ข้าพเจ้านางสาวปภัสรา ได้ทุกทาง ประเภทประชาชน

หลักสูตร : HS02 โคกหนองนาโมเดล ตำบลหนองโสน อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์

ผู้ปฏิบัติงานโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ 1ตำบล 1 มหาวิทยาลัย  “มหาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ”

วันพุธ ที่ 21 กรกฎาคม 2564 ข้าพเจ้าและทีมผู้ปฏิบัติงาน ได้ลงพื้นที่เข้าร่วมโครงการปลูกป่าพิมพ์รัฐ โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการดังนี้ พระครูวิสุทธิพัฒนาภิรม  เจ้าคณะตำบลหนองกง เจ้าอาวาสวัดตาไก้พลวง นายเปลื้อง แผ้วพลสง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองยายพิมพ์ นายเด สวัสดิ์พูน กำนันตำบลหนองยายพิมพ์ นางสาวบังอร ยินดีชาติ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองกง นายเกรียงศักดิ์ แผ้วพลสง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโสน ผศ.ดร.อัครพนธ์ เนื้อไม้หอม คณบดีคณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ คณะอาจารย์โรงเรียนพิมพ์รัฐประชาสรรค์ คณาจารย์คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ กลุ่มรักษ์นางรองสีเขียวยั่งยืน ชาวบ้าน 3 หนอง และผู้ปฏิบัติงานโครงการ U2T 3 ตำบล หนองกง หนองยายพิมพ์ หนองโสน ข้าพเจ้าและทีมงานได้ร่วมปลูกต้นไม้ ในพื้นที่ทั้งหมด 4 ไร่ ต้นไม้ที่ปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจ มี ต้นพะยูง ต้นสักทอง และต้นมะฮอกกานี

ต้นสักทอง

ชื่อวิทยาศาสตร์ – Tectona grandis L.f.

ชื่ออื่นๆ – เซบ่ายี้, ปีฮือ, ปายี้, เป้อยี

ชื่ออื่นๆ (อังกฤษ) – Teak

ลักษณะทั่วไป

ไม้ต้นขนาดใหญ่ผลัดใบในฤดูร้อน ลำต้นเปลาตรงเปลือกเรียบหรือแตกเป็นร่องเล็กๆ สีเทา โคนเป็นพูพอนต่ำๆ เรือนยอดเป็นพุ่มทรงกลมค่อนข้างทึบ เปลือกสีเทา เรียบ หรือแตกเป็นร่องตื้นตามความยาวลำต้น ขึ้นเป็นหมู่ในป่าเบญจพรรณทางภาคเหนือ บางส่วนในภาคกลางและภาคตะวันตก มีอยู่บ้างทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สักมักจะได้รับความเข้าใจผิดเสมอว่าเป็นไม้เนื้อแข็ง เนื่องจากว่ามันมีลักษณะพิเศษที่เป็นไม้เนื้ออ่อนที่มีความทนทานกว่าไม้เนื้อแข็งหลายๆชนิด

ลำต้น – เป็นเปลาตรงเปลือกเรียบหรือแตกเป็นร่องเล็กๆ สีเทา โคนเป็นพูพอนต่ำๆ เปลือกหนาประมาณ 0.3-1.7 เซนติเมตร เนื้อไม้มีสีเหลืองทองถึงน้ำตาลแก่ เสี้ยนตรง เนื้อหยาบ

ใบ – เป็นใบเดี่ยวใหญ่มาก ออกตรงข้ามกันเป็นคู่ ปลายใบแหลมโคนมน ยาว 25-30 เซนติเมตร กว้างเกือบเท่ายาว ใบของต้นอ่อนจะใหญ่กว่านี้มาก ผิวใบมีขนสากคายสีเขียวเข้ม ขยี้ใบสดจะมีสีแดงเหมือนเลือด

ดอก – มีขนาดเล็ก สีขาวนวลออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง ออกดอกและเป็นผลในช่วงเดือนมิถุนายน-ตุลาคม

ผล – เป็นผลแห้งค่อนข้างกลมเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 เซนติเมตร เปลือกแข็ง ภายในมี 1-3 เมล็ด

