ดิฉัน นางสาวธัญญลักษณ์  หอมโลก กลุ่มงานบัณฑิตจบใหม่ ตำบลหนองยายพิมพ์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ หลักสูตร HS01 การส่งเสริมและการพัฒนาการผลิตปุ๋ยชีวภาพอักเม็ด  ในโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ (มหาวิทยาลัยสู่ตำบลสร้างรากแก้วให้ประเทศ) ดิฉันได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานประจำเดือน ธันวาคม  พ.ศ. 2564 ดังต่อไปนี้

            วันที่  4  ธันวาคม พ.ศ. 2564  ลงพื้นที่  บ้านหนองยายพิมพ์ หมู่ 1 ตำบลหนองยายพิมพ์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ในการอมรมการเลี้ยงไส้เดือน โดยมีนางสาวฉะไมพร แผ้วพลสง กำนันตำบลหนองยายพิมพ์ นายสำราญ  สาทิพย์จันทร์ เป็นวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับความเป็นมาและวิธีการเลี้ยงไส้เดือน การเลี้ยงไส้เดือนเริ่มจากตำบลหนองยายพิมพ์ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 400,000 บาท กลุ่มเป้าหมายคือ บ้านหนองยายพิมพ์ มีแบ่งการสนับสนุนหลายโครงการ โครงการเลี้ยงไส้เดือนเริ่มการจาก การคิดแก้ปัญหาในการกำจัดขยะอินทรีย์ ขยะอินทรีย์ คือ ขยะที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เช่น เศษอาหาร เศษใบไม้ เศษผลไม้ เป็นต้น แต่ถึงแม้ว่าจะย่อยสลายได้ง่าย แต่ขยะอินทรีย์ กลับเป็นหนึ่งในขยะที่คนละเลยมากที่สุด โดยมักจะทิ้งรวมกับขยะประเภทอื่น ทำให้การกำจัดขยะอินทรีย์และขยะประเภทอื่นได้รับผลกระทบไปด้วย ดังนั้นเพื่อลดขยะอินทรีย์ในชุมชน จึงมีโครงการเลี้ยงไส้เดือน โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนตำบลหนองยายพิมพ์ ในการแนะนำให้ความรู้ในวิธีการเลี้ยงไส้เดือน และการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ในการเลี้ยงไส้เดือน ในการเลี้ยงไส้เดือนจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่ การเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ การเลี้ยงในกะละมัง การเลี้ยงไส้เดือนดินเพื่อทำ ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือน ในบ่อซีเมนต์ ใช้วัสถุอุปกรณ์ ดังนี้

          วัสดุและอุปกรณ์ในการเลี้ยงไส้เดือนดิน

               1. บ่อซีเมนต์กลม ที่มีความกว้างของบ่อ ประมาณ 80-100

              2. มูลสัตว์หรือขี้วัวแห้ง 1 กระสอบ

              3. ไส้เดือนดิน ประมาณ 1 กิโลกรัม ต่อ1บ่อ ไส้เดือนที่นิยมเลี้ยง คือพันธุ์แอฟริกัน ลำตัวจะมีสีม่วง เพราะไส้เดือนพันธุ์พันธุ์แอฟริกัน นั้นมีข้อดีคือ ตัวอ้วนโต เคลื่อนไหวช้าและให้ปุ๋ยจำนวนที่มาก และยังขยายพันธุ์ได้เร็วอีกด้วย

          วิธีการเลี้ยงไส้เดือนดินในบ่อซีเมนต์

               1. การเตรียมบ่อซีเมนต์ โดยการนำน้ำใส่ไว้ในบ่อซีเมนต์ ใส่ต้นกล้วยหรือผักตบชวาแช่ไว้ประมาณ 3-5 วัน

               2. เตรียมขี้วัวที่จะใช้ใส่ในบ่อซีเมนต์ 1  แล้วทำให้ขี้วัวเย็น หรือคลายความร้อน นั่นคือรดน้ำขี้วัว รดน้ำประมาณ1-2 อาทิตย์ วิธีการวัดง่ายๆว่าขี้วัวเย็นพร้อมใช้หรือยัง ให้ใช้มือล้วงลงไปในขี้วัว ถ้ามือเราเย็นก็หมายถึง ขี้วัวพร้อมใช้ทำปุ๋ยแล้ว แต่ถ้ามือที่ล้วงลงไป รู้สึกอุ่นๆ ก็แสดงว่าขี้วัวยังไม่คลายความร้อน หรือยังเย็นไม่พอ ต้องรดน้ำเพิ่มให้กับขี้วัว

               3. พอวัดได้ว่าขี้วัวเย็นได้ที่แล้ว ให้นำขุยมะพร้าวผสมกับขี้วัว แล้วนำไส้เดือนดินพันธุ์แอฟริกัน ใส่ลงไปประมาณ 1 กิโลกรัม ใส่ลงไปโดยที่ไม่ต้องฝังตัวเค้าลงใต้ขี้วัว เพราะถ้าขี้วัวเย็นได้ที่ เค้าจะทำการชอนไชลงใต้ขี้วัวเอง

