ยวกับคุณสมบัติของพืชและสัตว์ หรือแม้แต่หน้าที่ต่างๆ ของระบบนิเวศ เทคนิคในการใช้และการจัดการ โดยมีการใช้ประโยชน์ในรูปของ อาหาร ยา เชื้อเพลิง หรือเป็นวัสดุสำหรับการสร้างที่อยู่อาศัย หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ

ภูมิปัญญาชาวบ้านแบ่งเป็นประเภทต่าง ๆ ได้ดังนี้
1.ภูมิปัญญาชาวบ้านด้านการทำมาหากินวิถีชีวิตของชาวบ้านในอดีตเรียบง่ายกว่าทุกวันนี้

2.ภูมิปัญญาอันเนื่องมาจากสภาวะธรรมชาติและแรงงานเป็นหลักในการทำมาหากิน และใช้สติปัญญาที่บรรพบุรุษถ่ายทอดมาให้เพื่อจะได้อยู่รอด เช่น การขยายที่ทำกิน ต้องหักร้างถางพง บุกเบิก พื้นที่ทำกินใหม่ การปรับพื้นที่ปั้นคันนาเพื่อทำนา การทำไร่ทำนา ปลูกพืชเลี้ยงสัตว์และดูแลรักษาให้เติบโตและได้ผล การจัดการแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรก็เป็นหนึ่งในภูมิปัญญาชาบ้านในอดีตเช่นกัน
3.ภูมิปัญญาชาวบ้านด้านการรักษาโรคและแก้ปัญหาสุขภาพเช่น การใช้สมุนไพรเป็นยาและอาหาร พืชสมุนไพร หมอพื้นบ้าน และการแพทย์แผนโบราณ
4.ภูมิปัญญาชาวบ้านด้านการกินอยู่เช่นการถนอมอาหาร การปรุงอาหาร การกินอาหาร
5.ภูมิปัญญาชาวบ้านด้านศิลปกรรมปรากฏในผลงานสร้างสรรค์ด้านจิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม และนาฏกรรม
6.ภูมิปัญญาชาวบ้านด้านภาษาและวรรณกรรมปรากฏในผลงานสร้างสรรค์ด้านภาษาและสำนวนไทย เช่น คำผญา คำสอน ความเชื่อ ปริศนาคำทาย และ บทเพลงพื้นบ้าน เช่น เพลงแหล่ เพลงกล่อมเด็ก เพลงฉ่อย กลอนลำ เพลงอีแซว เพลงเกี่ยวข้าว ฯลฯ
7.ภูมิปัญญาชาวบ้านด้านศาสนา ขนบธรรมเนียมประเพณีใช้ในการปรับประยุกต์พิธีกรรมทางศาสนาเพื่อความมั่นคงของชุมชน ประเพณีเกี่ยวกับชีวิต ตั้งแต่เกิดจนตาย เช่น ประเพณีการเกิด การบวช การแต่งงาน การตาย ฯลฯ
8.ภูมิปัญญาชาวบ้านด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมใช้ในการจัดการทรัพยากรดิน น้ำ และป่าไม้ เช่น การสร้างเขื่อน เหมือง ฝาย การควบคุมคุณภาพน้ำ การป้องกัน น้ำท่วม การจัดการป่าไม้ เช่น การปลูกสวนป่า และการอนุรักษ์ป่า
9.ภูมิปัญญาชาวบ้านด้านการอยู่ร่วมกันในสังคมการอยู่ร่วมกันในชุมชนดั้งเดิมนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นญาติพี่น้องไม่กี่ตระกูล ซึ่งได้อพยพย้ายถิ่นฐานมาอยู่ หรือสืบทอดบรรพบุรุษจนนับญาติกันได้ทั้งชุมชน มีคนเฒ่าคนแก่ที่ชาวบ้านเคารพนับถือเป็นผู้นำหน้าที่ของผู้นำไม่ใช่ การสั่ง แต่เป็นผู้ให้คำแนะนำปรึกษา มีความแม่นยำในกฎระเบียบประเพณีการดำเนินชีวิต ตัดสินไกล่เกลี่ยหากเกิดความขัดแย้ง ช่วยกันแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
             ดังนั้นจึงถือได้ว่าภูมิปัญญาชาวบ้านนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของหลายๆอย่าง ที่สามารถนำมาปรับปรุงแก้ไข และพัฒนาต่อยอดเพื่อให้เข้ากับการดำเนินชีวิตตามกาลเวลาได้อย่างเหมาะสม ดังเช่นภูมิปัญญาของชาวบ้านเจริญสุขอันได้แก่ การทำผ้าทอมือ โดยการย้อมผ้าจากดินภูเขาไฟ การทำอุปกรณ์ในการหาปลาตามฤดูกาล และการทำเกษตรกรปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ซึ่งล้วนเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต และการสร้างรายได้เสริมให้แก่ตนเองและชุมชนในตำบลเป็นอย่างมาก

อื่นๆ

เมนู