1. หน้าแรก
  2. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
  3. HS02 - ตำบลหนองโสน อำเภอนางรอง
  4. HS02 กิจกรรมเสวนาหัวข้อ ทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่โคก หนอง นาโมเดล : ทางเลือกและทางรอดในยุค NEW NORMAL,จตุรภาคีสี่ประสานสู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน : Quadruple Helix และลงพื้นที่เก็บข้อมูลCBD(เดือนพฤศจิกายน 2564)

HS02 กิจกรรมเสวนาหัวข้อ ทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่โคก หนอง นาโมเดล : ทางเลือกและทางรอดในยุค NEW NORMAL,จตุรภาคีสี่ประสานสู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน : Quadruple Helix และลงพื้นที่เก็บข้อมูลCBD(เดือนพฤศจิกายน 2564)

ข้าพเจ้า นายรพีภัทร หรบรรพ์ ประเภทบัณฑิตจบใหม่ ผู้ปฏิบัติงานตามโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ(มหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ) ต.หนองโสน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์

หลักสูตร:เกษตรผสมผสานในรูปแบบโคก หนอง นาโมเดล ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน HSO2 ได้ปฏิบัติงานประจำเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2564

กิจกรรมวันที่ 17 ตุลาคม เวลา 09:00 น.-14:00 น. ข้าพเจ้าได้เข้าร่วมกิจกรรมเสวนาทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่โคก หนอง นาโมเดล : ทางเลือกและทางรอดในยุค NEW NORMAL ณ ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงอำเภอนางรอง หมู่ 1บ้านโคกว่าน ต.หนองโสน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งจัดขึ้นโดยคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ในงานมีผู้ร่วมเสวนาอยู่หลายท่านด้วยกัน จากที่ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ข้าพเจ้าสามารถจับใจความประเด็นสำคัญของผู้ร่วมเสวนาแต่ละท่านได้ ดังนี้

เสวนาทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่โคก หนอง นาโมเดล :

ทางเลือกและทางรอดในยุค NEW NORMAL

พระครูวิสุทธิพัฒนาภิรม เจ้าอาวาสวัดตาไก้พลวง เจ้าคณะตำบลหนองกง กล่าว“เจริญพรคณบดี วิทยากร แล้วก็ญาติโยมที่ร่วมรับฟัง การฟังเทศน์ได้การบำรุงจิต บำรุงใจ แต่ว่าการรับฟังในครั้งนี้เป็นการบำรุงอาชีพ การจัดโครงการเสวนาเรื่องของทฤษฎีใหม่ประยุกต์เข้าสู่โคก หนอง นา ก็คือรัฐบาลช่วยเหลือ แต่เกษตรทฤษฎีใหม่คือพี่น้องต่างคนต่างทำ แต่พอมีโครงการโคก หนอง นา โมเดล ทางรัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือ เพราะฉะนั่นโครงการทฤษฎีใหม่ประยุกต์เข้าสู่โคก หนอง นา อาตมาคิดว่า เป็นโครงการที่ทำให้ประชาชนอยู่รอดชั่วลูกชั่วหลาน สังเกตว่าช่วงโควิดนี้พวกเราก็ปลูกกันอย่างประปราย”

