ข้าพเจ้านางสาว พิชชาพร ไกรพะเนาว์  ประเภทประชาชน ต.หนองยายพิมพ์ หลักสูตร HS01 การส่งเสริมและการพัฒนาการผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานและรายงานผลการปฏิบัติงานร่วมกับทีมงานและอาจารย์ประจำหลักสูตร ประจำเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2564

การนัดหมายในเดือนตุลาคม วันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2564 อาจารย์ผู้รับผิดชอบโครงการได้นัดหมายให้กลุ่มผู้ปฏิบัติงานทุกคนประชุมออนไลน์ผ่านระบบ Zoom  เรื่อง “Quadruple Helix : จตุรภาคีสี่ประสานสู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน” เวลา 09.00 น. ณ ศูนย์ประชาสัมพันธ์ HUSOC อาคาร 25 ชั้น 2 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

ห้วข้อการเสวนามี 3 หัวข้อ คือ
1. Zero Waste การจัดการขยะเหลือศูนย์
2. SDGs เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
3. Smart People

กำหนดการ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

เวลา 09.00 น. – พิธีเปิดงานเสวนาออนไลน์ โดย รองศาสตราจารย์มาลิณี จุโฑปะมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์
– กล่าวรายงาน โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อัครพนท์ เนื้อไม้หอม คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
– พิธีกร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.คำภีรภาพ อินทะนู รองคณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์                                                                     ดำเนินการเสวนาโดย อาจารย์ชมพู อิสริยวัฒน์ รองคณะบดีฝ่ายพันธกิจชุมชนสัมพันธ์และภูมิทัศน์
เวลา 09.40 – 12.00 น. – การเสวนาผ่านระบบ Zoom  เรื่อง “Quadruple Helix : จตุรภาคีสี่ประสานสู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน”
ผู้ร่วมเสวนา 
– นายคำเดื่อง ภาษี ประธานปราชญ์ชาวบ้านบุรีรัมย์
– รองศาสตราจารย์ ดร. ประสารท เนืองเฉลิม จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
– นายสุพจน์ สวัสดิ์พุทรา นายกเทศมนตรีตำบลอิสาน
– นายณัชอิสร์ ศรีสุขพรชัย ประธานหอการค้า จังหวัดบุรีรัมย์
– รองศาสตราจารย์ ดร.อัครพนท์ เนื้อไม้หอม คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
ดำเนินการเสวนาโดย อาจารย์ชมพู อิสริยวัฒน์ รองคณะบดีฝ่ายพันธกิจชุมชนสัมพันธ์และภูมิทัศน์
เวลา 12.15 น. รองศาสตราจารย์ ดร.อัครพนท์ เนื้อไม้หอม คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ กล่าวขอบคุณวิทยากร และกล่าวปิดโครงการ

 

 

วันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 เวลา 10.30 น. อาจารย์ผู้รับผิดชอบโครงการได้นัดหมายให้กลุ่มผู้ปฏิบัติงานทุกคนประชุมออนไลน์ผ่าน Google Meet  ข้าพเจ้าได้เข้าร่วมการประชุม โดยมีกลุ่มประชาชน กลุ่มบัณฑิต และกลุ่มนักศึกษา ตำบลหนองยายพิมพ์ เข้าร่วมประชุมด้วย อาจารย์ชี้แจงมอบหมายให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนลงพื้นที่เก็บข้อมูล CIO ดำเนินการทำ Data cleaning วิเคราะห์หา Pain point และนำเสนอข้อมูลผ่าน Dash board (PowerBI) หรือ G-map และลงพื้นที่เก็บข้อมูล U2T (เพิ่มเติม)

วันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564  เวลา 10.30 น. ข้าพเจ้าเเละกลุ่มประชาชนนัดหมายประชุม และลงสำรวจข้อมูล ในหัวข้อ “อาหารประจำท้องถิ่น”  ของตำบลหนองยายพิมพ์

Pain Point ดังนี้

  1. วัตถุดิบส่วนประกอบของอาหารบางอย่างเป็นอาหารในฤดูกาล หาบริโภคได้ยาก ต้องสร้างการเกษตรบูรณาการ เพื่อที่จะทำให้มีวัตถุดิบบางชนิด เช่น เห็ดป่า ไข่มดแดง มีบริโภคในทุกฤดูกาล
  2. สร้างกลยุทธ์การพัฒนาแบบองค์รวม ยกระดับคุณภาพอาหารท้องถิ่น สร้างแบรนด์อาหารประจำท้องถิ่น พร้อมทั้งส่งเสริมการประกอบการธุรกิจร้านค้า และร้านอาหาร เพื่อการพัฒนาอาหารท้องถิ่นสร้างธุรกิจ ( Development of Local Food to Business )
  3. แปรรูปอาหารท้องถิ่นให้สามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน ลดปัญหาขาดแคลนอาหาร พัฒนาและแปรรูป สู่ไทยแลนด์ 4.0 ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมภูมิปัญญาชาวบ้าน

วิเคราะห์ผลของการดำเนินงานวิเคราะห์อาหารท้องถิ่น ตำบลหนองยายพิมพ์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ดังนี้

แกงเห็ดป่า

เห็ดป่าเป็นอาหารประจำฤดูกาลที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยจะเกิดขึ้นในช่วงฝนแรกหรือเริ่มต้นฤดูฝน สำหรับแกงเห็ดป่าเป็นหนึ่งในเมนูยอดนิยมของชาวบ้านที่หาบริโภคได้ยาก

วิธีทำ

  1. ตำพริก กระเทียม หอมแดง ตะไคร้ให้แตก
  2. ตั้งหม้อต้มน้ำ พอน้ำเดือดใส่เครื่องแกง ใส่น้ำปลาร้า ใส่ผงปรุงรส จากนั้นใส่เห็ดตามลงไป ปล่อยให้เดือด
  3. พอเห็ดสุก ชิมน้ำแกงเติมเกลือ ตัดรสชาติด้วยน้ำตาล ตามชอบ แล้วปิดเตาแก๊ส ใสใบแมงลัก ตักเสริฟ์

ปลาร้าปลาดุกทรงเครื่อง

โดยในชุมชุนปลาดุกเป็นปลาที่สามารถหาได้ง่าย ชาวบ้านนิยมนำปลาดุกทำเป็นปลาดุกร้า ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นในการถนอมอาหาร

วิธีทำ

  1. ทุบตะไคร้ แล้วหั่นเป็นท่อน นำปลาร้าปลาดุกใส่หม้อ 2 ทัพพี หลังจากนั้นตามด้วยตะไคร้ที่ทุบไว้ หลังจากนั้นใส่กะทิประมาณ 200-250 ml  ตั้งกะทิด้วยไฟอ่อน หรือกลาง โดยตั้งไฟจนเนื้อก้างปลาร้าละลาย
  2. เมื่อมีกลิ่นหอมของกะทิ และเนื้อปลาร้าละลาย ให้นำเอาน้ำกะทิ ที่ต้มเสร็จ กรองเอาก้างและตะไคร้ออก หลังจากนั้น หั่นผักที่เตรียมไว้   ข่า กระชาย หั่นเป็นแว่นๆ พริกสีส้ม และพริกหยวกสีเขียว จากนั้น ซอยตะไคร้ ให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ หั่นหอมแดง  และหั่นมะเขือ เป็น 4 ส่วน นำลงไปแช่ในน้ำเกลือ เพื่อที่ไม่ให้มะเขือดำ และหั่นถั่วฝักยาวใส่ตามชอบ
  3. เมื่อหั่นทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว นำกระทิกรองก้างออก ตั้งไฟ เติมกะทิ ส่วนที่เหลือลงไปให้หมด แล้วตามด้วย ใบมะกรูดฉีกเป็นชิ้นๆ เพื่อเพิ่มความหอม ให้น้ำกะทิ เติมน้ำต้มสุกประมาณ 100 ml หลังจากนั้น ใส่ ข่าและกระชาย ที่ซอยเรียบร้อย และตามด้วยหอมแดงซอยและหอมแดงทุบ
  4. เมื่อตั้งไฟได้สักพัก ก็ปรุงรสด้วย น้ำมะขามเปียก ตามด้วยน้ำตาลปี๊บ ประมาณครึ่งช้อนโต๊ะ ** ชิมรสชาติ
  5. ตั้งไฟให้เดือดอีกครั้งแล้วตามด้วยมะเขือ และถั่วฝักยาว แล้วตามด้วยพริกซอยที่เตรียมไว้ ตามด้วยเนื้อปลาดุกที่ปั่นเป็นชิ้นๆ ไว้ ( ห้ามคน ตั้งไฟไปจนเดือด รอให้ปลาสุก ) เสร็จเรียบร้อย ตักใส่ถ้วย พร้อมรับประทานกับ ผักที่เตรียมไว้

