ข้าพเจ้า นางสาวทิฆัมพร บุญรอด ประเภท นักศึกษา ตำบลหนองโสน อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ผู้ปฏิบัติงานตามโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ (มหาวิทยาลัยสู่ตำบลสร้างรากแก้วให้ประเทศ) หลักสูตร : เกษตรผสมผสานในรูปแบบโครงการโคกหนองนาโมเดลตามหลักสูตรปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน

วันที่ 5 ตุลาคม 2564 เวลา 11.00 น. มีการประชุมผู้ปฏิบัติงานทุกท่านและปฐมนิเทศผู้ปฏิบัติงานใหม่ผ่านทาง Google meet

ภาพการประชุมออนไลน์

 

 

 

 

 

โดยอาจารย์ได้แบ่งหน้าที่ให้กับกลุ่มปฏิบัติงานต่างๆภายในเดือนตุลาคมอาจารย์ได้มอบงานให้แต่ละกลุ่มลงพื้นที่เก็บข้อมูลที่เป็นแบบสอบถามU2T-SROI   ซึ่งมีทั้งหมด11หัวข้อ โดยทั้ง11หัวข้อนี้อาจารยืได้มอบหมายให้กลุ่มปฏิบัติงาน ดังนี้

กลุ่มนักศึกษาหัวข้อที่ได้รับมอบหมายคือ หัวข้อ1.ตำบลเป้าหมาย หัวข้อ2.ลูกจ้างโครงการ

กลุ่มบัณฑิตจบใหม่หัวข้อที่ได้รับมอบหมายคือ หัวข้อที่2.ลูกจ้างโครงการหัวข้อ9.หน่วยงานภาครัฐหัวข้อ10.หน่วยงานอปท.หัวข้อ11.เอกชนในพื้นที่

กลุ่มประชาชนหัวข้อที่ได้รับมอบหมายคือหัวข้อ2.ลูกจ้างโครงการหัวข้อ3.ครอบครัวลูกจ้างโครงการหัวข้อ4.ชุมชนภายในหัวข้อ5.ชุมชนภายนอกหัวข้อ8.ผู้แทนตำบล

สำหรับหัวข้อที่6.อาจารย์ผู้ดูแลโครงการหัวข้อ7.เจ้าหน้าที่โครงการUSIจะเป็นผู้เก็บข้อมูลเองสำหรับการเก็บข้อมูลก็จะมี2รูปแบบคือแบบg00gleformและแบบปริ้นเอกสารและอาจารย์ได้มอบหมายอีกงานสำหรับกลุ่มนักศึกษาคือเก็บข้อมูลCovidประจำเดือนตุลาคม

วันที่ 10 ตุลาคม เวลา 10.00 น ดิฉันได้ลงพื้นที่ไปบ้านโคกว่านเพื่อเก็บข้อมูลแบบสอบถามU2T-SROIร่วมกับกลุ่มนักศึกษาและหัวข้อที่ได้รับมอบหมายอีกทีคือ1.ตำบลเป้าหมาย ผู้ให้ข้อมูลได้แก่ ผู้ใหญ่จุล ชื่นชู  นายมานพ บุญรอด  และ นางวิไล ปลีนารัมย์

วันเสาร์ที่ 16 เวลา 13.00 น ได้ลงพื้นที่ ณ ศูนย์เรียนรู้เศษฐกิจพอเพียงอำเภอนางรอง บ้านโคกว่าน ต.หนองโสน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ร่วมด้วยช่วยกันกับผู้ปฎิบัติงานทุกท่านเพื่อจัดเตรียมสถานที่งาน”เสวนาเกษตรทฤษฏีใหม่ประยุกต์สู่โคกหนองนาโมเดล:ทางเลือกและทางรอดในยุคNEWNORMAL”ที่จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม 2564

วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม 2564 เวลา 9.00 น ได้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมอาชีพเกษตรผสมผสานเพื่อสร้างรายได้ครัวเรือนในรูปแบบโคกหนองนาโมเดลตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตำบลหนองโสนอำเภอนางรองจังหวัดบุรีรัมย์ฟังการเสวนาโคกหนองนาโมเดลและการจะทำโคกหนองนาโมเดลดั่งนั้นจะต้องนำปรัชญา3ด้านมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในอนาคตต่อไป ปรัชญาทั้ง3 ด้านคือ

ด้านเกษตร

มีการปรับพื้นที่เป็น 3 ส่วนคือโคก-หนอง-นา เพื่อจัดสรรการท่าเกษตรขนาดย่อม ได้แก่ 1 ไร่และ 3 ไร่แบ่งสัดส่วนเป็น 3 แบบ ได้แก่ 1: 1 ,1: 2 และ 2: 3  มีการจัดการแก้ไขปัญหาสภาพดินโดยการปลูกพืชคลุมดินเพื่อปรับสภาพดินให้เหมาะสม มีการปลูกไม้ยืนต้นเพื่อประโยชน์ใช้สอยในด้านต่างๆเช่นต้นสักทองต้นยางนาต้นพยุงต้นมะฮอกกานีต้นไม้แดง  มีการปลูกผักสวนครัวและผลไม้เพื่อการบริโภคและจําหน่าย ด้านเกษตรนั้น จะมีการเกษตรผสมผสานไปแล้ว 80 %

ด้านปศุสัตว์

มีการแบ่งพื้นที่อยู่ของสัตว์เลี้ยง เช่น วัว เป็ด ไก่ มีการเลี้ยงสัตว์โดยใช้อาหารที่สามารถผลิตเองได้โดยมีการนำเอาข้าวโพดบดใบข้าวโพดมาทำเป็นอาหารสัตว์เพื่อความประหยัดต้นทุน ด้านปศุสัตว์มีการเลี้ยงสัตว์ไปแล้ว30 %

ด้านประมง

มีการเลี้ยงพันธุ์ปลา เช่น ปลานิลปลาทับทิมปลาตะเพียน มีการเลี้ยงแหนแดงเพื่อไว้จําหน่าย 2.มีการกำจัดและบำบัดน้ำเสีย เพื่อให้เหมาะแก่การเลี้ยงปลา ด้านประมงมีการเลี้ยงสัตว์น้ำไปแล้ว 50%

ปัญหาที่พบ ปัญหาสภาพดินที่มีลักษณะเป็นดินแข็งมากกว่าดินร่วนเป็นดินที่มีกรวดแข็งจํานวนมากทําให้ปลูกพืชค่อนข้างยากปัญหาสภาพน้ำมีน้ำน้อยและ แห้งแล้งเนื่องจากฝนไม่ตก

ประโยชน์ จากการทำโคกหนองนาโมเดลเกิดการพึ่งพาตนเองมีผลผลิตไว้บริโภคและจำหน่ายทำให้มีรายได้เข้าครัวเรือนเกิดการพึ่งพากันเองมีการสร้างเครือข่ายโคกหนองนาจำนวนหลายแปลงเพื่อแบ่งปันความรู้ในการทำโคกหนองนาโมเดลให้แก่กันมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจากการปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมีการปรับพื้นที่นาของตัวเองให้เกิดประโยชน์ในด้านต่างๆคนรุ่นใหม่ก็สามารถนำปรัชญา3ด้านไปใช้ได้เพราะจะเป็นการสืบสารต่อไปอีกในอนาคตได้

และการฟังเสวนาจบเวลา 12.00 ได้ร่วมรับประทานอาหารร่วมกันและหลังจากรับประทานอาหารเรียบร้อยผู้ปฏิบัติงานทุกท่านได้ร่วมด้วยช่วยกันเก็บงานและทำความสะอาด บริเวณศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงเป็นอันเสร็จเรียบร้อย

วีดีโอประจำเดือนตุลาคม

อื่นๆ

เมนู