นายสมชิด ไชยชาติ พัฒนาชุมชนชำนาญการอำเภอนางรอง กล่าว“โคกหนองนาโมเดลคือเป็นการใช้ศาสตร์ของพระราชา ที่มาแก้ปัญหาเรื่องภัยแล้ง การปลูกต้นไม้อันแรกก็คือ ไม้สูงก็คือไม้ใช้สอย ไม้ประโยชน์ ไม้ที่จะใช้เนื้อในการสร้างบ้าน แล้วก็ใช้ประโยชน์จริงๆ กลุ่มนี้ก็จะเป็นอีกกลุ่มหนึ่ง ถัดมาก็จะเป็นกลุ่มไม้กลาง ก็คือ พวกไม้ผล ไม้ที่เราใช้กิน ถัดไปก็จะเป็นไม้เตี้ย ก็จะเป็นพืชผักที่มันลดหลั่นลงมา และก็จะเป็นไม้เลื้อย น้ำ น้ำที่มีอยู่ในสระก็จะไปหล่อเลี้ยงพืชเหล่านี้ให้โต ในขณะเดียวกันที่ฝนชุกๆแบบนี้ เมื่อหน้าแล้ง รากของไม้ก็จะดึงน้ำลงไปยังสระเพื่อที่จะใช้ในเกษตรในฤดูแล้งได้ รูปแบบของสระก็จะเป็น Free From ก็คือรูปทรงอิสระ ก็จะมีตะพัก ตอนนี้น้ำอาจจะท่วมตะพักแล้ว แต่พอน้ำลด ตะพักจะใช้ในการปลูกผัก เพื่อบริโภค ก็คือเอาจอบเอาเสียมพรวนดิน แล้วก็ปลูก จะไม่ต้องรดน้ำ เพราะความชื้นมันถึง นั่นคือประโยชน์ แล้วก็ปลาก็จะอยู่ได้ เพราะว่ามันลึก เราจะขุดลึกๆไว้ก่อน 5-6 เมตร เพราะจะเอาไว้ใช้ประโยชน์ของน้ำในยามหน้าแล้ง”

อ.ดนัย สุริยะวงศ์ศรี นักพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ(นพต.) กล่าว“นักพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ นพต. มีหน้าที่ส่งเสริมทางด้านวิชาการให้ความรู้เกี่ยวกับศาสตร์ของพระราชา การทำงานตามหลักกสิกรรมธรรมชาตินั่นเอง ทำยังไงดินในพื้นที่ของเราจะใช้ไงได้ ทิศทางที่เราจะสร้างปศุสัตว์เราจะทำยังไงก็รวมอยู่ในนี้หมดเลย นอกจากจะเป็นทางด้านวิชาการแล้ว เราก็ให้ความร่วมมือทางด้านพละกำลังด้วย เราจะร่วมปฏิบัติไปควบคู่กับครัวเรือนต้นแบบ ซึ่งจะมีเครือข่ายด้วย โดยการปฏิบัติงานของนักพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ นพต.นั้น ก็จะเริ่มจากการลงไปดูพื้นที่เหมาะสมหรือเปล่า ทิศทางลม ดิน น้ำ ไฟ ลมมาทางไหน น้ำไหลมาทางไหน แล้วก็จะไปวางแผนเอาไว้ ว่า สระจะวางไว้ตรงไหน ที่พักอาศัยจะวางไว้ตรงไหน แล้วก็จะไปคุยกับครัวเรือนมาแล้วออกแบบพื้นที่มา แล้วก็จะไปถอดสแกนตามแบบที่เราคาดหวังเอาไว้ หลังจากนั้นเราก็จะมาเริ่มกับครัวเรือน ซึ่งในสิ่งที่เราเน้นที่สุดก็คือ หลักกสิกรรมธรรมชาติ โดยการให้ครัวเรือนนั้นมีการถมดิน คือ สร้างดินให้มีชีวิตนั้นเอง”

นายเกรียงศักดิ์ แผ้วพลสง อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโสน กล่าว“ไม่มีใครที่จะไปประกอบอาชีพอยู่นอกบ้านตลอดชีวิต สักวันหนึ่งก็ต้องหวนกลับมาในผืนแผ่นดินของเรา กลับมาที่นี่เรามีผืนแผนดิน วันนี้เรามีตัวอย่าง เรามีตัวอย่างเศรษฐกิจพอเพียง เรามีโคกหนองนา เรามีข้าวเม่า เรามีโน่นนี่นั่นให้เห็นตัวอย่าง ผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้เนี่ยต้นทุนเรามีอยู่แล้วเราก็มาต่อยอดอีกนิดหน่อยนะครับ แล้วก็จะทำให้ชีวิตของเราเนี่ยมั่นคง และยั่งยืน รวมไปถึงบั่นปลาย ที่สามารถเป็นมรดกตกทอดให้ลูกให้หลาน สามารถที่จะยืนอยู่ในครอบครัวของตนเอง และก็ผืนแผ่นดินตัวเองอย่างงมั่นคง และมีความสุข”

