ข้าพเจ้านางสาวปภัสรา ได้ทุกทาง ประเภทประชาชน
หลักสูตร : โคกหนองนาโมเดล ตำบลหนองโสน อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์
ผู้ปฏิบัติงานโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย “มหาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ”

วันอาทิตย์ ที่ 17 ตุลาคม 2564 เวลา 09.00 น. ข้าพเจ้าและทีมผู้ปฏิบัติงานได้ลงพื้นที่ ณ ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเข้าร่วมโครงการ “เสวนาเกษตรทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคกหนองนาโมเดล ทางเลือกและทางรอดในยุค New Normal” ซึ่งมีผู้เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ คือ ผู้ปฏิบัติงานตำบลหนองยายพิมพ์ ตำบลหนองกง และตำบลหนองโสน ผู้เข้าร่วมเสวนา ได้แก่ พระครูวิสุทธิพัฒนาภิรม เจ้าอาวาสวัดตาไก้พลวง เจ้าคณะตำบลหนองกง, รองศาสตราจารย์ ดร.อัครพนท์ เนื้อไม้หอม คณบดีคณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, นายสมชิต ไชยชาติ พัฒนากรชุมชนชำนาญการอำเภอนางรอง, นายเกรียงศักดิ์ แผ้วพลสง อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโสน, อาจารย์ดนัย สุริยวงศ์ศรี นักพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ (นพต.), นางดนุลดา ธรรมนิยม สารวัตรกำนันตำบลหนองโสน, ดำเนินการเสวนาโดย อาจารย์ชมพู อิสริยาวัฒน์ รองคณบดีคณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ และเจ้าของแปลงโคกหนองนาโมเดลทั้ง 11 แปลง
รองศาสตราจารย์ ดร.อัครพนท์ เนื้อไม้หอม ได้กล่าวเสวนา ถ้าย้อนกลับไปเมื่อสมัยรัชกาลที่ 9 ยังทรงพระชน ทุกท่านคงเคยเห็นภาพอดีตเลขาธิการสหประชาชาติ ชื่อ พัน กี-มุน ( Ban ki-moon) เป็นชาวเกาหลีใต้ เคยเข้าเฝ้าในหลวงรัชกาลที่ 9 อยู่บ่อยครั้ง และมีการพูดคุยกันจึงนำไปสู่การตั้งเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโครงการ UN ซึ่งย่อมาจากเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน มีการแลกเปลี่ยนความคิดกับรัชกาลที่ 9 ท่านก็คิดหาทางออกให้กับประเทศ ตอนนั้นประเทศไทยก็พยายามอย่างหนักก็จะก้าวเข้าไปเป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเชีย ซึ่งเขาเรียกว่าเสือเศรษฐกิจแห่งเอเชียตัวที่ 5 ในหลวงคิดว่าประเทศไทย คือ ประเทศ เกษตรกรรม เพราะฉะนั้นประเทศไทยจะอยู่รอดได้ ก็ต้องอาศัยการทำเกษตรกรรมอย่าพึ่งไปเป็นเสือเลย เสือคือประเทศที่เป็นอุตสาหกรรม แต่ประเทศไทยยังไม่ใช่ จึงเกิดการนำไปสู่การคิดค้นทฤษฎีมากมายด้านการเกษตร เพราะเกษตรกรรมทำให้คนอยู่รอดในโลกนี้ได้ เพราะทุกคนต่างต้องกินข้าว
โคกหนองนาโมเดลทั้ง 11 แปลง
-โคก ปลูกต้นสัก ต้นพะยูง ต้นยางนา มะฮอกกานี ไม้แดง ปลูกผักสวนครัว และไม้ผลกินได้
-หนอง เลี้ยงปลานิล ปลาตะเพียน ปลาไน ปลาหมอเทศ และบัวแดง
-นา ปลูกข้าวพันธุ์หอมมะลิ
จากนั้น ก็จะให้เจ้าของแปลงโคกหนองนาทั้ง 11 แปลง มาแชร์ความรู้ประสบการณ์ที่ได้จากการทำโคกหนองนาว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง โดยส่งตัวแทน 3 คน หลังจากจบการเสวนา เวลา 12.00 น. ได้ร่วมกันรับประทานอาหารกลางวัน กลุ่มผู้ปฏิบัติงานตำบลหนองโสน ได้ช่วยกันเก็บสถานที่และแยกย้ายกันกลับ

