ข้าพเจ้า นางสำรวม ไกรพะเนาว์ ประเภท ประชาชน
ED05 ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ ตามโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบล แบบบูรณาการ ๑ มหาวิทยาลัย ๑ ตำบล “มหาวิทยาลัย สู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ”

 

บทความ ‘‘ประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว ความสามัคคีในตำบลเจริญสุข’’

 

 “เกี่ยว เถิดนะแม่เกี่ยว

ช้ะ ช้ะ เกี่ยว เถิดนะแม่เกี่ยว

อย่ามัว แลเหลียว

เดี๋ยวเคียวจะบาด ก้อยเอย

เกี่ยว เถิดนะแม่เกี่ยว

ช้ะ ช้ะ เกี่ยว เถิดนะแม่เกี่ยว

อย่ามัว แลเหลียว

เดี๋ยวเคียวจะบาด ก้อยเอย”

ความเป็นมาของประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว

ประเพณีการลงแขกเกี่ยวข้าวมีมาตั้งแต่สมัยโบราณแต่ไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดขึ้นในสมัยใดแต่จากหนังสือ ประชุมกฎหมายประจำศกของเสถียร ลายลักษณ์ และคณะ(ม.ป.ป.) ได้กล่าวถึงการการทำเกษตรกรรมโดยเฉพาะ การทำนา ว่ามีกันอย่างแพร่หลายในสมัยช่วงกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น จนทำให้ข้าวกลายเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย นอกจากนั้นยังได้กล่าวถึงประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าวในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นว่า “ในทุก ๆประเทศที่มีที่ดินเหลือเฟือมักจะหากรรมกรรับจ้างไม่ค่อยได้ เพราะใคร ๆก็อยากมีไร่นาเป็นของตนเอง เมื่อเป็นเช่นนี้ ชาวนาจึงต้องพึงพาอาศัยแรงงานจากเพื่อนบ้าน เมื่อถึงคราวที่จะต้องระดมแรงงานทำการที่สำคัญเป็นการเร่งด่วน เช่น การเกี่ยวข้าวเพื่อนบ้านที่ได้รับการขอแรงจะพากันไปช่วยทำงานโดยไม่คิดค่าแรง เพราะหวังจะได้รับการตอบแทน เช่นเดียวกันกับตอนที่ตนจะระดมแรงบ้าง การขอแรงเพื่อนบ้านดังกล่าวเรียกว่า “การลงแขก” การช่วยเหลือกัน และกันในสังคมชาวนาเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นวัฒนธรรมที่ก่อประโยชน์หลายอย่าง เช่น ทำให้เกิดความสามัคคีขึ้นในสังคม ทำให้เกิดความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่เพื่อนบ้านและทำให้เกิดความจงรักภักดีต่อสังคมของตน

คำว่า“ลงแขก” หมายถึง การแลกเปลี่ยนแรงงานช่วยเหลือกันในด้านการผลิต โดยที่การลงแขกในภาคอีสาน หมายถึง การบอกกล่าวขอแรงงานบรรดาญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านให้มาช่วยเหลือทางด้านแรงงานการผลิต เช่นการลงแขกดำนา การลงแขกตีข้าว และการลงแขกเกี่ยวข้าว เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมการลงแขกเกี่ยวข้าวจะเป็นการบอกกล่าว ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง คนภายในชุมชนให้มาช่วยเกี่ยวข้าวเพื่อให้งานเสร็จเร็วขึ้น กิจกรรมการลงแขกเกี่ยวข้าวนี้มีส่วนสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างคนในหมู่บ้าน ซึ่งในอดีตคนไทยอยู่ร่วมกันแบบพึ่งพาอาศัยกัน ใครทำอะไรที่หนักหนาเกินความสามารถของครอบครัวตน หรือเร่งจะให้งานเสร็จรวดเร็วมักจะไหว้วานขอความ ช่วยเหลือเพื่อนบ้านหรือถ้าไม่ได้บอกกล่าว เพื่อนบ้านพอรู้ข่าวก็จะแห่มาช่วยเหลือทำงานนั้นไปจนเสร็จ โดยเจ้าของงานจะหุงหาอาหารไว้เลี้ยงแขก ซึ่งต่างคนต่างผลัดเปลี่ยนเวียนกันไปช่วยเหลือกันจนงานเสร็จวิถีปฏิบัติของคนในอดีตที่แสดงให้เห็นถึงการช่วยเหลือและพึ่งพากันทางด้านแรงงานบ่งบอกถึงความสมัคร สมานสามัคคีของชาวชุมชนในสมัยก่อนเป็นอย่างดีและความสามัคคี การพึ่งพาช่วยเหลือซึ่งกันและกันนี้เป็นการแสดงออกถึงการมีกิจกรรมร่วมกันของชาวบ้านผ่านประเพณีวัฒนธรรมที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ด้วยเหตุที่สังคมไทยเป็นสังคมที่มีความโอบ อ้อมอารี ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน อยู่ด้วยกันเหมือนระบบญาติพี่น้อง จึงส่งผลทำให้ชาวชุมชนเกิดความรักใคร่ ช่วยเหลือพึ่งพากันโดยเฉพาะอย่างยิ่งสังคมของเกษตรกรไทยที่มีความผูกพันอยู่กับอาชีพทางด้านเกษตรกรรม เพราะเมื่อถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวเกษตรกรจะมาช่วยเหลือ แลกเปลี่ยนแรงงานกันเพื่อให้งานเสร็จเร็วด้วยเหตุนี้จึงเป็น ที่มาของประเพณีการลงแขกเกี่ยวข้าว

ประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว เป็นอีกหนึ่งประเพณีที่สำคัญและมีมาช้านานในตำบลเจริญสุข นับวันจะหาดูได้ยากในปัจจุบัน เนื่องจากเกษตรกรสมัยใหม่นิยมใช้เครื่องทุ่นแรง ใช้เทคโนโลยีในการทำการเกษตรแทนการใช้แรงงานคน ประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าวจะเริ่มหลังจากการดำนาผ่านไปประมาณ 4 เดือน ข้าวออกรวงเป็นสีทองเหลืองอร่ามเต็มทุ่งนา เมื่อถึงเดือนตุลาคม -พฤศจิกายน ชาวนาก็จะเริ่มเกี่ยวข้าว การทำนาของชาวบ้านในหมู่บ้าน ส่วนใหญ่จะเป็นนาดำ เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวเจ้าของนา จะบอกเพื่อนบ้านให้รู้ว่าจะเกี่ยวข้าวเมื่อใด และเมื่อถึงวันที่กำหนดเจ้าของนา ก็จะปักธงที่ที่นาของตน เพื่อให้เพื่อนบ้าน หรือแขกที่รู้จะได้มาช่วยเกี่ยวได้ถูกต้อง ทั้งนี้เจ้าของนาจะมีการจัดเตรียมอาหาร คาวหวาน สุรา บุหรี่ น้ำดื่ม ไว้รองรับด้วย และในขณะเกี่ยวข้าวจะมี การละเล่น ร้องเพลงเกี่ยวข้าวระหว่างหนุ่มสาว เป็นที่สนุกสนาน และเพลิดเพลิน เพื่อคลายความเหน็ดเหนื่อย เมื่อลงแขกในนาตนเสร็จ ก็เปลี่ยนไปลงแขกนาของคนอื่น ๆ ต่อไปเป็นการตอบแทน

ประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าวแสดงให้เห็นถึงการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน สร้างความสมัครสมานสามัคคีในตำบลเจริญสุข ทำให้งานเสร็จอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องอาศัยการว่าจ้าง และในสมัยก่อนยังถือเป็นโอกาสที่ทำให้หนุ่มสาวได้รู้จักอุปนิสัยใจคอและพบรักกันได้อีกด้วย เนื่องจากชีวิตของชาวบ้านในตำบลเจริญสุขส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร มีความเกี่ยวพันกับอาชีพด้านเกษตรกรรม ไม่ว่าจะเป็น การทำนา การทำไร่ ทำสวน นอกจากมีประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าวแล้ว ยังมีประเพณีลงแขกทำนา ด้วยการทำนาเป็นงานหนัก และในรอบปีหนึ่งต้องใช้แรงงานมากถึง 4 วาระด้วยกัน คือ ช่วงการดำนา การเกี่ยว การตี และเอาข้าวขึ้นเล้า ดังนั้นการทำงานทุก ๆระยะ ชาวนาในตำบลเจริญสุขจะใช้วิธีการลงแขกอาศัยแรงจาก ญาติพี่น้อง เพื่อนบ้านมาช่วยกัน และเพื่อเป็นการอนุรักษ์ให้เยาวชนคนรุ่นหลังได้ถือปฏิบัติเป็นแบบอย่าง โดยเฉพาะในปัจจุบันลูกหลานคนหนุ่มสาวไปทำงานต่างถิ่น ปล่อยให้พ่อแม่และคนแก่อยู่บ้าน การลงแขกจึงยังมีความจำเป็นสำหรับชาวนา ทางตำบลเจริญสุขจึงได้จัดประเพณีนี้ขึ้นเป็นประจำทุกปี

ภาพประเพณีการลงแขกเกี่ยวข้าว

อ้างอิง

https://siamcity.net/harvest-tradition/เพลงลงแขกเกี่ยวข้าว

https://sites.google.com/site/keiywkhaw/

วิดีโอกิจกรรม

อื่นๆ

เมนู