กิจกรรมประจำเดือน ธันวาคม พ.ศ. 2564

กระผม นายมนตรี  เมฆหมอก  ประเภทบัณฑิตจบใหม่  ตำบลหนองยายพิมพ์  อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์

เมื่อวันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2564  เวลา 13.30 – 16.00 น. ทางด้านอาจารย์ได้นัดหมายให้ผู้ปฏิบัติงาน u2t ลงพื้นที่ทำกิจกรรม การเรียนรู้การเลี้ยงไส้เดือน ณ ศาลาหมู่ที่ 1 ตำบลหนองยายพิมพ์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ การนำไส้เดือนดินมาเลี้ยงเพื่อกำจัดมูลฝอยอินทรีย์ ณ แหล่งกำเนิด ประโยชน์จากการกำจัดขยะอินทรีย์ ในครัวเรือนแล้ว ยังเป็นสร้างรายได้จากการจำหน่ายปุ๋ยมูลไส้เดือนดินและน้ำหมักมูลไส้เดือนดิน โดยได้มีการนำมาใช้ในการจัดการมูลฝอยอินทรีย์ในครัวเรือน เช่น เศษอาหาร เศษผลไม้ เศษผัก เศษพืชสด ในแต่ละวันมูลฝอยดังกล่าวหากมีตกค้างในชุมชน จะทำให้เน่าเหม็นและเป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงและสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรค อาทิ เช่น หนู แมลงวัน เมื่อมีการกำจัด ณ แหล่งกำเนิดจะช่วยลดปัญหาการเน่าเหม็นและเป็นการป้องกันโรคที่เกิดจากสัตว์และแมลงที่เป็นพาหะนำโรครวมทั้งเป็นการลดค่าใช้จ่ายของทางเทศบาลในการเก็บขนและนำไปกำจัด

วิธีการปฏิบัติ

การเพาะเลี้ยงไส้เดือนเพื่อช่วยสลายขยะอินทรีย์ โดยได้ซื้อพันธุ์ไส้เดือนมาเพาะเลี้ยงในบ่อปูน ซึ่งสามารถย่อยสลายเศษอาหารที่ พืชผักและผลไม้ในครัวเรือและชุมชน ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยั้งได้มูลไส้เดือนและน้ำหมักมูลไส้เดือนซึ่งมีประโยชน์ต่อพืช สามารถจำหน่ายเพิ่มรายได้แก่สมาชิกด้วย

ปรับพื้นดินที่จะเลี้ยงให้มีความเอียงเล็กน้อย จากนั้นนำท่อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 40 ซม. หรือใช้ยางนอกรถยนต์ วางเป็นฐาน ใช้แผ่นพื้นคอนกรีตขนาดเท่ากับท่อวงซีเมนต์ที่ใช้ทำบ่อเลี้ยงวางด้านบนฐานรอง แล้วนำท่อวงซีเมนต์ขนาด 80-120 ซม. ที่จะใช้ทำเป็นบ่อเลี้ยง วางบนพื้นที่ทำไว้ ยกให้บ่อเลี้ยงลาดเอียงเล็กน้อย เพื่อให้น้ำมูลระบายได้ดี ใช้ท่อพีวีซีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1/2  นิ้ว ใส่ในรูที่เจาะไว้ด้านล่างของบ่อเลี้ยง เพื่อไว้ใช้ระบายน้ำมูลไส้เดือน

ทำการยาแนวให้รอบขอบบ่อเลี้ยงทั้งด้านนอกและด้านใน ปล่อยทิ้งไว้ให้ยาแนวแห้งสนิท ทำการอุดรูท่อระบายน้ำมูล ใช้น้ำล้างบ่อเลี้ยงไส้เดือนประมาณ 2-3 รอบ และขังน้ำไว้ในบ่อเลี้ยงทิ้งไว้ประมาณ 3 วัน (เพื่อลดความเค็มของปูนซึ่งเป็นอันตรายต่อไส้เดือนดิน) จากนั้นก็ปล่อยน้ำออกจากบ่อ แล้วนำวัสดุที่จะใช้เลี้ยงไส้เดือนใส่ลงไปในบ่อเลี้ยง ซึ่งบ่อเลี้ยงไส้เดือนจะต้องตั้งไว้ในที่ไม่มีแสงแดด ไม่โดนฝน และอากาศถ่ายเทได้สะดวก

