กระผม นายมนตรี  เมฆหมอก  ประเภทบัณฑิตจบใหม่  ตำบลหนองยายพิมพ์  อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์    ได้เข้าร่วมฟังคำบรรยายการแปรรูปปุ๋ยชีวภาพอัดเม็ดกับทีมงาน  เมื่อวันพฤหัสบดีที่  29 เมษายน  พ.ศ. 2564  เวลา 13.00 – 15.00 น.  ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เลขที่ 439 ถนนจิระ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์  ที่ห้องประชุมชัยคณารักษ์กูล อาคาร 6  ชั้น 2

เมื่อวันพฤหัสบดีที่  29 เมษายน  พ.ศ. 2564 เวลา 13.00 – 15.00 น. กระผมและทีมงานตำบลหนองยายพิมพ์ ได้เข้าร่วมฟังคำบรรยายการแปรรูปปุ๋ยชีวภาพอัดเม็ด ที่ห้องประชุมชัยคณารักษ์กูล ได้เรียนเชิญวิทยากรมาอบรมเรื่องการแปรรูปปุ๋ยชีวภาพอัดเม็ด โดยนำวัตถุดิบจากธรรมชาติมาทำเป็นปุ๋ยและส่วนใหญ่ชาวบ้านที่เป็นเกษตรกรจะเลี้ยงวัวและเลี้ยงควาย  ทำให้มีมูลของวัวและควายค่อนข้างเยอะ สะดวกในการหาวัตถุดิบได้ง่ายตามพื้นที่ต่างๆและเป็นองค์ประกอบหลักในการทำเป็นปุ๋ยหมักชีวภาพอีกด้วย และยังมีองค์ประกอบอื่นๆ ที่ใช้ในการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ ได้แก่ ปลาป่น  เกลือ  โดโลไมท์  ปูนขาว และ ยูเรีย เป็นส่วนประกอบหนึ่งที่ใช้ในการทำปุ๋ยอีกด้วย ระยะเวลาในการหมักปุ๋ยทั้งหมด 24  วัน  พอครบกำหนด 24 วันแล้ว นำปุ๋ยมาอัดเป็นเม็ดแล้วนำไปตากแดด  1-2 วัน พอตากแดดจนแห้งได้ที่แล้วนำมาบรรจุใส่ถุงเป็นที่เรียบร้อย  ปริมาณในการผลิตปุ๋ยจำนวน 10 ตัน   บรรจุได้ 200 กระสอบ  กระสอบละ 50 กิโลกรัม  ราคากระสอบละ 400 บาท  ได้กำไรกระสอบละ 70 บาท  ผู้ผลิตได้มองว่า ไม่ได้มองผลกำไรจากการขายปุ๋ยแต่อย่างใด  แต่มองผลกำไรจาก ชาวบ้านที่ได้ใช้ปุ๋ยที่ผลิตขึ้นมาเองนั้น มันคุ้มค่า ได้ใช้ปุ๋ยที่ไม่ทำลายดินให้เสียหาย และไม่ทำลายธรรมชาติ เพราะเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ที่ผู้ผลิตตั้งใจทำขึ้นมา เพื่อส่งผลประโยชน์แก่กลุ่มเกษตรกรเป็นอย่างดี และส่งผลให้กลุ่มเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย  ชาวบ้านนำปุ๋ยที่ผลิตขึ้นมาเองนั้นใช้ในครัวเรือนและใช้ในพื้นที่ทำกิน เช่น สวนส้มโอ สวนมะนาว สวนกล้วย เป็นต้น เพราะจะสื่อให้เห็นว่า ปุ๋ยหมักชีวภาพ ที่ได้ผลิตขึ้นมานั้นสามารถนำมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ ทำให้พืชผลเจริญเติมโตได้เป็นอย่างดี และยังส่งผลให้ชาวบ้านได้ผลกำไรเพิ่มขึ้นจากการส่งออกของผลผลิตด้วยเช่นเดียวกัน

เป้าหมายหลักๆ ที่ผลิตปุ๋ยขึ้นมานั้น อยากส่งต่อให้กับ ชาวนา และ ชาวสวน  เพราะเป้าหมายทั้ง 2 กลุ่มนี้  ใช้ปุ๋ยปริมาณข่อนข้างเยอะ จากการประเมินแต่ละหลังคาเรือน หนึ่งหลังคาเรือนใช้จ่ายในการซื้อปุ๋ย อยู่ที่ 8000-10000 บาทต่อหลังคาเรือน จึงมีวัตถุประสงค์ที่จะช่วยชาวบ้านลดค่าใช้จ่ายในการซื้อปุ๋ยแต่ละครั้ง  โดยการผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพขึ้นมาเพราะปุ๋ยหมักชีวภาพสามารถหาวัตถุดิบจากธรรมชาติได้ง่ายและช่วยลดต้นทุนได้เยอะ ชาวบ้านสามารถทำขึ้นได้ด้วยตัวเองอีกด้วยและทางด้านอาจารย์ได้หมอบหมายงานเป็นลำดับต่อไป

เมื่อวันศุกร์ที่ 7 – 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 เวลา 09.00 – 16.00 น.  กระผมและทีมงานได้รับหมอบหมายงานในการเก็บข้อมูล มีดังนี้ 1.ผู้ที่ย้ายกลับบ้าน เนื่องจากสถานการณ์โควิด 2.ภูมิปัญญาท้องถิ่น 3.ร้านอาหารในท้องถิ่น 4.เกษตรกรในท้องถิ่น ทั้งหมดจำนวน 4 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 6 บ้านหนองถนน หมู่ที่ 7 บ้านก้านเหลือง หมู่ที่ 8 บ้านจาน และ หมู่ที่ 10 บ้านหนองตารัก กระผมและทีมงานได้กรอกข้อมูลตามความเป็นจริงทุกประการ ตามแบบฟอร์มที่ได้ระบุไว้

เมื่อวันพุทธที่  12 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 เวลา 09.00 – 15.00 น.  กระผมได้เข้าร่วมประชุมงานบุญผ้าป่าปาฐกถาชุมชนออนไลน์และยักษ์จับโจน  ใน Google meet รายละเอียดได้แจ้งเบื้องต้นไปแล้วนั้น แต่ด้วยระบบที่จำกัดไม่อาจรองรับได้ทั้งหมด
ดังนั้น กระผมผู้ปฏิบัติงาน U2T นั้นจะได้รับชมการถ่ายทอดสดจากช่อง  Youtube  ตามที่อาจารย์ได้ส่งลิงค์ไว้

                                             

                           

อื่นๆ

เมนู