ประโยชน์

ไม้สักทองเป็นไม้โตเร็วปานกลางและเป็นไม้เนื้อแข็ง ที่มีลักษณะพิเศษกว่าไม้ชนิดอื่น โดยเฉพาะเนื้อไม้ มอด ปลวก และแมลง ไม่ทำอันตราย เนื้อไม้มีสีเหลืองทอง ลวดลายสวยงาม เลื่อยไสกบตบแต่งง่าย จึงนิยมใช้ทำบ้านเรือนที่ต้องการความสวยงาม ในสมัยโบราณไม้สักทองหาง่าย ราคาไม่แพง การสร้างบ้านเรือน ใช้ไม้สักทองทำเสาเรือนด้วย เพราะมีความทนทาน สามารถอยู่ในดินได้เป็นเวลานานๆ ปัจจุบันไม้สักทองหายากและมีราคาแพง จึงต้องใช้ไม้สักทองอย่างประหยัด และคุ้มค่า โดยนำไม้สักทองมาเข้าเครื่องฝานเป็นแผ่นบางๆ เพื่อทำเป็นไม้อัดแทนการใช้ไม้สักทั้งแผ่น นอกจากนี้ ยังนำไม้ขนาดเล็ก เศษไม้ ปลายไม้ มาใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ แกะสลัก ปาร์เก้ โมเสค วงกบ กรอบและบานประตูหน้าต่าง อย่างไรก็ตามในขณะที่ไม้สักทองในป่าธรรมชาติ กำลังจะหมดไป รัฐบาลก็มีนโยบาย ส่งเสริมให้เอกชนปลูกไม้สักทองจากสวนป่าที่ปลูกขึ้นมาใช้แทนกันได้ แม้ว่า ไม้สักที่ปลูกจะมีลวดลายไม่สวยงามเหมือนไม้สักทองในป่าธรรมชาติ แต่ก็มีความแข็งแรงทนทานเหมือนกัน

สถานที่พบ – บริเวณหลังเรือนรัชพร 1 ต้น และข้างสนามหน้าเสาธงบริเวณลานจอดรถ 1 ต้น

แหล่งที่มา http://www.satitm.chula.ac.th/cudbiomap/plants_pages/teak.html

ต้นมะฮอกกานี

ชื่ออื่น : มะฮอกกานีใบใหญ่

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Swietenia macrophylla King.

ชื่อวงศ์ : MELIACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :มะฮอกกานี เป็นไม้ต้นขนาดใหญ่ สูง 15-25 ม. ขนาดทรงพุ่ม 6-10 ม. ผลัดใบ ทรงกระบอก ค่อนข้างแน่น ลำต้นเปลาตรง เปลือกต้น สีน้ำตาลหรือเทาอมดำ แตกเป็นร่องตามแนวยาวและหลุดล่อนเป็นแผ่น

-ใบมะฮอกกานี ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ เรียงเวียนสลับ แกนกลางใบ ประกอบยาว 20-50 ซม. ใบย่อย 3-8 คู่ เรียงตรงข้าม รูปรีแกมรูปขอบขนาน กว้าง 2.5-6 ซม. ยาว 6-15 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเบี้ยว ขอบใบเป็นคลื่น แผ่นใบบางแต่ค่อนข้างเหนียวและย่น เป็นลอน สีเขียวเข้มเป็นมัน

-ดอกมะฮอกกานี สีเหลืองอมเขียว มีกลิ่นหอม ออกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนง ที่ซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ช่อดอกตั้งยาว 10-15 ซม. กลีบเลี้ยง 5 กลีบ สีเขียวอ่อนโคนเชื่อมติดกัน กลีบดอก 5 กลีบ รูปช้อน ปลายมน ติดอยู่กับ หลอดเกสรตัวผู้โดยโคนกลีบเชื่อมติดกัน เกสรเพศผู้ 8-10 อัน เชื่อมติดกัน เป็นหลอด เส้นผ่านศูนย์กลางดอก 0.7-1.2 ซม.

