ข้าพเจ้าผู้ปฎิบัติงาน โครงการ U2T ภูมิภัทร ทองทัพไทย จะรายงานการลงพื้นที่ทำกิจกรรมเมื่อเดือนตุลาคม เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2564 เวลา 11.00 น.  อาจารย์แอน ได้ขอนัดประชุมผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน ผ่านทางออนไลน์ เพื่อเป็นการบอกการเก็บแบบสอบถาม U2T-SROI และการแนะนำการทำงานแก่ผู้ปฎิบัติงานท่านใหม่ โดยในการประชุมออนไลน์นั้นกล่าวถึงการเก็บแบบสอบถาม U2T-SROI ว่ามีประเภทใดบ้าง โดยจะมีประเภทดังต่อไปนี้

1.กลุ่มตำบลเป้าหมาย

2.กลุ่มลูกจ้างโครงการ

3.กลุ่มครอบครัวลูกจ้างโครงการ

4.ชุมชนภายใน

5.ชุมชนภายนอก

6.อาจารย์ดูแลโครงการ

7.เจ้าหน้าที่โครงการ USI

8.ผู้แทนตำบล

9.หน่วยงาน ภาครัฐ

10.หน่วยงาน อปท

และ

11.เอกชนในพื้นที่

โดยมีกำหนดการส่งในวันที่ 15 ตุลาคม 2564 โดยข้าพเจ้าได้รับมอบหมายให้ได้กรอกแบบสอบถามประเภท ลูกจ้างโครงการ และ กลุ่มนักศึกษา รับผิดชอบหัวข้อตำบลเป้าหมายและลูกจ้างโครงการ กรอกข้อมูลในgoogle from เสร็จเรียบร้อย กระดาษที่เก็บข้อมูลจะนำไปส่งวันที่ 14 ตุลาคม 2564 ในลำดับต่อไป อีกทั้งการกรอกแบบฟอร์ม 06 โควิดประจำเดือนตุลาคม โดยได้รับมอบหมายในกลุ่ม ครัวเรือน วัด สถาศึกษา และ ตลาด ในวันที่ 6 ตุลาคม 2564 โดยกรอกลงในระบบ U2T Track และ ลำดับต่อมามีการแจ้งงาน ในวันที่16 ตุลาคม 2564 เวลา 13.00 น. ขอความร่วมมือผู้ปฏิบัติงานทุกคนพร้อมกันที่ ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โนนตะโก บ้านโคกว่าน เพื่อจัดเตรียมสถานที่สำหรับงานเสวนาในวันที่ 17 ตุลาคม 2564 และใน วันที่17 ตุลาคม 2564 เวลา09.00 น. มีกิจกรรมเสวนา ให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนเข้าร่วมงานโดยมีชื่อการเสวนาว่า “เสวนาเกษตรทฤษฏีใหม่ประยุกต์สู่โคกหนองนาโดล ทางเลือกและทางรอดในยุค New Normal” โดยวันที่ 16 ตุลาคม 2564 ได้มีการจัดเตรียมสถานที่สำหรับงานเสวนาโดยผู้ปฎิบัติงานทุกท่านช่วยกันจัดสถานที่กันอย่างแข็งขันและสามัคคีโดยแล้วเสร็จในเวลาประมาณ 18.00 น. แม้จะมีอุปสรรคในวันที่ 16 ตุลาคม โดยมีฝนตกอย่างรุนแรงแต่ก็ไม่ทำให้ความตั้งใจในการจัดงานเสวนาสูณสิ้นลง ถือว่าเป็นการร่วมงานกันอย่างสมามัคคีและน่าชื่นชมเป็นอย่างมาก จนกระทั้งถึงวันงานเสวนา ในวันที่ 17 ตุลาคม 2564 โดยเริ่มในเวลา 09.00 น.โดยมีท่านวิทยากรทั้งสิน 6 ท่าน มีรายชื่อดังนี้

1.พระครูวิสุทธิพัฒนาภิรม

2.นายสมชิต ไชยชาติ

3.นายเกรียงศักดิ์ แผ่วพลสง

4.อาจารย์ดนัย สุริยะวงศ์ศรี

5.นางดมุลดา

6.รองศาสตร์ ดร.อัครพนท์ เนื้อไม้หอม

โดยผู้ดำเนินการเสวนาโดย ท่าอาจารย์ ชมพู อิสรยาวัฒน์ โดยการดำเนินเสวนานั้นจะเป็นการพูดโครงการโคกหนองนาโมเดล ว่าเป็นทางรอดของยุค New Normal ได้อย่างไร โดยแต่ละวิทยากรนั้นได้ให้แนวคิด โดยนำไปสู่การพัฒนาและใช้ได้ในอนาคต โดยมีวลีที่น่าสนใจเช่น “คนทั่วโลกนั้นไม่ได้กินหิน หรือ ใบไม้ คนทั้งโลกนั้นกินข้าว” จากท่านรองศาสตร์ ดร.อัครพนท์ เนื้อไม้หอม ซึ่งเป็นข้อความที่ประทับใจข้าพเจ้ายิ่งหนัก วลีนี้สื่อได้ว่า ไม่ว่าสถานะการณ์โลกจะเป็นอย่างไรทุกคนยังต้องอาศัยธรรมชาติ ยังต้องกินต้องอยู่โดยอาศัยธรรมชาติ ซึ่งสอดคล้องกับโครงการโคกหนองนาที่เน้นการอยู่ร่วมกับธรรมชาติเพื่อมีแหล่งทำกินที่ มั่งคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามเจตนารมณ์ของภาครัฐและเมื่อจบการเสวนามีการถ่ายภาพร่วกันเพื่อเป็นที่ระลึกอีกทั้งมีการรับประทานอาหารร่วมกันระหว่าง ชาวบ้าน ผู้ปฎิบัติงานและผู้นำชุมชน เมื่อรับประทานอาหารเสร็จสิ้น ผู้ปฎิบัติงานประจำตลหนองโสนร่วมกันจัดเก็บสถานที่ถือว่าเป็นอันเสร็จกิจกรรมเสวนา

สิ่งที่ได้ตลอดการเสวนานั้น

1.ได้ประสบการณ์จากแนวคิดของวิทยากรหลายหลายท่าน

2.ได้เห็นความสามัคคีของผู้ปฎิบัติงานประจำตำบลจึงทำให้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดียิ่งขึ้น

3.ได้ความอดทน จากอุปสรรค จากเส้นทาง และสภาพอากาศ เหล่านี้ทำให้ข้าพเจ้าได้อดทนเเละความมุ่งมั่นเพื่องานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของงานได้อย่างภาคภูมิใจ

และ สุดท้ายได้ร่วมแรงร่วมใจกับในหลายภาคส่วนทั้ง ตำบลหนองโสน หนองยายพิมพ์ หนองยายกง ชาวบ้านและสุดท้ายมหาวิทยาลัยของท้องถิ่นอย่าง”ราชภัฏบุรีรัมย์”

สุดท้ายนี้ ข้าพเจ้าอยากจะขอขอบคุณ ท่านวิทยากร คณาจารย์ประจำตำบล ผู้ปฎิบัติงานและชาวบ้านที่ทำให้การลงพื้นที่เดือนนนี้ผ่านไปได้ด้วยดีอีกเดือน

 

 

อื่นๆ

เมนู