ผม นายวิษณุ นวลปักษี ประเภทบัณฑิตจบใหม่  ต.หนองโสน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ(มหาวิทยาลัยสู่ตำบลสร้างรากแก้วให้ประเทศ)หลักสูตรเกษตรผสมผสานในรูปแบบโคกหนองนาโมเดล(HS02)

วันพุธที่ 21 กรกฏาคม พ.ศ. 2564 เวลา 09.00  คณะอาจารย์ประจำหลักสูตรโคกหนองนาโมเดล พร้อมด้วยผมและทีมผู้ปฏิบัตติงานตำบลหนองโสน, ตำบลหนองกง, ตำบลหนองยายพิมพ์, ชาวบ้านในชุมชนตำบลหนองยายพิมพ์, พระอาจารย์ทองใสวัดหนองตาไก้, ท่าน ส.ส. ไตรเทพ งามกมล,นายเกรียงศักดิ์ แผ้วพลสง นายยก อ.บ.ต. หนองโสน, ท่านกำนัน ตำบลหนองโสน   

ลงพื้นที่ทำกิจกรรมปลูกป่าที่โรงเรียนพิมพ์รัฐประชาสรรค์  (ซึ่งก่อนเข้าไปก็ได้มีการตรวจวัดอุณหภูมิและล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ที่หน้าทางเข้าโรงเรียน) พื้นที่ในการปลูกป่าจำนวน 9 ไร่  ต้นไม้ที่ปลูกได้แก่ ต้นสัก ต้นพะยูง เป็นต้น 

เมื่อปลูกเสร็จก็รับประทานอาหารเป็นแบบโรงทาน มีก๋วยเตี๋ยว ส้มตำ ขนมจีนน้ำยาไก่ ปลา ลูกชิ้นทอด ไอติม น้ำมะพร้าวเย็นๆ  นั่งกินโดยการเว้นระยะห่างกัน1-2 เมตร

 

 

วันศุกร์ ที่ 30 กรกฏาคม พ.ศ.2564  เวลา 09.00 น.   คณะอาจารย์ประจำหลักสูตรโคกหนองนาโมเดลตำบลหนองโสนและทีมผู้ปฏิบัติงานลงพื้นที่กิจกรรมทำความสะอาด ก้าวต่อไปสู้โควิด  รุกคลีนพื้น เคลียร์เชื้อร้ายที่วัดบ้านหนองโสน  โดยมี นายเกรียงศักดิ์ แผ้วพลสง  นายยก อ.บ.ต. หนองโสนเป็นผู้นำในการทำความสะอาด  และทางคณะอาจารย์ก็ได้ซื้ออุปกรณ์ทำความสะอาด ไม้กวาดทางมะพร้าว ไม้กวาดดอกหญ้า น้ำยาล้างห้องน้ำ แปรงขัดพื้น ปุ๊งเต้า  ไปบริจาควัดด้วย  บริเวณพื้นที่ ที่ทำความสะอาดก็ได้แก่ โบสถ์ ศาลาวัด ห้องครัว ลานวัด  เมื่อทำความสะอาดเสร็จสิ้น   ท่านนาย อาจารย์และทีมผู้ปฏิบัติงานก็ได้ มีการเตรียมกับข้าวกับปลามาถวายเพลพระวัดหนองโสนด้วย

 

 

 

วันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ.2564  เวลา 10.00 น.  ลงพื้นที่บ้านโคกว่าน หมู่ที่ 1 ตำบลหนองโสน อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์   พร้อมคณะอาจารย๋ประจำหลักสูตร,ทีมงานโคกหนองนาโมเดล,พระอาจารย์ทองใสและชาวบ้านในชุมชนบ้านโคกว่านขุดหลุมเตรียมปลูกต้นไม้  โครงการปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ.2564 

 

วันพฤหัสบดีที่ 12 สิงหาคม พ.ศ.2564  เวลา 09.00 น.  ลงพื้นที่ปลูกต้นไม้  โครงการปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (เนื่องในวันแม่แห่งชาติ) ที่คลองบ้านโคกว่าน หมู่ที่ 1 ตำบลหนองโสน อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์  โดยมีท่านพระครูวิสุทธิพัฒนาภิรมย์ (พระอาจารย์ทองใส)  และท่านส.ส.ไตรเทพ งามกมล  มีผู้ใหญ่จากหน่วยงานราชการและท้องถิ่น เช่น ท่านเพชรรัตน์ ภูมาศ นายอำเภอนางรอง ท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโสน ท่านปลัด ท่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจนถึงพ่อแม่พี่น้องในชุมชนบ้านโคกว่าน  นอกจากนั้น ก็ยังมีผู้บริหารคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์ และทีมจิตอาสาพัฒนาท้องถิ่นสามหนอง (หนองโสน,หนองกง,และหนองยายพิมพ์)  ภายใต้โครงการ  U2T ประมาณ 40 คนเข้าร่วมด้วยช่วยกันปลูกต้นไม้ในครั้งนี้ด้วย

