ข้าพเจ้าผู้ปฎิบัติงาน โครงการ U2T ภูมิภัทร ทองทัพไทย จะรายงานการลงพื้นที่ทำกิจกรรมเมื่อเดือน กรกฎาคมต่อเนื่องถึงเดือนสิงหาคม ในวันที่ 30 กรกฎาคม 2564 เวลา 9.00 ณ วัดบ้านหนองโสน คณาจารย์เเละผู้ปฎิบัติงานได้มีการ ทำความสะอาดบริเวณวัด กวาดลานวัด โบสถ์ ห้องน้ำ เมื่อทำความสะอาดเเสร็จเเล้วได้มีการ ทำบุญถวายพระภัตตาหารต่อภิกษุ จำนวน 3 รูป และต่อมาทางคณาจารย์เเละผู้ปฎิบัติหน้าที่ประจำตำบลได้ร่วมกันบริจาค เครื่องทำความสะอาดและอุปกรณ์ทำความสะอาด ให้เเก่ วัดบ้านหนองโสน เนื่องด้วยวัดหนองโสน เป็นสถานกักตัวผู้ที่มาจากต่างจังหวัด เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 กระบวนการของการกักตัวที่วัดนั้น ท่านนายก อบต. ได้มีการบอกถึงกระบวนการว่า เมื่อผู้ใดที่กักตัวครบกำหนมดเเล้ว หากมีการติดโควิด-19 จะมีการส่งตัวต่อไปที่โรงพยาบาลหรือโรงพยาบาลสนามของจังหวัด และ หากไม่มีการติดโควิด-19 จะส่งตัวกลับบ้าน โดยมีผู้กักตัวราวๆ 30-40 คน สถานที่กักตัวแห่งนี้ ถือว่ามีมาตราการณ์ที่มีความปลอดภัยสูงสุด โดยจะมีเจ้าหน้าที่มาพ่นยาฆ่าเชื้อรอบๆบริเวณที่กักตัวทุกๆชั่วโมง
สิ่งที่ได้จารกิจกกรรมเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2564
1.ความสามัคคีร่วมกับผู้ปฎิบัติงานและคณาจารย์
2.ได้มีสาธารณะประโยชน์ต่อสังคม
3.รู้ถึงสถานการณ์ของโควิดในพื้นที่

                      

เเละในส่วนกิจกกรมต่อมาในวันที่ 12 สิงหาคม 2564 กิจกกรมการปลูกต้นไม้เพื่อเเม่ ณ บ้านโคกว่าน กิจกรรมนี้ได้รับเกียรติ จากท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย มาเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกกรม คือ ท่าน ไตรเทพ งามกมล รวมทั้งเป็นกิจกรรมเทิดพระเกียรติเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยกิจกกรรมนี้ได้ร่วมกันระหว่างฝ่ายปกครองท้องถิ่น ชาวบ้าน เเละ มหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์ ในกิจกรรมนี้มีการปลูกต้นไม้และหญ้าแฝก โดยต้นไม้ที่ปลูกนั้นจะมีหลายชนิด โดยยกตัวอย่าง ไม้สัก โดยจะมีคุณสมบัติและคุณประโยชน์ดังนี้
เป็นไม้ต้นขนาดใหญ่ผลัดใบในฤดูร้อน ลำต้นเปลาตรงเปลือกเรียบหรือแตกเป็นร่องเล็ก ๆ สีเทา โคนเป็นพูพอนต่ำ ๆ เรือนยอดเป็นพุ่มทรงกลมค่อนข้างทึบ เปลือกสีเทา เรียบ หรือแตกเป็นร่องตื้นตามความยาวลำต้น ขึ้นเป็นหมู่ในป่าเบญจพรรณทางภาคเหนือ บางส่วนในภาคกลางและภาคตะวันตก มีอยู่บ้างทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สักมักจะได้รับความเข้าใจผิดเสมอว่าเป็นไม้เนื้อแข็งเนื่องจากว่ามันมีลักษณะพิเศษที่เป็นไม้เนื้ออ่อนที่มีความทนทานกว่าไม้เนื้อแข็งหลาย ๆ ชนิด ชื่อสามัญอื่นอื่น: เซบ่ายี้, ปีฮือ, ปายี้, เป้อยี สีขายขนมเส้น

