ดิฉัน นางสาวรัตนา สุทธิเพศ ประเภทบัณฑิตจบใหม่ ตำบลหนองยายพิมพ์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์
หลักสูตร:HS01 การส่งเสริมและการพัฒนาการผลิตปุ๋ยชีวภาพอัดเม็ด ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานประจำเดือนตุลาคม พ.ศ. 2564 มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

วันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2564
อาจารย์ประจำหลักสูตรประชุมชี้แจ้งการปฏิบัติงานผ่านระบบออนไลน์ เรื่อง การตอบแบบสอบถามการ
ประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม (SROI) ภายใต้โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ 1 ตำบล 1 มหาลัย (U2t) โดยการเก็บแบบสอบถามทั้งหมด 11 กลุ่ม รวมทั้งสิ้น 11 แบบสอบถาม ได้แก่
1. ตำบลเป้าหมาย ลักษณะกลุ่มเป้าหมาย คือ ประธานวิสาหกิจ ผู้นำชุมชน เกษตรกร
2. ลูกจ้างโครงการ ลักษณะกลุ่มเป้าหมาย คือ นักศึกษา ประชาชน และบัณฑิต
3. ครอบครัวลูกจ้าง ลักษณะกลุ่มเป้าหมาย คือ ครอบครัวของกลุ่มลูกจ้างโครงการ
4. ชุมชนภายใน ลักษณะกลุ่มเป้าหมาย คือ ชุมชน
5. ชุมชนภายนอก
6. ผู้ดูแลโครงการ
7. เจ้าหน้าที่โครงการ
8. ผู้แทนตำบล
9. หน่วยงานภาครัฐ
10. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
11. เอกชนในพื้นที่

วันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2564
อบรมการออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ปุ๋ยหมักชีวภาพอัดเม็ด ณ ศาลาประชาคมบ้านหนองยายพิมพ์ หมู่ที่ 1 ตำบลหนองยายพิมพ์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีวิทยากร คือ ดร. สินีนาฏ รามฤทธิ์ บรรยายให้ความรู้หลักการออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ดังนี้
1. การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภค
2. การกำหนดชื่อสินค้า(Brand) มีความเป็นเอกลักษณ์ น่าสนใจ ชัดเจน และไม่ซ้ำกับสินค้ายี่ห้ออื่น
3. วัสดุที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์ เพื่อคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค การยืดอายุและการนำกลับมาใช้ใหม่
4. รูปทรง บรรจุภัณฑ์ รูปร่างสวยงาม สามารถเพิ่มความประทับใจ และสร้างความเป็นเอกลักษณ์ได้
5. สีสันและกราฟิก คือ การใช้สัญลักษณ์ สี ภาพประกอบ ตัวอักษร
6. หลัก 5p ของกลยุทธ์ทางการตลาด
P1 – สินค้า (Prouct)
P2 – สถานที่ (Place)
P3 – ราคา (Price)
P4 – การประชาสัมพันธ์ (Promotion)
P5 – บรรจุภัณฑ์ (Packagting)
จากการเข้าร่วมอบรมการออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ วิทยากรได้ให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการ
อบรม และผู้เข้าอบรมได้มีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็น เเละเสนอชื่อสินค้า (Brand) โดยจากการประชาคมส่วนใหญ่ได้ชื่อสินค้าว่า “ปุ๋ยยายพิมพ์” และออกแบบโลโก้ที่เป็นสัญลักษณ์และเป็นจุดเด่นของสินค้าปุ๋ยยายพิมพ์ คือ รูปปั้นยายพิมพ์ ที่ตั้งอยู่ที่วัดหนองยายพิมพ์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ และช่วงบ่ายได้ส่งแบบสอบถามการประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม (SROI) ภายใต้โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ 1 ตำบล 1 มหาลัย (U2t)

วันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 256
เข้าร่วมกิจกรรมโครงการ “เสวนาเกษตรทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคกหนองนาโมเดล : ทางเลือกและทางรอดในยุค New Normal” ณ ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ตำบลหนองโสน อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ผู้ดำเนินรายการเสวนา โดย อาจารย์ชมพู อิสริยาวัฒน์ รองคณบดีคณะมนุษยศาสตร์ ฯ และมีผู้ร่วมเสวนา จำนวน 6 ท่าน การทำโคกหนองนาโมเดล
ด้านการเกษตร มีการปลูกผัก ผลไม้ ไว้บริโภคและจำหน่าย ปลูกไม้ยืนต้นทำให้เกิดความร่มเย็น
ด้านปศุสัตว์ มีการเลี้ยงสัตว์โดยใช้อาหารที่สามารถผลิตเองได้ เพื่อลดต้นทุนและลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน
ด้านประมง มีการเลี้ยงพันธุ์ปลา เช่น ปลานิล ปลาทับทิม เพื่อไว้จำหน่ายและบริโภค และมีการกำจัดน้ำเสียเพื่อให้เหมาะแก่การเลี้ยงปลา
ประโยชน์ของการทำโคกหนองนาโมเดล
1. ทำให้พึ่งพาตนเองได้ มีไว้จำหน่ายและบริโภคเอง
2. มีการสร้างเครือข่ายจำนวนหลายแปลงมาแบ่งปันความรู้ในการทำโคกหนองนาโมเดล
3. มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พอเพียงตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน
4. ปลูก 3 อย่างได้ประโยชน์ 4 อย่าง เช่น ไม้ยืนต้น สามารถนำมาบริโภคและจำหน่าย หรือนำมาทำฟืนได้
5. มีการปรับพื้นที่ของตนเองให้เกิดประโยชน์ในด้านต่างๆ

จากการปฏิบัติงานในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2564  และได้เข้าร่วมอบรมการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ปุ๋ยหมักชีวภาพอัดเม็ด ทำให้ได้เรียนรู้เรื่องขั้นตอนการออกแบบอย่างไรให้น่าดึงดูด และน่าสนใจ เป็นเอกลักษณ์ที่สามารถจดจำได้ง่าย และเป็นการเพิ่มมูลค่าของปุ๋ยหมักชีวภาพอัดเม็ด และกิจกรรมเสวนาเกษตรทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคกหนองนาโมเดล : ทางเลือกและทางรอดในยุค New Normal” ทำให้ทราบว่า การทำโคกหนองนาโมเดลไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอดของยุคปัจจุบัน  เพราะทำให้เกิดการพึ่งพาตนเองได้ มีสิ่งแวดล้อมที่ดี มีความร่มเย็น ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ลดค่าใช่จ่ายในครัวเรือน  สร้างความภาคภูมิใจในตนเอง และความยั่งยืนในอนาคต

 

อื่นๆ

เมนู