การทำน้ำหมักชีวภาพจากพืชท้องถิ่นของบ้านเจริญสุข

                ในชุมชนเจริญสุขของเรา ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร ทำไร่ ทำนา ทำสวน ซึ่งจำเป็นมากที่ต้องใช้ปุ๋ยเคมี และยาฆ่าแมลง ส่งผลกระทบให้ผู้ใช้ และ ผู้บริโภค ได้รับสารเคมี ทำให้ดินเสื่อมสภาพ เกิดสารตกค้างในดิน จากปัญหานี้ ในปัจจุบันจึงมีการรณรงค์กลับมาใช้เกษตรอินทรีย์ และที่สำคัญมีการจัดอบรมให้ความรู้เรื่องการทำน้ำหมักชีวภาพใช้เอง
น้ำหมักชีวภาพ คือ น้ำหมักที่ได้จากการหมักเศษซากพืช ซากสัตว์ หรือสารอินทรีย์ชนิดต่างๆ ที่หาได้ในท้องถิ่นด้วยจุลินทรีย์จำเพาะ ซึ่งอาจหมักร่วมกับกากน้ำตาลหรือน้ำตาลทรายแดง กระบวนการหมักของน้ำหมักชีวภาพจะเกิดจากการย่อยสลายสารอินทรีย์ด้วยจุลินทรีย์ โดยใช้กากน้ำตาลและน้ำตาลจากสารอินทรีย์เป็นแหล่งพลังงาน
             กระบวนการหมักของน้ำหมักชีวภาพจะเกิดจากการย่อยสลายสารอินทรีย์ด้วยจุลินทรีย์ โดยใช้กากน้ำตาล และน้ำตาลจากสารอินทรีย์เป็นแหล่งพลังงาน แบ่งเป็น 2 แบบ คือ
1. การหมักแบบต้องการออกซิเจน เป็นการหมักด้วยจุลินทรีย์ชนิดที่ต้องการออกซิเจนสำหรับกระบวนการย่อยสลายสารอินทรีย์ เพื่อสร้างเป็นพลังงาน และอาหารให้แก่เซลล์ การหมักชนิดนี้จะเกิดน้อยในกระบวนการหมักน้ำหมักชีวภาพ และมักเกิดในช่วงแรกของการหมัก แต่เมื่อออกซิเจนในน้ำ และอากาศหมด จุลินทรีย์แบบใช้ออกซิเจนจะลดน้อยลง และหมดไปจนเหลือเฉพาะการหมักจากจุลินทรีย์แบบไม่ใช้ออกซิเจน
2. การหมักแบบไม่ต้องการออกซิเจน เป็นการหมักด้วยจุลินทรีย์ชนิดที่ไม่ต้องการออกซิเจนสำหรับกระบวนการย่อยสลายสารอินทรีย์ เพื่อสร้างเป็นพลังงาน และอาหารให้แก่เซลล์ การหมักชนิดนี้จะเกิดเป็นส่วนใหญ่ในกระบวนการหมักน้ำหมักชีวภาพ ผลิตภัณฑ์ที่ได้คือ คาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน ส่วนพวกเมอเคปเทนและก๊าซซัลไฟด์ปล่อยออกมาเล็กน้อย
ชนิดของน้ำหมักชีวภาพ
             น้ำหมักชีวภาพแบ่งตามประเภทวัตถุดิบที่ใช้หมัก 3 ชนิด คือ
1. น้ำหมักชีวภาพจากพืช แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ
– ชนิดที่ใช้ผัก และเศษพืช เป็นน้ำหมักที่ได้จากเศษพืช เศษผักจากแปลงเกษตรหลังการเก็บ และคัดแยกผลผลิต น้ำหมักที่ได้มีลักษณะเป็นน้ำข้นสีน้ำตาล มีกลิ่นหอม ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน กรดอะมิโน กรดแลคติค และฮอร์โมนเอนไซม์
– ชนิดที่ใช้ขยะเปียก เป็นน้ำหมักที่ได้จากขยะในครัวเรือน เช่น เศษอาหาร เศษผักผลไม้ น้ำหมักที่ได้มีลักษณะข้นสีน้ำตาลจางกว่าชนิดแรก และมีกลิ่นหอมน้อยกว่า บางครั้งอาจมีกลิ่นเหม็นบ้างเล็กน้อย ต้องใช้กากน้ำตาลเป็นส่วนผสม
2. น้ำหมักชีวภาพจากสัตว์ เป็นน้ำหมักที่ได้จากเศษเนื้อต่างๆ เช่น เนื้อปลา เนื้อหอย เป็นต้น น้ำหมักที่ได้จะมีสีน้ำตาลเข้ม มักมีกลิ่นเหม็นมากกว่าน้ำหมักที่ได้จากวัตถุหมักอื่น ต้องใช้กากน้ำตาลเป็นส่วนผสม
3. น้ำหมักชีวภาพผสม เป็นน้ำหมักที่ได้จาการหมักพืช และเนื้อสัตว์รวมกัน ส่วนมากมักเป็นแหล่งที่ได้จากเศษอาหารในครัวเรือนเป็นหลัก
เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2564 ณ ศาลาประชาคม หมู่ 1 บ้านเจริญสุข อ. เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ทางโครงการได้มีการจัดอบรม โดยเชิญวิทยากรมาให้ความรู้ การปลูกพืช การทำเกษตรอินทรีย์ วิทยากรได้นำพันธ์พืช ถาดหลุมเพาะกล้า ถุงเพาะชำ ปุ๋ยชีวภาพ พต.12 สารเร่งซุปเปอร์ พด.1 สารเร่งซุปเปอร์ พด.3 สารเร่งซุปเปอร์ พด.7 มาแจกให้ตัวแทนแต่ละหมู่บ้าน สาธิตการการทำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง และสาธิตการทำน้ำหมักชีวภาพที่ทำจากหน่อกล้วย หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า จุลินทรีย์หน่อกล้วย น้ำหมักชีวภาพสามารถทำได้จากพืชผักและผลไม้ที่หาได้ในชุมชน พืชที่มีลักษณะเหมือนต้นกล้วย เช่น ผักตบชวา เป็นต้น นอกจากใช้ต้นกล้วยแล้วก็สามารถนำใบไม้ที่มีในท้องถิ่นมาทำน้ำหมักได้อีก เช่น กล้วย ฝรั่ง มะเฟือง เป็นต้น
          1.การทำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง


วัสดุอุปกรณ์
1.น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ
2.ขวดขนาด 1.5 ลิตรหรือมากกว่า
3.ไข่ไก่ 1 ฟอง
4.น้ำปลายี่ห้อใดก็ได้
5.ถ้วย,ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
ตอกไข่ใส่ถ้วยแล้วเติมน้ำปลาลง 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน
2.นำน้ำใส่ขวดขนาด 1.5 ลิตรไปตากแดดประมาณ 4-5 วัน ก่อนเติมไข่ไก่ที่เตรียมลงไป 1 ช้อนโต๊ะ
3.นำไปตั้งไว้ในบริเวณกลางแจ้งที่มีแดดส่องถึงทุกวัน

             2.น้ำหมักชีวภาพที่ทำจากหน่อกล้วย หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า จุลินทรีย์หน่อกล้วย
วัสดุอุปกรณ์

1.หน่อกล้วยเล็กๆสูงประมาณ 1 เมตร 3 กิโลกรัม (ควรตัดตอนเช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้น เพราะสารอาหารครบถ้วน ยังไม่มีการสังเคราะห์แสง )
2.กากน้ำตาล 1 ลิตร
3.น้ำฝนหรือน้ำประปาที่ไม่มีคลอรีน 3 ลิตร
4.EM จำนวน 3 ฝา
5.ถังพลาสติกพร้อมฝาปิด 1 ใบ
วิธีทำ
1.สับหน่อกล้วยให้ละเอียด


2.เติมน้ำเปล่าลงถัง เติมกากน้ำตาลและ EM ลงไป คนให้ละลายเข้ากันประมาณ 15 นาที


3.เติมหน่อกล้วยที่สับละเอียดลงไปคนให้เข้ากันอีกครั้ง กดวัสดุหมักให้จมลง ปิดฝาถัง นำไปวางไว้ในที่ร่มประมาณ 10 วัน


4.นำไปกรองเอาเฉพาะน้ำใช้ได้เลย ส่วนกากน้ำตาลที่เหลือสามารถนำไปทำปุ๋ยหมักหรือนำไปใส่รอบโคนต้นไม้ได้เช่นกัน

การส่งเสริมให้ทุกครัวเรือนทำน้ำหมักชีวภาพใช้เองนี้ เพื่อลดต้นทุนการผลิต บำรุงดิน เพิ่มในโตเจนให้กับดิน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สภาพดินอุดมสมบูรณ์ และผู้บริโภคมั่นใจว่าพืชผักปลอดภัยไร้สารพิษ

 

อ้างอิง https://www.baanlaesuan.com/186666/garden-farm/compost

อื่นๆ

เมนู