-ผลมะฮอกกานี ผลแห้งแตก รูปไข่ กว้าง 6-9 ซม. ยาว 14-18 ซม. เปลือกหนา สีน้ำตาลอมเหลือง เมื่อสุกมีสีน้ำตาลอมเทา แตกจากโคนเป็น 5 พู เมล็ดเป็นแผ่น มีปีกรูปรียาว ปลายปีกบาง สีน้ำตาล หลายเมล็ด

ส่วนที่ใช้เป็นยา : เปลือกต้น เมล็ด

สรรพคุณตามตำรายาไทย : เปลือกต้น รสฝาดขม ฝนทาสมานแผล ต้มดื่มแก้ไข้เจริญอาหาร

เมล็ด รสขมจัด นึ่งให้สุกบดปั้นเม็ดรับประทาน แก้ไข้ตัวร้อน แก้ไข้จับสั่น ไข้ป้าง ตัดไข้จับ

แหล่งที่มา https://sites.google.com/site/boonchuayplants/home/tn-mahxkkani

วันเสาร์ ที่ 24 กรกฎาคม 2564 ข้าพเจ้าและทีมงานได้เข้าร่วมประชุมผ่านทาง แอปพลิเคชั่น Microsoft Team  แนะนำวิธีการเขียนรายงานการปฏิบัติงานประจำเดือนในครั้งถัดไปให้ถูกและเป็นประโยชน์ต่อผู้ปฏิบัติงาน เพื่อที่จะให้ผู้ปฏิบัติงานทำงานถูกต้องตามหลักการ หัวข้อในการประชุมมี การแคปภาพลิ้งบทความ การแก้ไขลิ้งบทความใส่เดือนที่เขียนบทความและชื่อผู้เขียนบทความ การแคปภาพลิ้ง youtube ตำบล การบันทึกเวลาเข้า-ออกงาน

วันศุกร์ ที่ 30 กรกฎาคม 2564 ข้าพเจ้าและทีมผู้ปฏิบัติงาน อาจารย์ประจำหลักสูตร ได้ลงพื้นที่ทำความสะอาด วัดบ้านหนองโสน หมู่ที่ 5 ตำบลหนองโสน อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์  ซึ่งเป็นสถานที่กักกันตัว เพื่อเฝ้าระวังการแพร่ระบาดโรคไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) ผู้ใหญ่บ้านและนายก ได้มาชี้แจงจุดที่จะให้ทำความสะอาดก็จะมี โบสถ์ ศาลา โรงครัว  ลานวัด จากนั้นข้าพเจ้าและทีมงานได้ลงมือทำความสะอาดพื้นที่ที่ได้รับมอบหมาย อาจารย์ประจำหลักสูตรได้นำอุปกรณ์ทำความสะอาดมอบให้ทางวัดมี ไม้กวาดทางมะพร้าว ไม้กวาดดอกหญ้า แปรงขัดขัดส้วม แปรงขัดห้องน้ำ และที่ตักผง หลังจากทำความสะอาดเสร็จ ข้าพเจ้าและทีมงานได้นั่งพัก เวลา 11.00น. มีการเลี้ยงเพลพระ และนำน้ำดื่มมาถวายพระ ข้าพเจ้าและทีมงานได้ร่วมรับประทานอาหาร และแยกย้ายกันกลับ

และในวันพฤหัสบดี ที่ 12 สิงหาคม 2564 ข้าพเจ้าและทีมผู้ปฏิบัติงานได้เข้าร่วมกิจกรรม โครงการปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ คลองบ้านโคกว่าน หมู่ที่ 1 ตำบลหนองโสน อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ช่วงเช้าทำพิธีเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวันแม่แห่งชาติ โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการดังนี้ พระครูวิสุทธิพัฒนาภิรม เจ้าคณะตำบลหนองกง เจ้าอาวาสวัดตาไก้พลวง นางสาวเพชรรัตน์ ภูมาศ นายอำเภอนางรอง นายไตรเทพ งามกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ นายเกรียงศักดิ์ แผ้วพลสง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโสน นางกรุณา สวัสดิ์สิงห์ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโสน นายเปลื้อง แผ้วพลสง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองยายพิมพ์ นางสาวบังอร ยินดีชาติ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองกง นายเดช สวัสดิ์พูน กำนันตำบลหนองยายพิมพ์ นางสาวจตุพร ศรชัย กำนันตำบลหนองกง ผศ.ดร อัครพนธ์ เนื้อไม้หอม คณบดีคณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ กลุ่มรักษ์นางรองสีเขียวยั่งยืน ชาวบ้านตำบลหนองโสน ผู้นำหมู่บ้าน คณาจารย์คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ และผู้ปฏิบัติงานโครงการ U2T 3 ตำบล หนองโสน หนองกง หนองยายพิมพ์ หลังจากเสร็จพิธีเปิดเวลา 10.30น.เริ่มกิจกรรมปลูกต้นไม้ ในการปลูกต้นไม้ครั้งนี้จะมี ต้นพะยูง ต้นยางนา ต้นสักทอง ต้นมะฮอกกานี และหญ้าแฝก

