ดิฉันนางสาวหทัยทิพย์ เรืองสำราญ กลุ่มบัณฑิตจบใหม่
ผู้ปฏิบัติงานตำบลหนองยายพิมพ์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์
หลักสูตร HS01การส่งเสริมและการพัฒนาการผลิตปุ๋ยชีวภาพอัดเม็ด

วันที่ 29 เดือนเมษายน พ.ศ.2564
เวลา 12.00 – 14.00 น. ณ ห้องประชุมชัยคณารักษ์กูล อาคาร6 ชั้น2 ได้เข้าร่วมการอบรมโครงการการทำปุ๋ยหมักชีวภาพอัดเม็ดโดยมีผู้ปฏิบัติงานตำบลหนองยายพิมพ์และตำบลหนองกง จำนวน 36 คน ได้แก่ กลุ่มนักศึกษา กลุ่มประชาชน กลุ่มบัณฑิตจบใหม่ ได้รับฟังการบรรยายวิธีทำปุ๋ยหมักชีวภาพอัดเม็ดจากท่านผู้ใหญ่บ้านฉะไมพร แผ้วพลสง ซึ่งท่านผู้ใหญ่บ้านได้กล่าวว่าการทําปุ๋ยหมักชีวภาพอัดเม็ดเป็นความคิดริเริ่มทำกันเองของคนในชุมชนเพื่อนำมาใช้ในการบำรุงดิน บำรุงต้นไม้เเละพืชผักสวนครัวของคนในชุมชนต่อมาได้มีการสนับสนุนงบประมาณในการทำปุ๋ยหมักชีวภาพอัดเม็ดจากโครงการ901 เพื่อเป็นการพัฒนากระบวนการผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพและช่องทางในการจัดจำหน่ายปุ๋ยหมักชีวภาพอัดเม็ด
ส่วนผสมและวิธีทำปุ๋ยหมักชีวภาพอัดเม็ด
1.มูลสัตว์
2.ปลาป่น กระดูกปลาป่น
3.น้ำ
นำส่วนผสมทั้งหมดมาคลุกเคล้าให้เข้ากันและปิดผ้าใบทิ้งไว้21วันหลังจากนั้นนำไปอัดเม็ดข้อดีของปุ๋ยหมักชีวภาพอัดเม็ดพืชบำรุงดินและช่วยในการดึงดูดอาหารให้เเก่ต้นพืช
หลังจากการอบรมเสร็จอาจารย์ประจำหลักสูตรได้แบ่งหัวข้อในการลงพื้นที่เก็บแบบสอบถามให้แก่กลุ่มนักศึกษา กลุ่มประชาชน กลุ่มบัณฑิตจบใหม่เพื่อความรวดเร็วในการเก็บแบบสอบถามและได้ทำการชี้แจงรายละเอียดให้แก่ทุกคนได้รับทราบพร้อมเพรียงกัน

วันที่ 1- 4 เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2564
ดิฉันและทีมงานได้ลงพื้นที่เก็บแบบสอบถามปุ๋ยหมักชีวภาพซึ่งกลุ่มได้รับผิดชอบจำนวน 5 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 5 บ้านหนองยาง 70 ครัวเรือน หมู่ที่ 6 บ้านหนองถนน 62 ครัวเรือน หมู่ที่ 7 บ้านก้านเหลือง 155ครัวเรือน หมู่ที่ 8 บ้านจาน 196 ครัวเรือน หมู่ที่ 10 บ้านหนองตารัก 121 ครัวเรือน การลงพื้นที่เก็บแบบสำรวจพบว่าชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนาปลูกพืชผักสวนครัวและนิยมใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพเป็นส่วนใหญ่เพื่อเป็นการลดต้นทุนในการผลิตให้ต่ำลงเพื่อเพิ่มรายได้ของผลผลิตและได้ทำการสำรวจแบบสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แบบสอบถามแบบฟอร์ม 01 แบบสอบถามระดับครัวเรือน แบบสอบถามแบบฟอร์ม 02 ผลกระทบจากโรคโควิด19 แบบสอบถามแบบฟอร์ม 06 แบบเฝ้าระวังการแพร่ระบาดโควิด19