นางกรุณา สวัสดิ์สิงห์ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโสน กล่าว“การประยุกต์ไปสู่เกษตรทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่โคกหนองนา มันขึ้นอยู่กับว่าการบริหารจัดการพื้นที่ของเราว่ามันจะทำให้เกิดประโยชน์ยังไง  ในเมื่อเราเรียนมา ได้เรียนรู้ ได้เห็น แต่ถ้าเราไม่ลงมือทำยังไงก็ไม่เห็นผล เพราฉะนั้นทางเลือกก็คือ ทำ ทางรอดก็คือ มีกิน มีใช้

นางดนุลดา ธรรมนิยม สารวัตรกำนันตำบลหนองโสน กล่าว“การทำโคกหนองนา ได้เข้าอบรม จากที่ไม่ค่อยรู้ก็รู้มากขึ้น ได้เพื่อน ได้แชร์ประสบการณ์ ได้ลงมือมาปฏิบัติจริง มีหน่วยงานต่างๆเข้ามาช่วยเหลือ แนะนำ และสนับสนุน จากพื้นที่ที่ไม่มีอะไรเลย เริ่มจากการขุดก็มีแค่ดินแห้งๆ แล้วมาสู่ภาพที่เขียวชอุ่ม ถ้าไม่ทำ ไม่ลงมือทำ ไม่ลงทุน ไม่ลงแรง ไม่ยอมตากแดดตากลม ไม่ได้ขนาดนี้”

รศ.ดร.อัครพนท์ เนื้อไม้หอม คณบดีคณะมนุษศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ กล่าว“ความเก่งของคนที่หลากหลายคือความงามของโลกนี้ โลกใบนี้คือแจกัน ทุกท่านที่มีความสามารถที่หลากหลายคือดอกไม้ที่หลากสี แจกันจะมีความสวยงามก็เพราะดอกไม้ที่หลากสี โลกใบนี้มีความน่าอยู่ มีความสมดุลเพราะความสามารถที่หลากหลายของผู้คน เพราะฉะนั้นความพอเพียง ทุกคนสามารถนำไปปรับประยุกต์ใช้ได้ให้เกิดผล ทุกท่านเดินทางมาถูกแล้ว เราเป็นพสกนิกรของท่าน เราจะต้องน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประพฤติปฏิบัติให้เกิดผลให้ได้เพราะพระองค์กล่าวไว้ว่า ความพอเพียงคือเราสามารถยืนอยู่บนขาตัวเองได้  ผมขอสรุปตามพระราชดำรัสของพระองค์ไว้เลยนะครับว่า เศรษฐกิจพอเพียงและเศรษฐกิจใหม่ 2 อย่างนี้ จะทำความเจริญได้ ต้องมีความเพียร ต้องอดทน ต้องไม่ใจร้อน ต้องไม่พูดมาก  ต้องไม่ทะเลาะกัน ถ้าทำโดยเข้าใจกัน เชื่อว่าทุกคนจะมีความพอใจได้”

ภาพกิจกรรมการเสวนา

 

วันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ.2564 เวลา 09.00 น.-12.00 น. ข้าพเจ้าได้เข้าร่วมการรับฟังเสวนาออนไลน์ เรื่อง จตุรภาคีสี่ประสานสู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน(Quadruple Helix) ผ่านโปรแกรม Zoom ซึ่งจัดขึ้นโดยคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ วัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรม

  1. เพื่อเผยแพร่การพัฒนาสังคมสู่ชุมชน
  2. เพื่อสร้างเครือข่าย

โดยมีวิทยากรผู้ร่วมเสวนามาให้ความรู้จากสี่หน่วยงาน ทั้งชุมชน หน่วยงานเอกชน หน่วยงานรัฐและมหาวิทยาลัย ซึ่งตัวแทนแต่ละหน่วยงาน ได้แก่