ภาพประกอบการปฏิบัติงาน

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ตุลาคม 2564 เวลา 09.00 – 12.00น. ข้าพเจ้าได้เข้าร่วมรับฟังเสวนาออนไลน์ผ่าน Zoom Meeting เรื่อง “Quadruple Helix จตุรภาคีสี่ประสานสู่การพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืน” โดยมีรองศาสตราจารย์มาลิณี จุโทปะมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ประธานเปิดโครงการเสวนา ผู้ดำเนินการเสวนา นายชมพู อิสริยาวัฒน์ รองคณบดีฝ่ายพันธกิจชุมชนสัมพันธ์และภูมิทัศน์ คณะมนุษยศาตร์และสังคมศาตร์ วิทยากรผู้ร่วมเสวนา ดังนี้ นายคำเดื่อง ภาษี ประธานกลุ่มปราชญ์ชาวบ้านจังหวัดบุรีรัมย์, รศ.ดร. ประสาท เนืองเฉลิม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, นายณัชอิสร์ ศรีสุขพรชัย ประธานหอหารค้าจังหวัดบุรีรัมย์, นายสุพจน์ สวัสดิ์พุทรา นายกเทศมนตรีตำบลอิสาณ, รศ.ดร. อัครพนท์ เนื้อไม้หอม คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ในการเสวนาครั้งนี้ได้กล่าวเนื้อหาเกี่ยวกับ “ยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนประเทศไทย” โดยการยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อนำประเทศไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยอาศัยกลไกทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการขับเคลื่อน การสร้างต้นแบบให้เห็นและเป็นจริงสามารถอยู่รอด พึ่งพาตนเองได้
วิทยากรผู้เข้าร่วมเสวนา
1.นายสุพจน์ สวัสดิ์พุทรา (นายกเทศมนตรีตำบลอิสาณ) การพัฒนาชุมชนให้ยั่งยืน คือ การเปลี่ยนแปลงคน ชุมชนให้ดีขึ้นโดยใช้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน หรือประชาชนทุกคนในชุมชนต้องมีส่วนร่วมไม่ว่าจะเป็น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มสตรี อสม เยาวชน กลุ่มผู้สูงอายุ ต้องมาร่วมกันเหมือน บวร บ้าน วัด โรงเรียน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้กับชุมชน “หนทางสะดวก น้ำไหล ไฟสว่าง” แต่ในด้านความเป็นอยู่ของประชาชนอยู่ดีกินดีและมีสิ่งแวดล้อมที่ดี จึงได้มีการทำชุมชนปลอดขยะ (Zero Waste) เพื่อให้ชุมชนน่าอยู่ ทำมาประมาณ 5-6 ปี เกิดผลสำเร็จ ได้รับรางวัลระดับประเทศปี 2560 ของรัชกาลที่ 10 เป็นถ้วยใบแรกที่พระองค์พระราชทานมา ทำให้ชุมชนรู้รักสามัคคีกัน
2.รองศาสตราจารย์ ดร.ประสาท เนืองเฉลิม (มหาวิทยาลัยมหาสารคาม) แนวคิด SDGs ย่อมาจาก Sustainable Development Goals-SDGs หรือ “เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” ทำอย่างไรให้การศึกษาเท่าเทียมกัน เท่าเทียม (Equality) ความเสมอภาค (Equality) เราใช้ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คนไหนมีความสามารถมากเราให้มาก สหประชาชาติพูดถึง Sustainable Development Goals หรือ การพัฒนาอย่างยั่งยืนมี 3 มิติ มินติที่ 1 เรื่องสังคม Society ปัจจุบันมีความหลากหลายเพิ่มมากขึ้น เช่น วิถีการใช้ชีวิต สังคมไทย ทางความคิด ทางการศึกษา เป็นต้น การศึกษาจะเน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิต มิติที่ 2 สมรรถนะ (Competency) เป็นปรัชญาของการเรียนการสอน ต่อไปจะไม่เน้นแค่เนื้อหาวิชาอย่างเดียว เหล่านักศึกษาต้องไปอยู่กับสังคมในชุมชนหาปัญหาและแก้ปัญหาโดยตนเอง มิติที่ 3 (Disruption) คือ โลกที่มันผันผวนไม่สามารถกำหนดได้
3.นายอัชอิสร์ ศรีสุขพรชัย (ประธานหอการค้าจังหวัดบุรีรัมย์) โลกใบนี้ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ถ้าเรายังคิดอะไรแบบเดิมมันช้า เราต้องพร้อมที่จะปรับตัว เริ่มจากเราต้องสร้าง Smart People ขึ้นมา จะต้องรู้ให้ทัน ตามให้ทัน ทันจิตใจ ทันโลก ก้าวเข้าสู่การเป็น Smart City เราต้องมองภาพเดียวกัน มีเป้าหมายเดียวกัน วิธีการต่างกันได้ แต่รัฐ เอกชน มหาลัย ชุมชนต้องมองภาพเดียวกัน ถ้าคนสามารถแยกออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ไม่รู้แต่หัวใจเต็มเปี่ยม กลุ่มที่รู้หัวใจเต็มเปี่ยม กลุ่มที่รู้และทำได้ยังไม่ถึงเป้าหมาย 3กลุ่มนี้เปรียบเสมือนปรัชญา 3 H คืิอ Heart,Head,Hand 3กลุ่มนี้จะเดินหน้าขับเคลื่อนได้อย่างไรถ้าปิดหัวใจ ดังนั้นเราต้องสร้างคนที่หัวใจ การสร้างคนที่หัวใจจะเกิด Smart People คือ ใจต้องสู้ เดินด้วยใจยังไงก็เดินได้ ล้มกี่ครั้งก็ลุกได้ มีความรู้แต่ไม่ลงมือทำทุกอย่างจะเป็นศูณย์
4.นายคำเดื่อง ภาษี (ประธานกลุ่มปราชญ์ชาวบ้านจังหวัดบุรีรัมย์) วิชาชีวิต เมื่อโลกเปลี่ยนไป แต่ทำไมคนไทยไม่เปลี่ยนแปลง คนเรามักจะทำแต่สิ่งเดิมๆ คือ รู้ว่ามีทรัพยากร อากาศ น้ำ ก็พากันไปแย่งชิงกันนำออกมาใช้ไม่ปลูกเพิ่มหรือทดแทนเข้าไป ทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย เกิดปัญหาก็ต้องมองหาวิธีแก้ไข โดยเริ่มต้นจาก ไม่อดไม่อยาก ไม่อดไม่อยากอะไร ไม่อดไม่อยากทรัพยากร ปัจจัย 4 เราต้องเปลี่ยนวิธีคิด คนส่วนใหญ่จะกระทำ 3 อย่าง คือ ทำในสิ่งที่ไม่รู้ ทำในสิ่งที่ไม่รัก ทำแล้วไม่จบ ในทางกลับกัน ถ้าเราทำในสิ่งที่เรารู้ ทำในสิ่งที่รัก ทำแล้วจบ จะทำให้เราไม่อดไม่อยาก พอมี พอดีและรู้จักแบ่งปัน ทำให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน
5.รองศาสตราจารย์ ดร.อัครพนท์ เนื้อไม้หอม คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ความหมายของ “Quadruple Helix : จตุรภาคีสี่ประสานสู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน” 4 Helix แปลว่า แกน,เกลียว เป็นการปรับบริบทของกลุ่มมหาวิทยาลัย โดยมีกลุ่มเป้าหมายพลิกโฉมอยู่ 3 เรื่อง คือ 1.การสร้างและพัฒนาคนในศตวรรษที่ 21 2.การสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อจับเคลื่อนประเทศ 3.การทำงานแบบจตุรภาคี คือมหาวิทยาลัย ภาครัฐ เอกชน ชุมชน เพื่อสร้างอัตลักษณ์แนวทางของกลุ่มเชื่อมโยงกันด้วยแนวทางการศึกษา SCG เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