ต้นพะยูง

ชื่อพฤกษศาสตร์ Dalbergia cochinchinensis

วงศ์ FABACEAE

ชื่อพื้นเมือง  กระยง,กระยุง,ขะยุง,แดงจีน,ประดู่ตม,ประดู่ลาย,ประดู่เสน,ประดู่น้ำ,พะยูงไหม,หัวลีเมาะ

ลักษณะทางนิเวศวิทยา (การกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติ)

มีการกระจายพันธุ์ในป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง ทางภาคกลาง ภาคตะวันออกและ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ความสูงจากระดับทะเลปานกลาง 100–250 เมตร

ความสำคัญ ต้นพะยูงเป็นพันธุ์ไม้พระราชทานเพื่อปลูกเป็นมงคลของจังหวัดหนองบัวลำภู ต้นพะยูงจัดเป็นไม้มงคลนาม ตามชื่อที่พ้องกับคำว่า “พยุง” จึงมีความเชื่อว่า หากบ้านใดปลูกต้นพะยูงไว้เป็นไม้ประจำบ้าน จะทำให้บุคคลในบ้านมีแต่ความเจริญ มีฐานะดีขึ้น ช่วยทำให้ชีวิตไม่ตกต่ำ ช่วยพยุงให้โชคดีมีชัย และต้นพะยูงยังจัดเป็นไม้มงคลที่ใช้ในการก่อสร้างอาคารหรือก่อฐานประดิษฐ์วัตถุต่าง ๆ และยังจัดเป็น 1 ใน 9 ของไม้มงคลไทยอีกด้วย ซึ่งประกอบไปด้วย ราชพฤกษ์, ชัยพฤกษ์, ขนุน, ทองหลาง, ทรงบาดาล ไผ่สีสุก, สัก, กันเกรา, และพะยูง

ลักษณะทางวนวัฒนวิทยา

ลำต้น / เรือนยอด จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีลักษณะคล้ายกับต้นประดู่ โดยมีความสูงประมาณ 15-25 เมตร เมื่อโตเต็มที่ลำต้นจะมีลักษณะเปลาตรง มีเรือนยอดเป็นรูปทรงกลมหรือรูปไข่ทึบ เปลือกสีเทาเรียบ

ใบ เป็นใบประกอบ ออกเป็นช่อแบบขนนก ช่อติดเรียงสลับ ยาว 10-15 เซนติเมตร ผลัดใบช่วงสั้น ๆ

ดอก มีขนาดเล็ก สีขาว ทรงรูปดอกถั่ว ออกรวมกันเป็นช่อตามปลายกิ่งหรือง่ามใบใกล้ยอด

ผล ฝัก ผิวเกลี้ยง แบน และบอบบาง รูปขอบขนาน กว้าง 1.2 เซนติเมตร ยาว 4-6 เซนติเมตรลักษณะทางวนวัฒนวิทยา