  1. นายคำเดื่อง ภาษี ประธานกลุ่มปราชญ์ชาวบ้านจังหวัดบุรีรัมย์
  2. นายณัชอิสร์ ศรีสุขพรชัย ประธานหอการค้าจังหวัดบุรีรัมย์
  3. นายสุพจน์ สวัสดิ์พุทรา นายกเทศมนตรีตำบลอิสาณ
  4. รศ.ดร.ประสาท เนืองเฉลิม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
  5. รศ.ดร.อัครพนท์ เนื้อไม้หอม คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
  6. นายชมพู อิสริยาวัฒน์ รองคณบดีฝ่ายพันธกิจชุมชนสัมพันธ์และภูมิทัศน์ คณะมนุษยศาสตร์และ สังคมศาสตร์(ผู้ดำเนินการเสวนา)

กิจกรรมในครั้งนี้ดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอน ในเวลา 09.00 น. รศ.มาลิณี จุโฑปะมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ประธานเปิดโครงการการเสวนา กล่าวเปิดงาน ชื่นชมผู้จัดงานและคณะผู้ร่วมเสวนาที่จะมาสะท้อนให้ความรู้ในครั้งนี้ ลำดับต่อไปผู้ดำเนินการเสวนาได้แจ้งรายละเอียด และวิทยากรผู้ร่วมเสวนามาที่จะมาให้ความรู้ตามลำดับ ได้แก่ นายสุพจน์ สวัสดิ์พุทรา รศ.ดร.ประสาท เนืองเฉลิม นายณัชอิสร์ ศรีสุขพรชัย นายคำเดื่อง ภาษี รศ.ดร.อัครพนท์ เนื้อไม้หอม

จตุรภาคีสี่ประสานสู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน

(Quadruple Helix)

นายสุพจน์ สวัสดิ์พุทรา นายกเทศมนตรีตำบลอิสาณ กล่าว“ผมเป็นนายกมาหลายสมัย จบพัฒนาชุมชนจากมหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์ โดยนำความรู้ที่ได้มาพัฒนาชุมชน การมีส่วนร่วมของแต่ละกลุ่ม มาร่วมพัฒนาด้วยกันถึงจะสำเร็จ เรื่องโครงสร้างพื้นฐานต้องมีก่อน น้ำ ไฟ ถนน พัฒนาเรื่องปากท้องของประชาชนจนได้รับรางวัลโครงการชุมชนปลอดขยะ(Zero Waste) ภูมิใจที่ทำให้ประชาชนรักสามัคคีกัน มหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์ส่งนักศึกษาคณะสิ่งแวดล้อมให้นักศึกษามาร่วมพัฒนาตำบลร่วมกัน มีการร่วมมือกันระหว่างท้องที่และท้องถิ่น หน่วยงานราชการในพื้น ที่จนได้รับรางวัลโครงการชุมชนปลอดขยะ(Zero Waste)นี้”

รศ.ดร.ประสาท เนืองเฉลิม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าว“ขอบคุณมหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์ในการจัดการเสวนาในครั้งนี้ คำว่า บวร บ้าน วัด โรงเรียน ผมขอเพิ่มมหาวิทยาลัย รากฐานสำคัญคือ บ้าน การพัฒนาการมีส่วนร่วมในการพัฒนาไม่ใช่แค่ร่วมโหวต แต่เป็นการร่วมพัฒนา ต่อสู้กับความยากจน การเรียนรู้ในยุคโควิดเข้ามารอบด้าน ต้องรู้จักแยกแยะ โลกปรับคุณต้องเปลี่ยน ต้องเริ่มที่ความคิด หลักสูตรการศึกษาต้องปรับใหม่ให้เข้ากับสถานการณ์จะให้แต่ความรู้อย่างเดียวไม่ได้ ต้องสอนเรื่องการเรียนรู้ผู้บริการ มหาวิทยาลัยเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน ผมนำนักศึกษาลงชุมชนแล้วให้นักศึกษามาสะท้อนในห้องเรียน สร้างโปรเจค ให้ชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้ ลงพื้นที่หลายๆครั้ง ลงไปพัฒนา นักศึกษาได้ความรู้เพิ่มขึ้นมากกว่าเรียนอยู่ในห้องเรียน การประเมินผลโดยใช้แต่ข้อสอบอย่างเดียวไม่ได้ โครงการU2Tเป็นการใช้ชุมชนเป็นฐานวิจัยให้มหาวิทยาลัยเข้าใกล้ชุมชนมากขึ้น นำความรู้ไปแลกเปลี่ยนกับชุมชนไม่ใช่ลงไปสอน”