ภาพประกอบการปฏิบัติงาน

วันอังคาร ที่ 2 พฤศจิกายน 2564 ข้าพเจ้าและทีมผู้ปฏิบัติงานกลุ่มประชาชน ได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูล CBD ตามหัวข้อดังต่อไปนี้
1.ผู้ที่ย้ายกลับบ้านเนื่องจากสถายการณ์โควิด
2.แหล่งท่องเที่ยว
3.ที่พัก/โรงแรม
4.ร้านอาหารในท้องถิ่น
5.อาหารที่น่าสนใจประจำถิ่น
6.เกษตรกรในท้องถิ่น
7.พืชในท้องถิ่น
8.สัตว์ในท้องถิ่น
9.ภูมิปัญญาท้องถิ่น
10.แหล่งน้ำในท้องถิ่น
โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร โดยการปลูกข้าว และปลูกพืชผักสวนครัว เช่นปลูกกล้วย ตะไคร้ ผักกาดขาว กะหล่ำดอก มะนาว เป็นต้น ส่วนใหญ่จะปลูกไว้ทานเอง เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการอุปโภค/บริโภค ซึ่งในฤดูกาลนี้ผักสวนครัวจะมีราคาแพงชาวบ้านจึงฟันมาปลูกผักไว้ทานเองการทำเกษตรในปัจจุบัน จะใช้เทคโนโลยีในการทุ่นแรง เพื่อประหยัดเวลา สะดวกสบาย เป็นต้น สัตว์ในท้องถิ่นที่พบมากที่สุด คือ สุนัข ไก่ วัว ควาย เป็นต้น

จากการลงพื้นที่ปฏิบัติงานประจำเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน พ.ศ 2564 ทำให้ข้าพเจ้าได้เรียนรู้การวางแผนการทำงาน กระบวนการทำงานเป็นทีม ได้เห็นบรรยากาศภายในตำบล ชุมชน และได้รู้จักคุ้นเคยกับทีมผู้ปฏิบัติงานและชาวบ้านในตำบลหนองโสนมากขึ้น ได้ความรู้เกี่ยวกับต้นไม้ ประโยชน์ของต้นไม้ สรรพคุณของต้นไม้ หลายๆชนิด ข้าพเจ้าและทีมผู้ปฏิบัติงานขอขอบคุณชาวบ้านตำบลหนองโสนและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาความเป็นอยู่เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของชุมชนต่อไป

ภาพประกอบการปฏิบัติงาน

 

อื่นๆ

เมนู