ต้นไม้ที่ปลูกได้แก่ ต้นยางนา,ต้นมะฮอกะนี,ต้นตะเคียน,ต้นพะยูง พื้นที่ปลูกบริเวณริมคลองยาวประมาณกว่า1กิโลเมตร 

 


ต้นยางนา
จัดเป็นพรรณไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบหรือผลัดใบระยะสั้นขนาดใหญ่ มีความสูงของต้นได้ถึง 50 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกลมทึบ โคนต้นมักเป็นพูพอน ลำต้นมีลักษณะเปลาตรง เปลือกต้นเกลี้ยงเป็นสีออกเทาอ่อน หลุดลอกออกเป็นชิ้นกลม ๆ เนื้อไม้เป็นสีน้ำตาลแดง เสี้ยนตรง เนื้อหยาบ ส่วนตามกิ่งอ่อนและยอดอ่อนมีขนและมีรอยแผลใบเห็นได้ชัด ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด (เด็ดปีกออกก่อนนำไปเพาะ เมล็ดจะงอกภายในเวลา 12 วัน และภายในเวลา 7 เดือน ต้นกล้าจะมีความสูงได้ประมาณ 30-35 เซนติเมตร และพร้อมที่จะย้ายไปปลูกได้) เป็นพรรณไม้กลางแจ้งที่เจริญเติบโตได้ดีในสภาพดินแทบทุกชนิด ชอบดินที่มีอินทรียวัตถุค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ ความชื้นปานกลาง และแสงแดดแบบเต็มวัน (หลังต้นอายุ 1 ปี) มักขึ้นในป่าดงดิบ ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ป่าดิบชื้น ตามที่ต่ำชุ่มชื้นใกล้แม่น้ำลำธารทั่วไป และตามหุบเขาทั่วทุกภาคของประเทศ ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 50-400 เมตร

สรรพคุณของยางนา

  • ตำรายาไทยจะน้ำต้มจากเปลือกเป็นยาบำรุงร่างกาย ฟอกเลือด บำรุงโลหิต แก้ตับอักเสบ และใช้ทาถูนวดขณะร้อน ๆ เป็นยาแก้ปวดตามข้อ (เปลือกต้น)
  • น้ำมันยางใช้ผสมกับเมล็ดกุยช่าย (Allium tuberosum Rottler ex Spreng.) นำมาคั่วให้เกรียม บดให้ละเอียด ใช้เป็นยาอุดฟันแก้ฟันผุ (น้ำมันยาง)
  • เมล็ดและใบมีรสฝาดร้อน นำมาต้มใส่เกลือ ใช้อมแก้ปวดฟัน ฟันโยกคลอน (เมล็ด, ใบ)
  • ใช้น้ำมันยาง 1 ส่วน ผสมกับแอลกอฮอล์กิน 2 ส่วน แล้วนำมารับประทานเป็นยาขับปัสสาวะ แก้โรคทางเดินปัสสาวะ แก้มุตกิดระดูขาวของสตรี หรือใช้จิบเป็นยาขับเสมหะก็ได้ (น้ำมันยาง)
  • ใบและยางมีรสฝาดขมร้อน ใช้รับประทานกินเป็นยาขับเลือด ตัดลูก (ทำให้เป็นหมัน)
  • น้ำมันยางดิบมีรสร้อนเมาขื่น มีสรรพคุณเป็นยาถ่ายหัวริดสีดวงทวารหนักให้ฝ่อ (น้ำมันยางดิบ)
  • น้ำมันยางจากต้นมีรสร้อนเมาขื่น มีสรรพคุณเป็นยาสมานแผล ห้ามหนอง ใช้เป็นยาทาแผลเน่าเปื่อย แผลมีหนอง แผลโรคเรื้อน แก้โรคหนองใน  และเป็นยากล่อมเสมหะ (น้ำมันยาง)

