ข้าพเจ้านางสาว ภรภัทร บาลศรี  ประเภทประชาชน ต.หนองยายพิมพ์ อาจารย์ประจำหลักสูตร  การส่งเสริมและการพัฒนาการผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดHSO1 วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2564 อาจารย์ประจำหลักสูตรขอเชิญผู้ปฏิบัติงาน U2T ร่วมงานเสวนาออนไลน์ จตุรภาคีสี่ประสานสู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ผ่าน Zoom Meeting  เวลา 09.00-12.00 น. และวันเสาร์ที่ 6 พฤศจิกายน เวลา 10.30 น. อาจารย์ประจำหลักสูตรให้ผู้ปฏิบัติงานกลุ่มงานเก่าจำนวน 18 คน อาจารย์ประจำหลักสูตรให้ทุกคนเข้าประชุมออนไลน์ผ่าน Google Meet อาจารย์ประจำหลักสูตรนัดประชุมชี้แจงงานให้แก่ผู้ปฏิบัติงานตำบลหนองยายพิมพ์

วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2564 เวลา 09.00-12.00 น.  Quadruple Helix เสวนาออนไลน์ จตุรภาคีสี่ประสานสู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ผ่าน Zoom Meeting
การเสวนามี 3 หัวข้อ คือ
1. Zero Waste การจัดการขยะเหลือศูนย์
2. SDGs เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
3. Smart People

เข้าร่วมงานเสวนา Quadruple Helix จตุรภาคีสี่ประสานสู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน โดยผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งหมด 5 ท่าน
1.นายคำเดื่อง ภาษี (ประธานกลุ่มปราชญ์ชาวบ้าน จังหวัดบุรีรัมย์)
2.รศ.ดร ประสาท เนืองเฉลิม (มหาวิทยาลัยมหาสารคาม)
3.นายสุพจน์ สวัสดิ์พุทรา (นายกเทศมนตรีตำบลอิสาน)
4.นายณัชอิสร์ ศรีสุขพรชัย (ประธานหอการค้าจังหวัดบุรีรัมย์)
5. รศ.ดร อัครพันท์ เนื้อไม้หอม (คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์)