  • ลำต้น : เป็นเปลาตรงเปลือกเรียบหรือแตกเป็นร่องเล็ก ๆ สีเทา โคนเป็นพูพอนต่ำ ๆ
  • ใบ : เป็นใบเดี่ยวใหญ่มาก ออกตรงข้ามกันเป็นคู่ ปลายใบแหลมโคนมน ยาว 25 – 30 เซนติเมตร กว้างเกือบเท่ายาว ใบของต้นอ่อนจะใหญ่กว่า นี้มาก ผิวใบขนสากคายสีเขียวเข้ม ขยี้ใบสดจะมีสีแดงเหมือนเลือด มีการสลัดใบทิ้งเมื่อถึงฤดูหนาว
  • ดอก  : มีขนาดเล็ก สีขาวนวลออกเป็นช่อตาม ปลายกิ่ง ออกดอกและเป็นผลเดือน มิถุนายน – ตุลาคม
  • ผล  : เป็นผลแห้งค่อนข้างกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 เซนติเมตร เปลือกแข็ง ภายในมี 1 – 3 เมล็ด
    ประโยชน์
    ใบนำมาต้มกับน้ำรับประทานเป็นยาลดระดับน้ำตาลในเลือด (ใบ) เนื้อไม้และใบมีรสเผ็ดเล็กน้อย สรรพคุณเป็นยาบำรุงโลหิต (เนื้อไม้,ใบ) ใบมีรสเผ็ดเล็กน้อย มีสรรพคุณเป็นยาแก้พิษโลหิต (ใบ) ช่วยแก้อาการอ่อนเพลีย (เนื้อไม้) เปลือกไม้มีสรรพคุณแก้อาการปวดศีรษะ (เปลือกไม้) เมล็ดใช้เป็นยารักษาโรคตา (เมล็ด) ใบใช้ทำเป็นยาอมแก้เจ็บคอ (ใบ) ช่วยแก้ไข้ คุมธาตุในร่างกาย (เนื้อไม้) เนื้อไม้ใช้รับประทานเป็นยาขับลมได้ดีมาก ส่วนใบก็มีสรรพคุณเป็นยาขับลมเช่นกัน (เนื้อไม้,ใบ) เนื้อไม้มีสรรพคุณเป็นยาขับพยาธิ (เนื้อไม้) เนื้อไม้ ใบ และดอกมีสรรพคุณเป็นยาขับปัสสาวะ (เนื้อไม้,ใบ,ดอก) ใบใช้เป็นยาแก้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ (ใบ) ช่วยรักษาประจำเดือนไม่ปกติ (ใบ) ช่วยรักษาโรคผิวหนัง (เนื้อไม้) เปลือกมีสรรพคุณเป็นยาฝาดสมาน (เปลือก) เปลือกไม้มีสรรพคุช่วยบรรเทาอาการบวม (เปลือกไม้) ส่วนเนื้อไม้มีสรรพคุณเป็นยาแก้บวม (เนื้อไม้) ช่วยแก้ลมในกระดูก (เนื้อไม้)
    เเละต่อมาการปลูกหญ้าแฝก จะมีคุณสมบัติและคุณประโยชน์ดังนี้ 
    (ชื่อวิทยาศาสตร์Chrysopogon zizanioides) เป็นพืชที่มีระบบรากลึกและแผ่กระจายลงไปในดินตรงๆ เป็นพืชที่มีอายุได้หลายปี ขึ้นเป็นกอแน่น มีใบเป็นรูปขอบขนานแคบปลายขอบแหลม ยาว 35-80 เซนติเมตร มีส่วนกว้าง 5-9 มิลลิเมตร สามารถขยายพันธุ์ที่ได้ผลรวดเร็ว โดยการแตกหน่อจากลำต้นใต้ดิน ในบางโอกาสสามารถแตกแขนงและรากออกในส่วนของก้านช่อดอกได้ เมื่อหญ้าแฝกโน้มลงดินทำให้มีการเจริญเติบโตเป็นกอหญ้าแฝกใหม่ได้ หญ้าแฝกมีอยู่ 2 สายพันธุ์คือ

