ความรู้มีอยู่ทุกที่ สมัยก่อนเราต้องไปโรงเรียน  เพื่อศึกษาเล่าเรียนในห้องเรียน ที่มีครู อาจารย์ เป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆให้  แต่ปัจจุบันโลกเปลี่ยนกระบวนทัศน์เปลี่ยน วิธีคิด วิธีปฏิบัติ วิธีให้คุณค่า เปลี่ยน เกิดห้องเรียนกลับด้าน  ดังเช่น บ้าน วัด โรงเรียน หรือบวร คำกล่าวนี้เราเห็น หรือได้ยินคุ้นๆกัน มาพอสมควร  เป็นเรื่องเกี่ยวกับ ครอบครัวเป็นผู้ปลูกฝังด่านแรกของการพัฒนา วัดคือผู้นำทางจิตวิญญาณ โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยคือสถานที่ เพาะบ่งความรู้   การนำสามสิ่งมารวมกันแบบองค์รวม จะเกิดเป็นโครงการต่างๆมากมาย เพื่อแก้ไขปัญหา จุดอ่อน ข้อบกพร่องทางสังคม   เป็นการรวบรวมข้อมูล ด้านต่างๆ ของครอบครัว ชุมชน และสังคมเข้าด้วยกันให้เกิดการพัฒนา  เช่นการรวมตัวกันระหว่างคนในชุมชนอำเภอนางรอง วัดหนองตาไก้พลวง นำโดยพระครูวิสุทธิพัฒนาภิรม หรือพระอาจารย์ดร.ทองใส คเวสโก เจ้าอาวาสวัดตาไก้พลวง และ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เชื่อมโยงเครือข่าย เพื่อก่อตั้งศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงอำเภอนางรอง

ข้าพเจ้า นายนัฏฐวัฒน์ มุกดา ปฏิบัติงานใน ประเภทประชาชน ตำบลหนองกง อำเภอนางรอง  จังหวัดบุรีรัมย์    สังกัดคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์  หลักสูตรการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตปุ๋ยอัดเม็ด HS01 ตามโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบล แบบบูรณาการ 1 มหาลัย 1 ตำบล   (มหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ) ภารกิจที่ได้รับผิดชอบในเดือน เมษายน 2564 ได้รับมอบหมาย

1.รวบรวมข้อมูลการประชุมสรุปงานในวันที่ 7 เมษายน 2564

2.รวบรวมข้อมูลการเข้าร่วมกิจกรรมการ พิธียก เสาเอก เสาโท ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงอำเภอนางรอง

3.ลงพื้นที่ปฏิบัติงานเก็บข้อมูลแบบสอบถามปุ๋ยชีวภาพ  3 หมู่บ้านได้แก่ บ้านบุตาเวสน์ หมู่ที่ 8 บ้านโคกก้านเหลือง หมู่ที่ 9และบ้านหนองบัว  หมู่ที่11

ในการลงพื้นที่ ในวันที่ 22 มีนาคม 2564  ณ ตำบลหนองโสน อำเภอนางรอง จังหวัด บุรีรัมย์ เป็นงานพิธียก เสาเอก เสาโท ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงอำเภอนางรองโดยมีพระครูวิสุทธิพัฒนาภิรมเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ปลัดอาวุโสอำเภอนางรองเป็นประธานฝ่ายฆราวาส ดร.สนธยา ไกรรณภูมิ และ นางอรพิน ไกรรณภูมิ เป็นประธานยกเสาเอก และเสาโท พร้อมด้วยผู้นำทางการศึกษา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมประชาชน นักเรียนนักศึกษา ตลอดจนผู้ปฏิบัติงานตามโครงการ u2t เข้าร่วมงานนี้ด้วย

ในวันที่  7 เมษายน 2564 ข้าพเจ้าและกลุ่มประชาชน ผู้ปฏิบัติงานตามโครงการ u2t ได้เข้าสรุปผลการปฏิบัติงาน ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ 2564 และเดือนมีนาคม  2564 ให้คณะอาจารย์ประจำหลักสูตรทราบถึงผลการปฏิบัติงาน จุดเด่น ปัญหา ข้อเสนอแนะ ของแต่ละหมู่บ้าน พร้อมรับคำสั่งการลงปฏิบัติหน้าที่การลงเก็บข้อมูลในเดือน เมษายน 2564  คือการเก็บ ข้อมูลแบบสอบถามปุ๋ยชีวภาพ

