ข้าพเจ้า นางสาวมารีด้า ไชยช่วย กลุ่มบัณฑิตจบใหม่
ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์
หลักสูตร : ED05 คณะครุศาสตร์

ก้าวต่อไปสู้ภัยโควิด

เขียนโดย นางสาวมารีด้า ไชยช่วย กลุ่มบัณฑิตจบใหม่ ของโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมแบบบูรณนาการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย จากมหาวิทยาลัยสู่ตำบล เพื่อสร้างรากแก้วให้ประเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ และการลงพื้นที่ครั้งนี้ผู้ปฏิบัติงานได้รับมอบหมายให้ลงพื้นที่ ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมีทั้งหมด 14 หมู่บ้าน ข้าพเจ้าได้ลงสำรวจในพื้นที่ทั้งหมด 3 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่1 (บ้านเจริญสุข) หมู่ที่12 (บ้านเจริญสุข) หมู่ 14 (บ้านเจริญสุข)

ต้นกําเนิดของไวรัสโคโรน่า covid-19

ต้นตอของไวรัสโคโรน่า covid-19 น่าจะมาจากการที่ไวรัสจากสัตว์ตัวกลางระบาดมาสู่คน ผู้ป่วยรายแรกเท่าที่ทราบกัน เริ่มมีอาการตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2563 และไม่มีความเชื่อมโยงกับตลาดต้องสงสัยในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน แต่ผู้ป่วย หลายรายอาจมีมาตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนหรือก่อนหน้านั้น มีการเก็บตัวอย่างจากสิ่งแวดล้อมในตลาดไปส่งตรวจและพบเชื้อไวรัสโคโรน่า covid-19 และพบมากที่สุดในบริเวณที่ค้าสัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยงในฟาร์ม ตลาดอาจเป็นต้นกําเนิดของไวรัส หรืออาจมีบทบาทในการขยายวงของ การระบาดในระยะเริ่มแรก

การแพร่เชื้อของไวรัสโคโรน่า covid-19

ไวรัสโคโรน่า covid-19นี้ โดยหลักแล้ว แพร่จากคนสู่คนผ่านทางฝอยละอองจาก จมูกหรือปากซึ่งขับออกมาเมื่อผู้ป่วย ไอหรือจาม เรารับเชื้อได้จากการ หายใจเอาฝอยละอองเข้าไปจากผู้ป่วย หรือจากการเอามือไปจับพื้นผิวที่มีฝอยละอองเหล่านั้นแล้วมาจับตามใบหน้า ระยะเวลานับจากการติดเชื้อและการแสดงอาการ (ระยะฟักตัว) มีตั้งแต่ 1-14 วัน และมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 5-6 วัน เกิน 97 ร้อยละ ของผู้ป่วยเริ่มมีอาการ ภายใน 14 วัน การเพิ่มจํานวนของไวรัสเกิดขึ้นในระบบทางเดินหายใจส่วนบนและในปอด มีงานวิจัยในช่วงแรกระบุว่า การเพิ่มจํานวนของไวรัสโคโรน่า covid-19ได้ในระบบทางเดินอาหาร แต่การติดต่อโดยระบบทางเดินอาหารยังไม่เป็นที่ยืนยัน ช่วงของการแพร่เชื้อน่าจะเกิดขึ้นในช่วงแรกที่แสดงอาการและลดลงหลังจากนั้น การแพร่เชื้อก่อนแสดงอาการอาจเกิดขึ้นได้

การระบาดทั่วของไวรัสโคโรน่า covid-19 ในประเทศไทย ดำเนินอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2563 โดยเป็นประเทศแรกที่มีผู้ป่วยยืนยันของไวรัสโคโรน่า covid-19 นอกประเทศจีน การคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศพบผู้ป่วยประปรายตลอดเดือนมกราคม พ.ศ. 2563 ซึ่งเป็นผู้ที่เดินทางมาจากหรือเป็นผู้พำนักอยู่ในประเทศจีนแทบทั้งสิ้น จนเมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2563 ถึงมีรายงานว่าพบผู้ป่วยที่ติดเชื้อจากการแพร่เชื้อในประเทศเป็นครั้งแรก ปัจจุบันเกิดการระบาดของไวรัสโคโรน่า covid-19เป็นระลอกที่ 3 พบว่า ประชาชนมองว่าการระบาดระลอก 3 นี้มีการแพร่กระจายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว 74.29 ร้อยละ ทำให้ตื่นตระหนกและวิตกกังวลมากกว่าครั้งที่ผ่านมา 68.40ร้อยละ  มองว่าระลอก 3 นี้มีความรุนแรงมากที่สุด 70.51ร้อยละ จะป้องกันตัวเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัยและล้างมือบ่อย ๆ 83.90ร้อยละ มองว่ารัฐบาลน่าจะรับมือได้ 39.19ร้อยละ  โดยคาดว่าจะใช้เวลามากกว่า 3 เดือน จึงจะ ดีขึ้น 50.58ร้อยละ  และอาจจะมีการระบาดระลอกสี่ 58.89ร้อยละ

