ข้าพเจ้า นางธัญทิพย์ จิรวัชรวรพงค์ กลุ่มประชาชน

ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์

หลักสูตร : ED05 คณะครุศาสตร์

เรื่อง การทำน้ำหมักจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงไว้ใช้เอง

เขียนโดย นางธัญทิพย์ จิรวัชวรพงค์ กลุ่มประชาชน ของโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมแบบบูรณนาการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย จากมหาวิทยาลัยสู่ตำบล เพื่อสร้างรากแก้วให้ประเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ และการลงพื้นที่ครั้งนี้ผู้ปฏิบัติงานได้รับมอบหมายให้ลงพื้นที่ ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมีทั้งหมด 14 หมู่บ้าน ข้าพเจ้าได้ลงสำรวจในพื้นที่ทั้งหมด 3 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่1 (บ้านเจริญสุข) หมู่ที่12 (บ้านเจริญสุข) หมู่ 14 (บ้านเจริญสุข)

น้ำหมักจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง เป็นแบคทีเรียที่พบกระจายทั่วไปในธรรมชาติ ตามแหล่งน้ำจืด น้ำเค็ม แหล่งทะเลสาบ ที่มีความเป็นกรดเป็นด่างสูง ความมหัศจรรย์ของแบคทีเรียชนิดนี้ อยู่ตรงกระบวนการของเซลล์ เมื่ออยู่ในสภาวะที่มีแสงจะปฏิกิริยาต่อแสง ถ้าอยู่ในสภาวะที่ไม่มีแสง แบคทีเรียสามารถปรับตัวเองให้มีชีวิตอยู่ได้โดยเซลล์ของตัวมันเอง ดังนั้นเราจึงใช้ประโยชน์จากการดำรงชีวิตของแบคทีเรียนี้ เพื่อใช้น้ำมาหมักดินโดยไม่ต้องเสียเวลาพักน้ำในบ่อ

วัสดุอุปกรณ์สำหรับการทำน้ำหมักจุลินทรีย์

1.ขวดน้ำเปล่า ขนาด1.5ลิตร

2.ไข่ไก่

3.เปลือกไข่ไก่

4.ผงชูรส

5.น้ำปลาร้า อัตราส่วน 1:1

วิธีทำ

1.นำขวดน้ำเปล่าใส่น้ำเปล่าสะอาดไม่ต้องใส่น้ำเต็มขวด (น้ำฝน,น้าปะปา,น้ำบาดาล)

2.เปลือกไข่ไก่นำไปบดหรือปั่นให้ละเอียด

3.นำไข่ไก่3ฟอง,เปลือกไข่ไก่3ช้อนโต๊ะ,ผงชูรส3ช้อนโต๊ะ,น้ำปลาร้า3 ช้อนโต๊ะ นำส่วนผสมทั้งหมดไปปั่นให้ส่วนผสมเข้ากัน

4.นำส่วนผสมที่ปั่นรวมกันแล้ว มาตักใส่ขวดน้ำที่เตรียมไว้ขวดใหญ่1.5ลิตรใส่ประมาณ1ช้อนครึ่งถึง2ช้อน ขวดเล็ก1ช้อนโต๊ะ ปิดฝาขวดแล้วเขย่าให้ส่วนผสมเข้ากัน

5.นำขวดที่ผสมเสร็จแล้วไปวางตากแดดไว้วางแนวนอนราบขวดจะโดนแดดเต็มๆ หมั่นเขย่าขวดบ่อยๆเพื่อเร่งเชื้อให้เดินเร็วขึ้น ทิ้งไว้ประมาณ20วันก็จะเห็นขวดเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง จึงจะสามารถนำหัวเชื้อจุลินทรีย์ไปใช้ได้

ประโยชน์ของจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง

1.ช่วยตรึงไนโตเจนในดิน เพิ่มไนโตเจนให้กับพืช

2.เร่งการเจริญเติบโต ทำให้พืชแข็งแรงแล้วโตเร็วเป็น 3 เท่า

3.เมื่อใช้ทางดินทำให้รากพืชแข็งแรงและหาอาหารได้ดีขึ้น ใช้กับนาข้าวช่วยเร่งการแตกกอของข้าว

4.ช่วยในการย่อยธาตุอาหารและวัตถุอินทรีย์ในดิน เพื่อให้พืชดูดซึมไปใช้ได้อย่างง่ายดาย

5.ป้องกันพืชโดยการทำลายจุลินทรีย์ไม่ดีในดิน ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคพืช

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ ข้าพเจ้ามองเห็นว่าในชุมชนของข้าพเจ้ามีการปลูกพืชผัก สวนครัว แต่ยังมีการนำสารเคมีมาใช้กับพืชผัก สวนครัว ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์เล็งเห็นถึงความสำคัญของการปลูกพืชผัก สวนครัวปลอดสารพิษ จึงจัดทำโครงการเรื่องรู้เรื่องการทำน้ำหมักจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงใช้องในครัวเรือน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อชุมชนเป็นอย่างมาก ทางผู้จัดโครงการนี้ได้เชิญวิทยากรผู้เชียวชาญมาอบรมให้ความรู้แก่คนในชุมชน โดยมีการอบรมเพิ่มเติมในเรื่องการทำปุ๋ยหมักจากหน่อกล้วย ซึ่งหน่อกล้วยเป็นทรัพยากรที่คนในชุมชนมีทุกๆครัวเรือน อีกทั้งหน่อกล้วยยังมีประโยชน์ ดังนี้ คือ

1.ช่วยปรับสภาพดินที่เสื่อมโทรมจากสารเคมีให้ดีขึ้น

2.ช่วยกำจัดเชื้อโรคในดินที่ก่อให้เกิดโรคต่อพืช

3.ช่วยกำจัดแมลงที่เป็นศรัตรูพืชได้อย่างดี

จากการอบรมในครั้งนี้ข้าพเจ้าและคนในชุมชนได้ความรู้เรื่องการทำน้ำหมักจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง และ การทำปุ๋ยหมักจากหน่อกล้วย ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีในท้องถิ่น จึงเกิดคุณค่าและประโยชน์ต่อชุมชนเป็นอย่างมากค่ะ

อ้างอิง

www.organicfarmthailand.com

www.baannoi.com/

อื่นๆ

เมนู