การขยายพันธุ์ / การปลูกและการดูแล

การขยายพันธุ์ที่นิยมทำกันก็คือ การนำเมล็ดมาเพาะให้เป็นต้นกล้า ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกและนิยมกันมาก สำหรับวิธีการขยายพันธุ์โดยวิธีอื่น ๆ ก็สามารถทำได้โดยการนำเหง้ามาปักชำ สามารถขึ้นได้ในดินทุกชนิด ทนแล้งได้ดี และเนื่องจากเป็นไม้เศรษฐกิจ หากต้องการใช้เนื้อไม้ เพื่อให้เนื้อไม้เกิดความสวยงาม เมื่อต้นไม้เติบโตในระยะ 3-4 ปี ให้ทำการลิดกิ่งที่อยู่ในระดับความสูง 2 ใน 3 ของเรือนยอด โดยลิดกิ่งให้ชิดกับลำต้นมากที่สุด ไม่ก่อให้เกิดบาดแผล และหลังจากทำการลิดกิ่งควรทาปูนขาว/ยาป้องกันเชื้อรา บริเวณที่ิลิดกิ่งออกสภาพที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตเนื่องจากตามสภาพธรรมชาติไม้พะยูงจะขึ้นอยู่ทั่วไปในป่าเบญจพรรณชื้นและป่าดิบแล้งทั่วไปเกือบทุกภาคของประเทศไทย พะยูงเป็นไม้ที่มีอัตราการเจริญเติบโตปานกลาง ปลูกได้โดยทั่วไปในพื้นที่ที่ไม่มีน้ำท่วม ดังนั้นจึงสามารถปลูกพะยูงได้ในหลายพื้นที่ทั้งภาคตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือ การเตรียมพื้นที่ปลูกพะยูงก็มีวิธีการปฏิบัติเช่นเดียวกับการปลูกพรรณไม้ป่าชนิดอื่น โดยสามารถขึ้นได้ในดินทุกชนิด ทนแล้งได้ดี โดยระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับการปลูกพะยูง ควรจะปลูกระหว่างเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงต้นหรือกลางฤดูฝน

ช่วงเวลาออกดอก-ผล  ดอก ช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคมฝัก แก่ประมาณ 3–4 เดือนหลังจากออกดอก

การใช้ประโยชน์

เนื้อไม้     เนื้อไม้เป็นสีแดงอมม่วงถึงแดงเลือดหมูแก่ เนื้อละเอียด มีความแข็งแรงทนทาน ใช้ทำเครื่องเรือน เครื่องใช้ต่างๆ เครื่องแกะสลัก หวี ไม้เท้า และด้ามเครื่องมือเครื่องใช้ ได้สวยงาม ทนทาน และมีราคาแพง

ไม้พะยูง เป็นไม้ที่สามารถนำมาเลี้ยงครั่งได้ดีชนิดหนึ่ง โดยสามารถให้ผลผลิตสูงถึงต้นละประมาณ 50 กิโลกรัม และทำให้ครั่งได้มาตรฐานจัดอยู่ในเกรดเอ

แหล่งที่มา http://www.pttreforestation.com/Plantview.cshtml?Id=15

หญ้าแฝก

หญ้าแฝก (ชื่อวิทยาศาสตร์: Chrysopogon zizanioides) เป็นพืชที่มีระบบรากลึกและแผ่กระจายลงไปในดินตรงๆ เป็นพืชที่มีอายุได้หลายปี ขึ้นเป็นกอแน่น มีใบเป็นรูปขอบขนานแคบปลายขอบแหลม ยาว 35-80 เซนติเมตร มีส่วนกว้าง 5-9 มิลลิเมตร สามารถขยายพันธุ์ที่ได้ผลรวดเร็ว โดยการแตกหน่อจากลำต้นใต้ดิน ในบางโอกาสสามารถแตกแขนงและรากออกในส่วนของก้านช่อดอกได้ เมื่อหญ้าแฝกโน้มลงดินทำให้มีการเจริญเติบโตเป็นกอหญ้าแฝกใหม่ได้ หญ้าแฝกมีอยู่ 2 สายพันธุ์คือ

-หญ้าแฝกดอน รากไม่มีกลิ่น, ใบโค้งงอ, สูงประมาณ 100-157 เซนติเมตร ได้แก่ พันธุ์ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ร้อยเอ็ด กำแพงเพชร 1 นครสวรรค์ และเลย

-หญ้าแฝกลุ่ม ได้แก่ พันธุ์สุราษฎร์ธานี กำแพงเพชร 2 ศรีลังกา สงขลา 3 และพระราชทาน ฯลฯ