แกงผักหวานไข่มดแดง

ผักหวานเป็นผักพื้นบ้านที่นิยมบริโภค เนื่องจากมีคุณค่าทางโภชนาการสูง นิยมแกงใส่ไข่มดแดง ผักหวานจะผลิยอดในเดือนมีนาคม-มิถุนายน เป็นช่วงเดียวกับมดแดงออกไข่ เป็นอาหารพื้นบ้านที่บริโภคกันมาช้านาน

วิธีทำ

  1. นำผักหวานมาเด็ดเอาส่วนที่แข็งออก และล้างผักหวานให้สะอาด และไข่มดแดงล้างน้ำ พักไว้
  2. เตรียมเครื่องแกง โขลกพริกแห้ง ตะไคร้ กระเทียม หอมแดง กะปิ น้ำปลาร้าเข้าด้วยกัน
  3. ตั้งหม้อใส่น้ำพอประมาณ พอน้ำเดือดใส่เครื่องแกงลงไป พอเครื่องแกงละลายและเดือด ให้ใส่ผักหวานลงไป พอผักหวานใกล้จะสุกใส่ไข่มดแดงลงไปปรุงรสอีกครั้งหนึ่งแล้วยกลง เป็นอันเสร็จ

จิ้งหรีดทอด

สามารถทำอาหารได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก และหาได้ง่ายในท้องถิ่น มีโปรตีนสูง รสชาติอร่อย ทำให้จิ้งหรีดเป็นอาหารที่นิยมบริโภคมากที่สุด

วิธีทำ

ตั้งนำมันในกระทะ หรือหม้อทอดให้เดือด นำจิ้งหรีดใส่ลงในกระทะ ใช้เวลาทอดประมาณ 2-3 นาทีจิ้งหรีดจะกรอบพอดี  อาจจะใส่ใบเตยหรือใบโหระพา พริก ลงไปทอดก็ได้ จากนั้นนำมาปรุงรสด้วยซอส พริกไทย

คั่วไก่บ้าน

สูตรนี้จะแตกต่างจากสูตรของภาคกลาง โดยการนำเนื้อไก่บ้านผัดกับพริกแกงเผ็ด ผัดจนไก่นุ่ม มีน้ำขลุกขลิกเป็นอาหารที่ปรุงง่าย ใช้เครื่องแกงสดจากพืชผักที่หาได้ในท้องถิ่น

วิธีทำ

  1. นำพริกแห้งกระเทียมตะไคร้ใส่ครกตำพอแหลกใส่ขมิ้นสดลงไปโขลกจนละเอียดพักไว้
  2. นำกระทะตั้งไฟพอร้อน ใส่ไก่บ้านลงไปเติมน้ำเล็กน้อย น้ำปลานิดหน่อย ปล่อยให้ไก่สุกน้ำเริ่มแห้ง ใส่น้ำมันลงไป ตามด้วยพริกแกงที่เตรียมไว้ ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย อาจจะเติมน้ำปลาหน่อย ชิมรส เติมน้ำตาล ชิมรส ปิดไฟใส่ใบกระเพราลงไป

ต้มอึ่งใบมะขามอ่อน

เป็นอาหารตามฤดูกาล มักมีในเฉพาะหน้าฝน นิยมต้มใส่ใบมะขามอ่อน เพราในหน้าในที่ฝนตกลงมาใหม่ๆใบมะขามก็กำลังจะผลิใบ หรืออีสานบ้านเฮาเรียก “ป่งใบ”

วิธีทำ

  1. ล้างทำความสะอาดอึ่ง ไม่ต้องเอาพุงเอาไส้ออก
  2. เอาเกลือโรยลงไปใส่ตัวอึ่ง ซาวให้เข้ากัน เกลือจะไปดูดเอาน้ำที่อยู่ผิวหนังของอึ่งออก ทำให้อึงตาย
  3. ตั้งหม้อต้มน้ำให้เดือดโดยใส่น้ำประมาณครึ่งหม้อ ทุบหัวตะไคร้  ทุบหัวข่าใส่ลงไป ใบมะกรูด หัวหอม กระเทียมทุบ พริกแห้ง แล้วใส่เกลือ ปรุงรสตามชอบ
  4. เมื่อน้ำเดือด ใส่อึ่งลงไปในหม้อ ปิดฝา ต้มไว้โดยระวังอย่าให้ไฟมอด ต้มจนเปื่อย
  5. ใส่ใบมะขามอ่อนเมื่ออึ่งใกล้เปื่อย แต่ทุบลูกมะขามดิบลงใส่ด้วยก็ได้ หั่นต้นหอม ต้นผักชีลงไป  ตักใส่ถ้วย

 

วิดีโอกิจกรรม 

อื่นๆ

เมนู