หลักสูตร : HS02 เกษตรผสมผสานในรูปแบบโคกหนองนาโมเดล

ดิฉัน นางสาวเบญจวรรณ   ศรีพนม ประเภทประชาชน ผู้ปฏิบัติงานตำบลหนองโสน อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์

        ตำบลหนองโสน อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นอีกตำบลหนึ่งที่มีความอุดมสมบูรณ์ ในเรื่องของแหล่งน้ำ จะมีแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ มีน้ำใช้ตลอดปี ไม่มีแห้งแล้ง ที่ชื่อว่า คลองช่องแมว เป็นคลองสายยาว และชาวบ้านส่วนใหญ่มีการทำเกษตรเป็นหลัก  คือการ  ทำนา ทำไร่ และเลี้ยงสัตว์ และใช้แหล่งน้ำนี้มาใช้ในเรื่องเกษตรกรรม ทำให้การเกษตรของตำบลนี้ได้ผลผลิตต่างๆค่อนข้างดี 

          วันที่ 22 เมษายน 2564 ดิฉันและตัวแทนผู้ปฏิบัติงานจำนวน 6 คน ได้เข้าร่วมประชุมปรึกษาหารือ เกี่ยวกับโครงการโคกหนองนาโมเดล ณ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองโสน อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับท่านคณบดี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ อาจารย์ประจำหลักสูตร 3 ท่าน ท่านนายก ท่านปลัด ประจำตำบลหนองโสน และ อาจารย์ดนัย ศรีสุริยวงศา ประธานโครงการโคกหนองนาของต.หนองโสน

        การประชุม ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการทำโครงการโคกหนองนา โดยมีวัตถุประสงค์ คือ

  1. สำรวจปัญหาและความต้องการส่งเสริมอาชีพเกษตร ผสมผสานเพื่อสร้างรายได้ครัวเรือนในรูปแบบโคกหนองนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบไปด้วย 3 ด้าน

-ด้านเกษตรอินทรีย์ (ปลูกผักปลอดสารพิษ)

-ด้านปศุสัตว์ (การเลี้ยงไก่ เป็ด หมู ควายนม)

-ด้านประมง (การเลี้ยงหอย ปู ปลา)

  1. แนวทางส่งเสริมอาชีพเกษตร ผสมผสานเพื่อสร้างรายได้ครัวเรือนในรูปแบบโคกหนองนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบไปด้วย 3 ด้าน

– ด้านเกษตรอินทรีย์ (ปลูกผักปลอดสารพิษ)

-ด้านปศุสัตว์ (การเลี้ยงไก่ เป็ด หมู ควายนม)

-ด้านประมง (การเลี้ยงหอย ปู ปลา)

การประชุม วางแผนโครงการโคกหนองนา

                  

         อาจารย์ดนัย ศรีสุริยวงศา หลังจากที่เกษียณอายุราชการครู  ก็เป็นอีกหนึ่งท่านที่ได้ปรับพื้นที่นาของตนเอง จำนวน 3 ไร่ ในการทำโคกหนองนา เริ่มจากที่ท่านเป็นคนที่ชอบปลูกผัก ชอบอยู่กับธรรมชาติอยู่แล้ว จึงเริ่มขยับขยายพื้นที่มากขึ้น พื้นที่โคกหนองนาของอาจารย์ดนัยนั้น ทำโคกหนองนาราวๆ 3 ไร่ ท่านได้สร้างบ้านหลังเล็กๆ ส่วนบริเวณรอบๆมีการขุดคลองใส้ไก่ล้อมรอบและมีปลาธรรมชาติมากมาย เช่น ปลานิล ปลาช่อน เป็นต้น และได้ปลูกผัก ผลไม้ต่างๆจำนวนมาก เช่น บวบ มะละกอ ต้นผักขจร มะเขือเปาะ ชะอม มะม่วง กล้วย เป็นต้น อีกทั้งยังมีสวนฝรั่ง ดิฉัน ผู้ปฏิบัติท่านอื่นๆพร้อมด้วยอาจารย์ประจำหลักสูตร ได้ลงพื้นที่ไปยังโคกหนองนาของอาจารย์ดนัย พื้นที่ที่บ้านโสนน้อยพัฒนา หมู่ที่ 12 ต.หนองโสน ได้ลองชิมฝรั่งที่อาจารย์ปลูกเอง และได้ต้นผักขจรกลับมาปลูกอีกด้วย