ประธานเปิดโครงการเสวนา
ประธานเปิดโครงการเสวนา ร.ศ มาลิณี จุโฑปะมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์  กล่าวเปิดโครงการเสวนา การเชิญวิทยากรเพื่อสอดคล้องกับมหาวิทยาลัยเข้าสู่การจัดลำดับ ตอบสนองด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สิ่งที่เรากำลังจะเสวนาและต้องเชิญวิทยากรมาเป็นพิเศษเพราะเป็นปราชญ์ภูมิปัญญาในท้องถิ่น มีคุณค่าและสร้างมูลคุณค่าให้ทางเศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์เน้นโดดเด่น เรื่องของการพัฒนาชุมชนในท้องถิ่น ร่วมกับการบริการของวิชาการและมาตรฐานในการเรียนการสอนที่เราจัดขึ้น คู่กับการมีงานทำของนักศึกษา เวลาต่อมา
ผู้ดำเนินการเสวนา นายชมพู อิสริยาวัฒน์ (รองคณบดีฝ่ายพันธ์กิจชุมชนสัมพันธ์และภูมิทัศน์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์)
การเปิดเสวนาเรื่อง Quadruple Helix จตุรภาคีสี่ประสานสู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน นำองค์ความรู้ทั้งสี่ภาคส่วน ไปขับเคลื่อนชุมชนและนำองค์ความรู้ทั้งหมดแบบบูรณาการเพื่อไปพัฒนาชุมชน ตามยุทธ์ศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฯ
วิทยากรผู้เข้าร่วมเสวนา
1. นายสุพจน์ สวัสดิ์พุทรา (นายกเทศมนตรีตำบลอิสาน)
เรื่อง Zero Waste การจัดการขยะเหลือศูนย์  การพัฒนาชุมชมให้ยั่งยืน ให้มีการเปลี่ยนแปลงคนและเปลี่ยนแปลงชุมชนให้ดีขึ้นโดยให้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐบาลและเอกชน หรือประชาชนทุกคนในชุมชนให้มีส่วนร่วม  เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่ม อสม. กลุ่มสตรี เป็นต้น มีโครงสร้างพื้นฐานให้มีการฟื้นฟูบ้านเมืองที่เจริญก้าวหน้า คมนาคม การเคลื่อนที่ติดต่อถึงกัน เช่น ถนน ทางน้ำ ไฟสว่างเป็นต้น  ให้ความสะดวกแก่ประชาชนหรือสิ่งแวดล้อมที่ดี ซึ่งระดับประเทศอยากให้ชุมชนหรือเทศบาลทำ Zero Waste เพื่อทำให้ชุมชนน่าอยู่มากขึ้น และทำมา 5-6 ปี โดยได้รับรางวัลระดับประเทศเมื่อปี พ.ศ.2560  รับถ้วยรางวัลและเงินรางวัล 50,000 บาท ทางมหาวิทยาลัยฯ ส่งนักศึกษาคณะสิ่งแวดล้อมมาฝึกงาน ที่เทศบาลตำบลอีสานและพัฒนาร่วมกัน เพื่อทำการแก้ไขและร่วมมือร่วมใจทำให้เทศบาลตำบลอิสานได้รับรางวัล การขยายตัวทางเศรษฐกิจ การเพิ่มจำนวนประชากร ต่างส่งผลต่อปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในทุก ๆ ปี แบบที่เราแทบไม่รู้ตัว ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ ด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นที่มาของแนวคิด Waste หรือการทำให้ขยะเหลือศูนย์ ด้วยการเลือกใช้วัตถุที่สามารถนำกลับมาแปรรูปใช้ได้ใหม่ ลดปริมาณของเสียที่จะทิ้งให้เหลือน้อยที่สุด นอกจากนี้ยังครอบคลุมไปจนถึงการบริโภคให้พอดี ใช้เงินอย่างคุ้มค่า
2. รศ.ดร ประสาท เนืองเฉลิม (มหาวิทยาลัยมหาสารคาม)
เรื่อง SDGs เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน  SDG สหประชาชาติให้แนวคิด การทำอย่างไรให้การศึกษาเท่าเทียมกัน เท่าเทียม (Equality)  ความเสมอภาค (Equality) เราใช้ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คนไหนมีความสามารถมากเราให้มาก สหประชาชาติพูดถึง Sustainable Development Goals หรือ การพัฒนาอย่างยั่งยืนมี 3 มิติ มินติที่ 1 เรื่องสังคม Society  ปัจจุบันมีความหลากหลายเพิ่มมากขึ้น เช่น วิถีการใช้ชีวิต สังคมไทย ทางความคิด ทางการศึกษา เป็นต้น  การศึกษาจะเน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิต มิติที่ 2 สมรรถนะ (Competency)  เป็นปรัญชาของการเรียนการสอน ต่อไปจะไม่เน้นแค่เนื้อหาวิชาอย่างเดียว เหล่านักศึกษาต้องไปอยู่กับสังคมในชุมชนหาปัญหาและแก้ปัญหาโดยตนเอง มิติที่ 3 (Disruption) คือ โลกที่มันพันพรวนไม่สามารถกำหนดได้
3. นายณัชอิสร์ ศรีสุขพรชัย (ประธานหอการค้าจังหวัดบุรีรัมย์)
เรื่อง Smart People  เริ่มการเสวนาและการแลกเปลี่ยน การที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โลกใบนี้จะไม่เหมือนเดิม ขณะที่ทรัพยากรจำกัด การส่งเสริมให้ชุมชนเมืองมีระบบการขนส่ง ใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพ มีสุขพลานามัยที่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่มีคุณภาพ สะดวก สะอาด ปลอดภัย จึงเป็นสิ่งจำเป็น อาจจะกล่าวโดยสรุปได้ว่าเราต้องการ “ยกระดับคุณภาพชีวิต” ของประชากรเพื่อรองรับสังคมในอนาคต Smart City หรือเมืองอัจฉริยะเป็นกระแสของโลก เป็นเรื่องของการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับเมืองให้มีความน่าอยู่มากขึ้น ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสาธารณะของเมืองได้อย่างรวดเร็ว การเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันเพื่อช่วยพัฒนาระบบบริการให้มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับพื้นที่ มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สร้างความปลอดภัย และ ปิดท้ายด้วย นายคำเดื่อง ภาษี (ประธานกลุ่มปราชญ์ชาวบ้าน จังหวัดบุรีรัมย์)  เรื่อง วิชาชีวิต ณ เวลา 12.15 น. รองศาสตราจารย์ ดร.อัครพนท์ เนื้อไม้หอม (คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์)
กล่าวขอบคุณวิทยากรและกล่าวปิดโครงการ