นายณัชอิสร์ ศรีสุขพรชัย ประธานหอการค้าจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าว“จตุรภาคีสี่ประสานสู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน 4 ด้านมาร่วมกันขับเคลื่อนชุมชน เป็นการขับเคลื่อนประเทศเหมือนกัน โลกใบนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว ถ้าเรายังคิดอะไรแบบเดิมๆทำอะไรเหมือนๆเดิมไม่ทันโลกแน่ ไม่มีอะไรตายตัว ต้องเรียนรู้และแก้ไข ต้องสร้าง Smart People การจะเปลี่ยนได้ทั้ง 4 จตุรภาคีต้องเห็นภาพเหมือนกัน มีเป้าหมายเดียว คำว่าSmart People คือต้องรู้ให้ทันโลก สถานการณ์ จิตใจตัวเอง เป้าหมายเป็นเรื่องสำคัญ วิธีการต่างกันได้ 3H ได้แก่ Heart(หัวใจ) Head(สมอง) Hand(สองมือ) สร้างคนให้มีหัวใจ เรียนรู้ใส่สมอง และลงมือทำในการพัฒนาชุมชนต้องทำให้คนเป็นแบบนี้”

นายคำเดื่อง ภาษี ประธานกลุ่มปราชญ์ชาวบ้านจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าว“รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ดีใจที่มหาวิทยาลัยขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน โควิดเป็นเหมือนข้อสอบ แล้วพวกเราทำผิดกันหมด เมื่อโลกเปลี่ยนไปแต่คนไทยยังไม่เปลี่ยนแปลง ชีวิตต้องเริ่มต้นที่ไม่อดไม่อยาก ไม่ต้องหวังรวย โลกบังคับให้เราเปลี่ยน โดยต้องเริ่มต้นที่ฟื้นฟูทรัพยากรเป็นอันดับแรก ให้เกิดปัจจัยสี่ก็อยู่ได้ ถ้าทำให้ทรัพยากรอยู่เยอะก็ทำให้เราไม่อดอยาก การกระทำ 3 อย่าง 1. ทำในสิ่งที่ไม่รู้ 2. ทำในสิ่งที่ไม่รัก 3. ทำในสิ่งที่ไม่จบ แต่เราต้องทำตรงกันข้าม 3 อย่างคือ 1. ทำให้รู้ 2. ทำให้รัก 3. ทำให้จบ”

ภาพกิจกรรมการเสวนาออนไลน์

วันที่ 29 ตุลาคม- 9พฤศจิกายน พ.ศ.2564 ข้าพเจ้าได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลลง Application U2T ของบ้านโคกว่าน หมู่ 1 ต.หนองโสน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ตามที่ได้รับมอบหมายให้แบ่งพื้นที่ในการเก็บข้อมูล การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นการเก็บข้อมูลตามหัวข้อที่ Application U2T กำหนดไว้ ได้แก่

1. ข้อมูลของผู้ที่ย้ายกลับบ้านเนื่องจากสถานการณ์โควิด

2. ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว

3. ข้อมูลที่พัก/โรงแรม

4. ข้อมูลร้านอาหารในท้องถิ่น

5. ข้อมูลอาหารที่น่าสนใจประจำถิ่น

6. ข้อมูลเกษตรกรในท้องถิ่น

7. ข้อมูลพืชในท้องถิ่น

8. ข้อมูลสัตว์ในท้องถิ่น

9. ข้อมูลภูมิปัญญาในท้องถิ่น

10. ข้อมูลแหล่งน้ำในท้องถิ่น

ภาพการลงพื้นที่

 

          จากการปฏิบัติงานในเดือนพฤศจิกายนนี้ สามารถผ่านไปได้อย่างดี ผู้ปฏิบัติงานทุกท่านสามัคคีกันมาก คอยให้คำปรึกษาซึ่งกันและกัน ข้าพเจ้าขอขอบคุณชาวบ้านในเขต ต.หนองโสน ทุกท่านที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

วีดิโอประจำเดือนพฤศจิกายน 2564

 

 

 

 

 

อื่นๆ

เมนู