                                                               

          ต่อมาวันที่ 28 เมษายน พ.ศ.2564 ได้มีการนัดประชุมผู้ปฏิบัติงานตำบลหนองโสนทุกคนผ่าน Google meet อาจารย์ได้ชี้เเจงอธิบายเกี่ยวกับคู่มือการใช้แอพพลิเคชั่นเก็บข้อมูลในแอพ U2T ซึ่งเป็นการเก็บข้อมูลเพิ่มเติมผ่านโทรศัพท์มือถือ

         ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 าจารย์ได้นัดหมายตัวแทนกลุ่มผู้ปฏิบัติงาน จำนวน 9 คนสำหรับการลงพื้นที่ณ โคกหนองนาของนายสว่าง อุดมมะดัน 1 ในประชาชนที่เข้าร่วมโครงการโคกหนองนา 10 แปลงของ ตำบลหนองโสน ในการลงพื้นที่ มีเจ้าหน้าคัดกรอง และวัดอุณหภูมิตามมาตรการป้องกันการระบาดของโรคโควิด 19 และทุกท่านที่ลงพื้นที่ก็มีการปฏิบัติตามมาตรการเป็นอย่างดี

             พื้นที่ในการทำโคกหนองนาของนายสว่าง อุดมดัน ใช้พื้นที่เข้าร่วมโครงการด้วยกันทั้งหมด 3 ไร่ โดยแต่เดิม นายสว่างต้องการทำ 9 ไร่ แต่ทางกรมพัฒนาชุมชน ที่เสนอโครงการเข้ามาแนะนำให้ทำเพียง 1 ไร่กับ 3 ไร่ เท่านั้น นาย สว่างจึงตัดสินใจทำ จำนวน 3 ไร่   และยังได้เข้าร่วมอบรมเกี่ยวการการทำโคกหนองนาโมเดล  ทั้งภาคทฤษฎีและลงมือทำจริง ใช้ระยะเวลาจำนวน 5 วัน 4 คืน ที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อนำความรู้ที่ได้มาปรับใช้กับการทำโคกหนองนาของตนเอง   ส่วนปัญหาที่จะมาพร้อมกับการทำโคกหนองนานั้นจะมีปัญหาเรื่องน้ำและ การจัดการกับสารเคมี การทำโคกหนองนา เป็นการเดินทางสายกลางตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้เกิดความพอมีพอกิน และสร้างรายได้ให้กับเจ้าของ ไม่ต้องใช้ทุนเยอะ และเป็นการใช้พื้นที่ที่ทำนั้นให้เกิดความคุ้มค่าและประโยชน์หลายอย่าง

                           

              

        วันที่ 12 พฤษภาคม 2564  งานทอดผ้าป่า ปาฐกถาชุมชน ออนไลน์ ณ ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง อำเภอนางรอง ที่ทางคณะกรรมการได้จัดขึ้นใน 2 ช่องทาง คือ Google Meet และ ช่อง Husoc BRU ใน Youtube  เนื่องจากเกิดการระบาดโรคโควิด 19 ระลอกใหม่ จึงทำให้การจัดพิธีจำเป็นต้องจำกัดผู้เข้าร่วม  ทั้งนี้ดิฉันมีส่วนร่วมได้รับชมการถ่ายทอดสดผ่านทางช่อง Youtube ด้วย    

       การประชุมออนไลน์ในครั้งนี้ ได้มีการถ่ายทอดสดการทอดผ้าป่า ปาฐกถาชุมชน ณ ศูนย์การเรียนรู้อำเภอนางรอง ณ โนนตะโก บ้านโคกว่าน ตำบลหนองโสน จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีการจำกัดผู้เข้าร่วมงาน  ทั้งนี้ยังได้เรียนเชิญ ท่านดร.วิวัฒน์  สารยะกำธร (ดร. ยักษ์) และอาจารย์โจน จันได  มาพูดปาฐกถาพิเศษ โดยหัวข้อที่ท่านพูดถึงนั้น คือเรื่องกสิกรรมธรรมชาติ บนรากฐานปรัชญาแห่งเศรษฐกิจพอเพียง สู่การพัฒนาที่มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน

        ดร.ยักษ์ ได้ยกตัวอย่าง รัชกาลที่ 10 ว่าพระองค์ได้ตัดสินใจเอาที่ดินส่วนพระองค์ในวังอำพร  จำนวน 4 ไร่ ทำโคกหนองนาล้อมรอบศาลาทรงไทย เพื่อเป็นอารยะเกษตรให้ประชาชนเห็นเป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิตอย่างพอเพียงตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และเรียกว่า โคกหนองนาเป็นเครื่องที่ทีให้ประโยชน์สูงสุด และได้กล่าวถึงการทำกสิกรรมธรรมชาติบนฐานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของ รัชกาลที่ 9 ว่าพระองค์ท่านทรงทำของจริงให้ดู มีโครงการกว่า 4000 โครงการให้ประชาชนได้เห็นเป็นแบบอย่าง  อย่าง การสร้างป่า 3 อย่างได้ประโยชน์ 4 อย่าง คือ สิ่งแวดล้อมดี อากาศดี มีน้ำมีดินอุดมสมบูรณ์ ก็จะก่อให้เกิดอาหาร นี่คือการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง

        อาจารย์โจน จันได ผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้ประโยชน์จากหญ้า สวนพันพรรณ โดยส่วนใหญ่แล้วคนมักจะทำลายต้นหญ้า เนื่องจากคิดว่าหญ้าเป็นศัตรูต่อต้นพืช จึงมีการใช้ยาฆ่าหญ้าที่เป็นสารเคมีมาใช้ แต่อาจารย์โจนได้กล่าวไว้ว่า “หญ้าไม่ใช่ศัตรู” หญ้าคือสิ่งที่เข้ามาช่วยในการทำเกษตร หญ้าเป็นปุ๋ยธรรมชาติที่ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ โดยไม่ต้องพึ่งปุ๋ยเคมีอื่นๆ และอาจารย์ได้มาสาธิตแนะนำการใช้ประโยชน์จากหญ้า คือ การใช้หญ้ามาทำเป็นปุ๋ยให้กับต้นพืช โดยไม่ใช้สารเคมีในการทำลายต้นหญ้า เพราะจะทำให้เกิดผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม

                                

           วันที่ 10 12 และ 13 พฤษภาคม ดิฉันและทีมงานกลุ่มประชาชนได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่มเติมตามหัวข้อต่างๆใน แอพพลิเคชั่น U2T โดยทีทั้งหมด 10 หัวข้อด้วยได้แก่  1.ผู้ที่ย้ายกลับบ้าน เนื่องจากสถานการณ์โควิด 2. แหล่งท่องเที่ยว 3.ที่พัก/โรงแรม 4.ร้านอาหารในท้องถิ่น 5.อาหารที่น่าสนใข ประจำท้องถิ่น 6.เกษตกรในท้องถิ่น 7.พืชในท้องถิ่น 8.สัตว์ในท้องถิ่น 9.ภูมิปัญญาท้องถิ่น และ 10.แหล่งน้ำในท้องถิ่น ลงพื้นที่หมู่4 บ้านโคกสูง หมู่ 6 บ้านระนามพลวง และ10 บ้านโคกน้อย ในส่วนหัวข้อที่ได้ลงเก็บข้อมูลแล้วนั้น มี สัตว์ในท้องถิ่น พืชในท้องถิ่นและเกษตรกรในท้องถิ่น การลงพื้นที่ในครั้งนี้ทางผู้ปฏิบัติงานมีการป้องกัน ดูแลตัวเองตามมาตรการป้องกันโรคโควิด 19 อย่างเคร่งคัดและได้ติดต่อประสานงานกับผู้ใหญ่บ้านก่อนทำการลงพื้นที่ การลงพื้นที่พบว่า สัตว์ในท้องถิ่นส่วนใหญ่ ชาวบ้านจะเลี้ยงวัว และ ควาย ในส่วนของพืชในท้องถิ่นนั้นมีหลายหลายด้วยกัน เช่น ต้นมะม่วง  ต้นน้อยหน่า เป็นต้น และเกษตรกรส่วนใหญ่มีอาชีพ ทำนา

                                             

 

อื่นๆ

เมนู