ประเทศไทยได้เตรียมรับมือกับสถานการณ์นี้โดยหวังพึ่งวัคซีน รัฐบาลคาดว่าตั้งแต่เดือน มิ.ย. เป็นต้นไป วัคซีนของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าล็อตใหญ่ที่ผลิตจากโรงงานของบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ซึ่งนายกรัฐมนตรีระบุว่าเป็นบริษัทในพระปรมาภิไธย จะถูกนำมากระจายฉีดให้ประชาชน แต่หลายฝ่ายยังกังขาว่าด้วยระยะเวลาเพียง 6-7 เดือน จะสามารถกระจายและฉีดให้ครอบคลุมประชากรกลุ่มเป้าหมายได้หรือไม่ จากข้อมูลการรายงานล่าสุดวันนี้ (5 พ.ค. 2564) โดยศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. ระบุว่าตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. – 4 พ.ค. 2564 มีจำนวนผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มแรกแล้ว 1,150,564 ราย วัคซีนเข็มที่สองจำนวน 422,511 ราย คิดเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนรวมแล้ว 1,573,075 ราย เมื่อคำนวณแล้วพบว่าฉีดได้เฉลี่ย 23,830 รายต่อวัน

จากการลงพื้นที่ในเดือนพฤษภาคม ข้าพเจ้าและทีมงาน คณะอาจารย์ ได้ร่วมมือร่วมแรงร่วมใจในการรณรงค์การฉีดวัคซีนให้กับชาวบ้านในชุมชนตำบลเจริญสุข ภายใต้โครงการ ก้าวต่อไปสู้ภัยโควิด โดยได้จัดดำเนินการ 5 กิจกรรมภายในชุมชน

1.การทำความสะอาดสถานที่ที่เป็นจุดเสี่ยงที่ใช้งานร่วมกัน ทางคณะทีมงานได้ดำเนินการ ณ สถานที่ ศาลาชุมชนหมู่ที่ 1 ตำบลเจริญสุข อนามัยหมู่บ้านเจริญสุข วัดเขาพระอังคาร และโรงเรียนบ้านเจริญสุข

2.สร้างเซฟโซนการจัดการขยะ  ให้ถูกสุขลักษณะ จัดการให้มีการคัดแยกขยะ

3.จัดสอนการทำหน้ากากอนามัยจากผ้าให้กับชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการ

4.จัดฝึกอบรมการป้องกันตัวเองจากไวรัสโคโรน่า covid-19ให้แก่ชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการ จากคณะวิทยากรของทางมหาลัยราชภัฐบุรีรัมย์

5.รณรงค์ป้องกันจากการติดเชื้อและการแพร่เชื้อให้กับชาวบ้านในตำบลเจริญสุข โดยการติดป้ายประกาศและการแจกโบว์ชัวร์ที่เป็นความรู้ให้กับคนในชุมชน

จากการได้ลงพื้นที่รณรงค์ ทำให้เกิดการกระตุ้นให้คนในชุมชนตื่นตัวในการเรียนรู้และปรับพฤติกรรมต่าง ๆ เพื่อสู้กับเชื้อโรค ทำให้ได้เห็นข้อดีและเกิดการพัฒนาอย่างเป็นรูปแบบใน 3 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านสุขอนามัย (hygiene) 2) ด้านการสุขาภิบาล (Sanitation) และ 3) ด้านสังคม (Social) และควรใช้วิกฤติครั้งนี้ให้เป็นโอกาส ทำบ้านเมืองให้สะอาด ปราศจากมลพิษและปลอดภัยจากเชื้อโรคต่าง ๆ ให้เร็วที่สุดได้อีกด้วย

อ้างอิง:www. ddc.moph.go.th/กรมควบคุมโรค

www.thairath.co.th

 

 

 

อื่นๆ

เมนู