-หญ้าแฝกหอม มีรากที่มีกลิ่นหอม, ใบยาวตั้งตรง, สูงประมาณ 150-200 เซนติเมตร

หญ้าแฝกกับการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม

การที่หญ้าแฝกได้รับการนำมาใช้ปลูกในการอนุรักษ์ดิน และน้ำ เนื่องมาจากมีลักษณะเด่นหลายประการ คือ มีการแตกหน่อรวมเป็นกอ เบียดกันแน่น ไม่แผ่ขยายด้านข้าง มีการแตกหน่อ และใบใหม่ ไม่ต้องดูแลมาก หญ้าแฝกมีข้อที่ลำต้นถี่ ขยายพันธุ์โดยใช้หน่อได้ตลอดปี ส่วนใหญ่ไม่ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ทำให้ควบคุมการแพร่ขยายได้ มีใบยาว ตัด และแตกใหม่ง่าย แข็งแรง และทนต่อการย่อยสลาย ระบบรากยาว สานกันแน่น และช่วยอุ้มน้ำ บริเวณรากเป็นที่อาศัยของจุลินทรีย์ ปรับตัวกับสภาพต่าง ๆ ได้ดี ทนทานต่อโรคพืชทั่วไป

การปลูกหญ้าแฝกส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นในเรื่องการอนุรักษ์ดินและน้ำ ลดการชะล้างพังทลายของดิน การช่วยเก็บกักตะกอนดินในพื้นที่ลาดชัน แต่จากผลของการวิจัยยพบว่า หญ้าแฝกยังมีลักษณะในด้านการฟื้นฟูทรัพยากรดินด้วย ซึ่งช่วยให้ดินมีศักยภาพในการให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น การปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่ดินเสื่อมโทรม หรือพื้นที่ดินมีปัญหา จึงมีส่วนช่วยฟื้นฟู และปรับปรุงดินให้มีสภาพดีขึ้น เนื่องจากผลของอินทรียวัตถุที่เพิ่มขึ้น และกิจกรรมของจุลินทรีย์บริเวณรากหญ้าแฝก รวมทั้งการมีความชื้นที่ยาวนานขึ้น สภาพดินจึงมีการพัฒนา และความอุดมสมบูรณ์เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ

ในด้านการรักษาสภาพแวดล้อมหญ้าแฝกเจริญเติบโตได้ในสภาพดินที่มีโลหะหนัก ลักษณะดังกล่าวจึงมีการนำหญ้าแฝกมาปลูกเพื่อใช้บำบัดน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมบางประเภท และดูดซับโลหะหนักจากดิน สำหรับวิธีการที่นำหญ้าแฝกไป

 หญ้าแฝกกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2536 IECA ได้มีมติถวายรางวัล The International Merit Award แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในฐานะที่ทรงเป็นแบบอย่างในการนำหญ้าแฝกมาใช้อนุรักษ์ดินและน้ำ และเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2536 ผู้เชี่ยวชาญเรื่องหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำแห่งธนาคารโลก ได้นำคณะเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาททูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายแผ่นเกียรติบัตรเป็นภาพรากหญ้าแฝก ชุบสำริด ซึ่งเป็นรางวัลสดุดีพระเกียรติคุณ (award of recognition) ในฐานะที่ทรงมุ่งมั่นในการพัฒนาและส่งเสริมการใช้หญ้าแฝกในประเทศไทย ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ไปทั่วโลก

เมื่อปลูกต้นไม้เสร็จ ก็ได้รับประทานอาหารร่วมกันอาหารในมื้อนี้ก็จะมีทั้งอาหารคาว ก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน ข้าวราดแกง อาหารหวาน ข้าวเม่า ขนมต้ม และลำไย รับประทานอาหารเสร็จได้แยกย้ายกันกลับ

จากการลงพื้นที่และเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ข้าพเจ้าได้เห็นบรรยากาศภายในตำบล ชุมชน และได้รู้จัก คุ้นเคยกับชาวบ้านภายในตำบล ได้ความรู้เกี่ยวกับต้นไม้ พรรณไม้ ประโยชน์ของต้นไม้ สรรพคุณของต้นไม้ หลายๆชนิด ข้าพเจ้าและทีมผู้ปฏิบัติงานขอขอบคุณผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน และหวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาความเป็นอยู่  เศรษฐกิจสังคม และสิ่งแวดล้อม ของชุมชนต่อไป

อื่นๆ

เมนู