วันเสาร์ที่ 6 พฤศจิกายน เวลา 10.30 น. อาจารย์ประจำหลักสูตรให้ผู้ปฏิบัติงานกลุ่มงานเก่า อาจารย์ประจำหลักสูตรให้ทุกคนเข้าประชุมออนไลน์ผ่าน Google Meet อาจารย์ประจำหลักสูตรนัดประชุมชี้แจงงานให้แก่ผู้ปฏิบัติงานตำบลหนองยายพิมพ์ ให้ผู้ปฏิบัติงานแบ่งงาน ลงสำรวจข้อมูล ในหัวข้อ “อาหารประจำท้องถิ่น”  ของตำบลหนองยายพิมพ์ อาหารประจำท้องถิ่น คืออาหารที่สามารถลิ้มรสได้เฉพาะในท้องที่นั้นๆ และใช้วัตถุดิบขึ้นชื่อของตำบล และกรอกข้อมูลเพิ่มเติม U2T

อาหารประจำท้องถิ่นตำบลหนองยายพิมพ์

แกงผักหวานไข่มดแดง
: ผักหวานเป็นผักพื้นบ้านที่นิยมบริโภค เนื่องจากมีคุณค่าทางโภชนาการสูง นิยมแกงใส่ไข่มดแดง ผักหวานจะผลิยอดในเดือนมีนาคม-มิถุนายน เป็นช่วงเดียวกับมดแดงออกไข่ เป็นอาหารพื้นบ้านที่บริโภคกันมาช้านาน

ปลาร้าปลาดุกทรงเครื่อง : โดยในชุมชุนปลาดุกเป็นปลาที่สามารถหาได้ง่าย ชาวบ้านนิยมนำปลาดุกทำเป็นปลาดุกร้า ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นในการถนอมอาหาร


ต้มอึ่งใบมะขามอ่อน : เป็นอาหารตามฤดูกาล มักมีในเฉพาะหน้าฝน นิยมต้มใส่ใบมะขามอ่อน

อาจารย์มอบหมายงานในการเก็บข้อมูลส่วน U2T ดังนี้
1.กลุ่มนักศึกษา
-ที่พัก/โรงแรม
-อาหารที่น่าสนใจ
-แหล่งน้ำในท้องถิ่น
-เกษตรกรในท้องถิ่น หมู่ 1
2.ประชาชน
-พืชในท้องถิ่น
-สัตว์ในท้องถิ่น
-เกษตรกรในท้องถิ่น หมู่ 2,3,4,5,9
3.กลุ่มบัณฑิต
-ผู้ยายกลับบ้าน COVID
-ภูมิปัญญาท้องถิ่น
-ร้านอาหารท้องถิ่น
-เกษตรกรในท้องถิ่น หมู่ 6,7,8,10

ดิฉันและทีมงานได้ลงพื้นที่ทำแบบสอบถามภายในหมู่บ้านมีการดูแลสุขอนามัยเป็นอย่างดี มีการดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกัน COVID-19 อย่างเคร่งครัด  การปฏิบัติงานครั้งนี้ไม่ค่อยสะดวกมากนักยังเป็นอุปสรรคของการลงพื้นที่ในแต่ละเดือน ดิฉันเห็นความอดทนของทีมงานและเพื่อนร่วมงานเป็นสิ่งที่ดีมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่กันและกัน ติดปัญหาตรงไหนทีมงานก็จะมีการช่วยเหลืออยู่เสมอ การทำงานในเดือนตุลาคมนี้และอยู่ในระหว่างสถานการณ์ COVID-19 พวกเราทำงานกันได้ดีอย่างเช่นเคย รักษาสุขภาพ และการทำงานลุล่วงไปด้วยดี

อื่นๆ

เมนู