ประโยชน์ของยางนา

  • น้ำมันยางจากต้นสามารถนำมาใช้โดยตรงเพื่อใช้ผสมชันไม้อื่น ๆ ใช้ยาเครื่องจักสานกันน้ำรั่ว ยาแนวเรือเพื่ออุดรอยรั่ว ทาไม้ ใช้ผสมขี้เลื่อยจุดไฟ หรือใช้ทำไต้จุดไฟส่องสว่าง (ของใช้สำหรับจุดไฟให้สว่าง หรือทำเป็นเชื้อเพลิง ทำด้วยไม้ผุหรือเปลือกเสม็ดคลุกกับน้ำมันยาง แล้วนำมาห่อด้วยใบไม้เป็นดุ้นยาว ๆ หรือใส่กระบอก)[1]ใช้เดินเครื่องยนต์แทนน้ำมันขี้โล้ ใช้ทำน้ำมันชักเงา ฯลฯ หรือนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น สีทาบ้าน หมึกพิมพ์
  • น้ำมันยางเป็นอีกหนึ่งสินค้าส่งออกที่สำคัญของประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันชาวบ้านก็ยังมีการเก็บหากันอยู่ แต่ก็ยังไม่พอใช้จนต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศเพิ่มเติม
  • เนื้อไม้ยางนาสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการก่อสร้างอาคารบ้านเรือนได้ดี ยิ่งเมื่อนำมาอาบน้ำยาให้ถูกต้องก็จะช่วยทำให้มีความทนทานมากขึ้น สามารถนำไปใช้กับงานภายนอกได้ทนทานนับ 10 ปี ด้วยเหตุที่ไม้ยางนาเป็นไม้ขนาดใหญ่ เปลาตรง สูง และไม่ค่อยมีกิ่งก้าน การตัดไม้ยางนามาใช้จึงได้เนื้อไม้มาก โดยเนื้อไม้ที่ได้จะมีความแข็งปานกลาง สามารถนำมาเลื่อยไสกบตกแต่งให้เรียบได้ง่าย ด้วยเหตุนี้จึงมีการใช้ประโยชน์จากไม้ยางนากันมาตั้งแต่อดีต โดยนิยมนำมาเลื่อยทำเสาบ้าน รอด ตง ไม้พื้น ไม้ระแนง ไม้คร่าว โครงหลังคา ฝ้าเพดาน เครื่องเรือนต่าง ๆ ทำรั้วบ้าน ทำเรือขุด เรือขนาดย่อม แจว พาย กรรเชียง รวมไปถึงตัวถังเกวียน ถังไม้ หมอนรองรางรถไฟ ฯลฯ แต่ในปัจจุบันการใช้ประโยชน์จากเนื้อไม้ยางนาที่สำคัญคือการนำไปทำเป็นไม้อัดและแผ่นใยไม้อัด จนไม่เพียงพอต่อการใช้งาน และต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศบางส่วนด้วยลำต้นใช้ทำไม้ฟืน ถ่านไม้
  • ไม้ยางนาจะขึ้นอยู่ในพื้นที่ที่มีเชื้อเห็ดราไมคอร์ไรซาส์ (Micorrhyzas) ซึ่งเป็นตัวเอื้อประโยชน์ในการเจริญเติบโต โดยเชื้อราเหล่านี้จะสร้างดอกเห็ดเมื่อมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงฝนแรกของทุกปีจะมีดอกเห็ดหลายชนิดให้หาเก็บมารับประทานได้มากมาย เช่น เห็ดชะโงกเหลือง เห็ดเผาะ เห็ดน้ำหมาก เห็ดยาง เป็นต้น
  • ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับตามสองฝั่งถนน เพื่อความสวยงาม และปลูกเพื่อประโยชน์ทางด้านนิเวศ ให้ร่มเงา กำบังลม ให้ความชุ่มชื้น ควบคุมอุณหภูมิในอากาศ ป้องกันการพังทลายของหน้าดิน ฯลฯ

 

วันศุกร์ที่13 สิงหาคม พ.ศ.2564  เวลา 09.00 น. ลงพื้นที่สำรวจแปลงโ่คกหนองนาเพื่อเก็บเป็นข้อมูลและส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาโคกหนองนา โมเดล ต.หนองโสน อ.นางรอง  แปลงที่สำรวจ 1.กำนันบุญทัน ห้าวหาญ 2.นายวงศกร สุดาจันทร์ 3.นางเปรมวิกา คนงาม 4.นางจิตรานุช โพธิ์หิรัญ  เมื่อสำรวจเสร็จก็รับประทานอาหารกลางวันที่สวนสองมือเรา (สวนครูอู๊ด)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อื่นๆ

เมนู