    • หญ้าแฝกดอน รากไม่มีกลิ่น, ใบโค้งงอ, สูงประมาณ 100-157 เซนติเมตร ได้แก่ พันธุ์ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ร้อยเอ็ด กำแพงเพชร 1 นครสวรรค์ และเลย
    • หญ้าแฝกลุ่ม ได้แก่ พันธุ์สุราษฎร์ธานี กำแพงเพชร 2 ศรีลังกา สงขลา 3 และพระราชทาน ฯลฯ
    • หญ้าแฝกหอม มีรากที่มีกลิ่นหอม, ใบยาวตั้งตรง, สูงประมาณ 150-200 เซนติเมตร

    หญ้าแฝกกับการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม

    การที่หญ้าแฝกได้รับการนำมาใช้ปลูกในการอนุรักษ์ดิน และน้ำ เนื่องมาจากมีลักษณะเด่นหลายประการ คือ มีการแตกหน่อรวมเป็นกอ เบียดกันแน่น ไม่แผ่ขยายด้านข้าง มีการแตกหน่อ และใบใหม่ ไม่ต้องดูแลมาก หญ้าแฝกมีข้อที่ลำต้นถี่ ขยายพันธุ์โดยใช้หน่อได้ตลอดปี ส่วนใหญ่ไม่ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ทำให้ควบคุมการแพร่ขยายได้ มีใบยาว ตัด และแตกใหม่ง่าย แข็งแรง และทนต่อการย่อยสลาย ระบบรากยาว สานกันแน่น และช่วยอุ้มน้ำ บริเวณรากเป็นที่อาศัยของจุลินทรีย์ ปรับตัวกับสภาพต่าง ๆ ได้ดี ทนทานต่อโรคพืชทั่วไป

    การปลูกหญ้าแฝกส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นในเรื่องการอนุรักษ์ดินและน้ำ ลดการชะล้างพังทลายของดิน การช่วยเก็บกักตะกอนดินในพื้นที่ลาดชัน แต่จากผลของการวิจัยยพบว่า หญ้าแฝกยังมีลักษณะในด้านการฟื้นฟูทรัพยากรดินด้วย ซึ่งช่วยให้ดินมีศักยภาพในการให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น การปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่ดินเสื่อมโทรม หรือพื้นที่ดินมีปัญหา จึงมีส่วนช่วยฟื้นฟู และปรับปรุงดินให้มีสภาพดีขึ้น เนื่องจากผลของอินทรียวัตถุที่เพิ่มขึ้น และกิจกรรมของจุลินทรีย์บริเวณรากหญ้าแฝก รวมทั้งการมีความชื้นที่ยาวนานขึ้น สภาพดินจึงมีการพัฒนา และความอุดมสมบูรณ์เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ

    ในด้านการรักษาสภาพแวดล้อมหญ้าแฝกเจริญเติบโตได้ในสภาพดินที่มีโลหะหนัก ลักษณะดังกล่าวจึงมีการนำหญ้าแฝกมาปลูกเพื่อใช้บำบัดน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมบางประเภท และดูดซับโลหะหนักจากดิน สำหรับวิธีการที่นำหญ้าแฝกไปปลูกเพื่อจุดประสงค์ในการรักษาสภาพแวดล้อม ได้แก่ การปลูกหญ้าแฝกรอบขอบบ่อบำบัดน้ำทิ้งเพื่อให้หญ้าแฝกช่วยดูดซับโลหะหนักบางชนิด การปลูกหญ้าแฝก เพื่อดูดซับโลหะหนักจากดิน การปลูกหญ้าแฝกแล้วให้น้ำทิ้งไหลผ่านในอัตราการไหลที่เหมาะสม

    ทั้งนี้จุดประสงค์ของกิจกรรมนี้เพื่อให้มีคุณูปการต่อสาธารณะประโยชน์ดังนี้

  • เพื่อให้ในพื้นที่มีพื้นที่สีเขียวที่ยั่งยืน
  • เพื่อเป็นพื้นที่ที่สามารถเป็นสถาที่ท่องเที่ยวได้ในอนาคต
  • เพื่อให้ชุมชนได้ร่วมกันกับองค์กรในชุมชน มหาวิทยาลัย วัด เพื่อเป็นการสานความสามัคคีต่อกัน เป็นต้น
     

สุดท้ายขอขอบพระคุณคณาจารย์เเละชาวบ้านที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

อื่นๆ

เมนู