วิธีเลี้ยงไส้เดือน

นำดินร่วนหรือดินถุงที่ใช้ปลูกต้นไม้ ผสมกับมูลวัวที่ตากจนแห้งสนิท ในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 หรือจะเป็นดิน 2 ส่วน ต่อมูลวัว 1 ส่วน ก็ได้ ทำการผสมให้เข้ากัน แล้วรดน้ำลงไปในดินที่ผสมให้ความชื้นอยู่ระหว่าง 75-80% ซึ่งประมาณได้โดยลองกำดูว่าพอมีน้ำซึมออกมาจากง่ามนิ้ว เมื่อได้ที่แล้วจากนั้นก็ตักใส่ลงไปในบ่อเลี้ยงประมาณครึ่งบ่อ หรือจะใส่ 3 ใน 4 ของบ่อก็ได้ ปล่อยทิ้งไว้ 1 วัน แล้วจึงค่อยนำไส้เดือนดินมาใส่ลงไปในบ่อ ใส่บ่อละประมาณ 3 ขีด หรือประมาณ 300 ตัว ใช้แผ่นกระดานเจาะรูตรงกลางปิดบ่อเพื่อป้องกันการระเหยของน้ำ และป้องกันแมลงและสัตว์ต่าง ๆ

หลังจากนำไส้เดือนใส่ลงไปในบ่อเลี้ยงแล้วก็ปล่อยไว้ 1 วันถึงจะให้อาหาร โดยอาหารที่ใช้เลี้ยงไส้เดือนก็เป็นพวกเศษผักผลไม้ มูลสัตว์ กระดาษลัง กากถั่วต่าง ๆ และเศษอาหารจากครัวเรือนที่ไม่มีรสจัดหรือเข้มข้น เช่น เค็ม เปรี้ยว มัน เผ็ด การให้อาหารไส้เดือนนั้นจะให้ทุกวัน ให้วันละครั้งตอนเช้าหรือเย็นก็ได้ โดยให้ครั้งละ 1 กิโลกรัม ต่อ 1 บ่อ พอหลังจาก 3 เดือนไปแล้วไส้เดือนจะเริ่มขยายพันธุ์ ก็จะให้อาหารเพิ่มเป็น 2 กิโลกรัมต่อวัน การดูแลไส้เดือนที่เลี้ยง อย่าให้น้ำท่วมขังบ่อเลี้ยง ในหน้าร้อนให้ใช้น้ำรดดินภายในบ่อเลี้ยงให้ชุ่มอยู่เสมอ เพราะถ้าบ่อแห้งไส้เดือนจะตายเพราะดินแห้งและร้อน นอกจากนี้ อย่าให้มีมดเข้าไปทำรังเพราะไส้เดือนก็จะถูกมดกัดตาย

การเก็บ “มูลไส้เดือน” และ “น้ำหมักไส้เดือน” เพื่อนำไปจำหน่าย ซึ่งนำไปใช้เป็นปุ๋ยชั้นดีให้กับต้นไม้ มูลไส้เดือนจะเริ่มเก็บได้ในช่วง 3-4 เดือนของการเลี้ยง โดยการเก็บจะเก็บสัปดาห์ละครั้งโดยใช้มือปาดกวาดมูลไส้เดือนออกมาใส่ภาชนะไว้ แล้วทำการร่อนเอาไว้แต่มูล ซึ่งแต่ละครั้งจะได้มูลไส้เดือนประมาณ 3 กิโลกรัม ต่อ 1 บ่อ  นำไปตากแดดลดความชื้น แต่ไม่ควรตากจนแห้งเพราะคุณค่าของสารอาหารในมูลจะหายไป จากนั้นก็นำมาทำการบรรจุถุง โดยถุง 1/2 กิโลกรัม สามารถขายได้ในราคาถุงละ 20 บาท ส่วนน้ำหมักไส้เดือนที่ไหลออกมาทางท่อระบายให้หาภาชนะรองรับไว้และเก็บทุกวัน ซึ่งน้ำปุ๋ยจากไส้เดือนนี้นำมากรองแล้วบรรจุขวดขายได้ในราคาลิตรละ 50 บาท

ผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินกิจกรรม

สนับสนุนให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบการจัดการขยะอินทรีย์ในชุมชน ประชาชนได้ประโยชน์จากการกำจัดขยะอินทรีย์ ในครัวเรือนและสร้างรายได้จากการจำหน่ายปุ๋ยมูลไส้เดือนดิน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2564  เวลา 09.00 น. ข้าพเจ้าได้ลงพื้นที่สำรวจ ข้อมูลตัวชี้วัดใน TPMAP เพื่อใช้ประกอบการประเมินสถานภาพตำบล (Tambon Profile)  การสำรวจเด็กแรกเกิดและครัวเรือน

อื่นๆ

เมนู