วันที่ 12 เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2564
ได้เข้าร่วมพิธีทอดผ้าป่าออนไลน์ ณ ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านโคกว่าน หมู่ที่1 ตำบลหนองโสน อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีนายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์เป็นผู้กล่าวเปิดพิธีทอดผ้าป่าต่อมาได้รับฟังการบรรยายจากท่านอาจารย์ยักษ์ วิวัฒน์ ศัลยกำธร ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติและอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ในหัวข้อเรื่องกสิกรรมธรรมชาติบนรากฐานปรัชญาแห่งเศรษฐกิจพอเพียงสู่การพัฒนาที่มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนในยุค World Disruption และ คุณโจน จันได ผู้เชี่ยวชาญในด้านการสร้างบ้านดินและผู้ก่อตั้งพันพรรณศูนย์การเรียนรู้เพื่อพึ่งพาตนเองและศูนย์เมล็ดพันธุ์ได้บรรยายในหัวข้อเรื่องกสิกรรมธรรมชาติตามศาสตร์พระราชาทางเลือกและทางรอดในโลกยุค Viral Disruption ท่านได้ให้ความรู้และแนวทางในการดำรงชีวิตตลอดจนประเพณีวัฒนธรรมความเจริญก้าวหน้าในการขับเคลื่อนประเทศการดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลาง และความไม่ประมาทโดยคำนึงถึงหลักการ 3 ประการ ดังนี้ 1. ความพอประมาณ 2. ความมีเหตุผล 3. การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัวโดยการดำเนินงานเศรษฐกิจพอเพียงที่ดีจะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขความรู้และคุณธรรม ตลอดจนต้องเป็นคนดีมีความอดทนพากเพียร

วันที่ 13-16 เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2564
ดิฉันและทีมงานกลุ่มบัณฑิตจบใหม่ได้ลงพื้นที่เก็บแบบสอบถามตามหัวข้อที่อาจารย์ประจำหลักสูตรได้มอบหมายให้รับผิดชอบมีจำนวนทั้งหมด 4 หัวข้อดังต่อไปนี้ 1.ผู้ที่ย้ายกลับบ้านเนื่องจากสถานการณ์โควิด19 2.แหล่งท่องเที่ยว 3.ภูมิปัญญา 4.ร้านอาหาร ต่อมากลุ่มของดิฉันได้ประชุมปรึกษาหารือวางแผนในการลงพื้นที่โดยได้ทำการจับคู่และจับฉลากเลือกหัวข้อในการลงพื้นที่เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการทำงานโดยคู่ของดิฉันได้ลงพื้นที่เก็บแบบสอบถามในหัวข้อเรื่อง ผู้ที่ย้ายกลับบ้านเนื่องจากสถานการณ์โควิด19 ทั้งตำบลหนองยายพิมพ์จำนวน 10 หมู่บ้าน จากการสำรวจพบว่าตำบลหนองยายพิมพ์มีผู้ย้ายกลับบ้านเนื่องจากสถานการณ์โควิด19เป็นจำนวนน้อยมากโดยเฉลี่ยแล้วมีแค่หมู่บ้านละ 1-2 คน บางหมู่บ้านไม่พบผู้ย้ายกลับบ้านเนื่องจากสถานการณ์โควิด19และได้ทำการสำรวจข้อมูลแบบสอบถามเกษตรกรในท้องถิ่นบ้านหนองตารัก หมู่ที่10 จากการสำรวจพบว่าพื้นที่ในการทำเกษตรบ้านหนองตารักมีจำนวน 1,823 ไร่เกษตรกรนิยมปลูกข้าว ( ข้าวนาปี ) พืชสวนพืชผักสวนครัวและเลี้ยงสัตว์ เช่น วัว ควาย หมู เป็นต้น

สรุป จากการลงพื้นที่เก็บแบบสอบถามทำให้ดิฉันได้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับประเด็นเรื่องที่ศึกษาอยู่ในชุมชนซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการส่งเสริมและพัฒนาชุมชนได้เข้าถึงระบบในชุมชน บริบทและสิ่งแวดล้อม ระบบการทำมาหากินของครัวเรือนรวมถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น

อื่นๆ

เมนู