การปฏิบัติหน้าที่ในพิธียก เสาเอก เสาโท ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงอำเภอนางรอง ในตำบลหนองโสน จะเห็นได้ว่าพ่อค้าประชาชนในอำเภอนางรองให้ความสนใจเป็นอย่างมากจากการเฝ้าสังเกตการณ์จะมีผู้เข้าร่วมพิธี ประมาณ 300 คน บ่งบอกถึงความต้องการอยากให้เกิดศูนย์เรียนรู้ในชุมชน อย่างแท้จริง การประชุมรับคำสั่งในวันที่  7 เมษายน 2564 ให้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานเก็บข้อมูลแบบสอบถามปุ๋ยชีวภาพ  3 หมู่บ้านได้แก่ บ้านบุตาเวสน์ หมู่ที่ 8บ้านโคกก้านเหลือง หมู่ที่ 9และบ้านหนองบัว  หมู่ที่11  ผลการปฏิบัติงานไม่เป็นตามเป้าหมายเท่าที่ควรเพราะเกิดการแพร่ระบาด ของโรคโควิด 19 ในอำเภอนางรอง ส่งผลให้ผู้นำ ผู้ใหญ่บ้าน รวมถึงชาวบ้านหวาดกลัว ไม่กล้าออกมาให้ข้อมูล  จะเก็บข้อมูลแบบสอบถามปุ๋ยชีวภาพ  ได้เพียงไม่กี่คน  แต่ขอนำเสนอพอเป็นข้อมูลเบื้องต้น การเก็บข้อมูลผลการสอบถามพบว่าชาวบ้านในพื้นที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ปลูกผัก และเลี้ยงสัตว์เป็นส่วนใหญ่ จากการสอบถามชาวบ้าน ชื่อนาย ยืน นุชสาย อายุ 64 ปี ชาวบ้าน บ้านโคกก้านเหลือง หมู่ 9 ตำบลหนองกง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ท่านกล่าวว่า ตนและครอบครัวทำนา ประมาณ 70 ไร่ เลี้ยงควาย 9 ตัว ท่านเคยใช้ปุ๋ยชีวภาพอัดเม็ด และได้ผลดี  ค่าใช้จ่ายในการซื้อปุ๋ยเคมีเมื่อเทียบกับปุ๋ยชีวภาพอัดเม็ด ประหยัดลดรายจ่ายในการซื้อปุ๋ยมาก  ผลที่เห็นได้ชัดคือ ทำให้ดินร่วนซุยดี แต่มาพบกับปัญหาการเลิกผลิตของกลุ่มปุ๋ยชีวภาพอัดเม็ดของบ้านหนองกง ตนจึงไม่ได้ใช้ปุ๋ยชีวภาพอัดเม็ดอีก ร่วม 2 ปีแล้ว ทราบแต่ว่าเกิดปัญหาภายในจึงหยุดการผลิต  นายยืนกล่าว

ภาพประกอบพิธียกเสาเอก เสาโท ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงอำเภอนางรอง

 

ภาพประกอบการประชุมสรุปงาน     

 

ภาพประกอบการลงพื้นที่เก็บข้อมูลแบบสอบถามปุ๋ยชีวภาพ  

 

การปฏิบัติงานในครั้งนี้ได้ทราบ ถึงทุนทางโภคทรัพย์ ทุนของชุมชน ทุนทางด้านจิตใจ กล่าวคือ ในชุมชนที่ลงปฏิบัติงาน จุดเด่นคือคนในชุมชนมีความสมัครสมานสามัคคี พร้อมเรียนรู้รับสิ่งใหม่ๆตลอดเวลา มีผู้นำทางจิตวิญญาณ เช่นพระครูวิสุทธิพัฒนาภิรม เจ้าอาวาสวัดตาไก้พลวง เป็นศูนย์รวมทางด้านจิตใจของคนในพื้นที่ ก่อให้เกิดการพัฒนาที่เต็มใจ ระเบิดจากภายใน สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน  จากการลงสำรวจเก็บข้อมูลพบว่าคนในชุมชน ยังขาดทักษะการบริหารจัดการ เกี่ยวกับปุ๋ย มูลสัตว์ที่ตนเลี้ยง ในการเพิ่มมูลค่า เพิ่มคุณค่า เบื้องต้นข้าพเจ้าจะรวบรวมข้อมูล ส่งผู้ที่เกี่ยวข้องและส่วนกลางต่อไป

อื่นๆ

เมนู