               4. ให้ความชื้นโดยการรดน้ำ 14 – 20 วัน วันละ 2 ครั้ง เช้า – เย็น แล้วหยุดรดน้ำให้หน้าดินแห้งประมาณ 1 อาทิตย์ ก็สามารถเก็บ ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือน

               5. การให้อาหาร เมื่อปล่อยไส้เดือนไปแล้ว ควรให้อาหารที่ความถี่ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ และจะต้องควบคุมโรงเรือนไม่ให้ร้อนเกินไป และระวังเรื่องฝนสาด เพราะน้ำจะเข้าไปทำให้เน่าได้ จากนั้นรอเวลาจนไส้เดือนรุ่นแรกโตเต็มวัย มีลูกหลานออกมา เราจึงคัดแยกแม่พันธุ์เดิมออกไป ทิ้งไว้เพียงรุ่นลูกเพื่อเลี้ยงต่อ

               6. การเก็บมูลไส้เดือน ไส้เดือนจะถ่ายมูลออกมาอยู่บริเวณด้านบน มีลักษณะคล้ายดินที่ร่วนซุยดี ใช้เวลาประมาณ 30 วัน ก็สามารถเก็บมูลได้แล้ว ให้ใช้มือกวาดเอาผิวด้านบนออกมา หากมีไส้เดือนติดมาด้วยให้คัดออกไป แล้วเอามูลไส้เดือนที่ได้ไปตากแดดจนกว่าจะแห้งสนิทดี  แล้วจึงบรรจุใส่ถุงที่มิดชิดเก็บไว้ได้ นำไปใช้ประโยชน์ในการบำรุงพื้นที่เกษตรกรรม หรือรอจำหน่ายต่อไป

          การเลี้ยงไส้เดือนดินเพื่อทำ ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือน ในกะละมัง มีวัสดุอุปกรณ์และขั้นตอนในการเลี้ยงไส้เดือน ดังนี้

          วัสดุและอุปกรณ์ในการเลี้ยงไส้เดือนดิน

               1. กะลังมังสีดำ ความกว้างประมาณ 1ศอก (ใบละไม่เกิน 20 บาท)

               2. ขี้วัว

               3. ไส้เดือนดินพันธุ์แอฟริกันที่ใช้เลี้ยงกันทั่วไป ประมาณ 3 ขีด

               4. ขุยมะพร้าวสับ หรือใบไม้แห้ง (ใบมะขามเทศ,ใบก้ามปู)

          วิธีและขั้นตอนในการเลี้ยงก็ไม่แตกต่างกันกับการเลี้ยงในท่อซีเมนต์ แค่ลดปริมาณลง

               1. นำกะละมังไปเจาะรูโดยใช้สว่าน 2 หุน เจาะให้ทั่วกะละมัง เพื่อให้น้ำไหลผ่านออกได้สะดวก

               2. นำขี้วัวมาทำการรดน้ำ ให้ขี้วัวเปียก เพื่อล้างความร้อนของขี้วัวและแก๊สออกให้หมด รดน้ำขี้วัว ประมาณ 1-2 อาทิตย์ แล้วแต่ความร้อนของขี้วัว

               3. นำกากมะพร้าวสับมาผสม ประมาณ 30% ของขี้วัว 70 % นำมาผสมให้เข้ากัน มะพร้าวสับควรแช่น้ำก่อนเพื่อล้างยางของมะพร้าวออกไป ที่ผสมกากมะพร้าวผสม เพื่อช่วยในการเพิ่มความเย็นให้กับขี้วัว ผสมเข้ากันแล้วนำไปใส่ในกะละมัง ประมาณครึ่งกะละมัง

               4. ใส่ไส้เดือน 3 ขีด ลงบนขี้วัวผสมไว้ในกะละมัง แล้วนำไว้ในโรงเรือนที่เย็น โดยทำเป็นชั้นเหล็ก หรือชั้นท่อพีวีซีก็ได้ ไส้เดือนชอบความชื้นและเย็น รดน้ำ ให้ความชื้นกับไส้เดือน 3-4 วันต่อครั้ง ประมาณ 1-2 เดือนเราก็จะได้ ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือน เต็มกะละมัง สามารถนำไปใส่ พืช ผักผลไม้ หรือจำหน่าย

          ประโยชน์ของปุ๋ยมูลไส้เดือน

               1. มีธาตุอาหารสูง เป็นอินทรีย์ 100% ปลอดสารพิษ

               2. ช่วยปรับสภาพดินให้ดีขึ้น ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื่อรา

               3. ไม่ทำให้เกิดรากไหม้ในพืช แม้ใช้ในปริมาณมาก

               4. ช่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำและดินในบ่อปลา บ่อกุ้ง

          วิธีใช้

               1. ไม้กระถาง ไม้ดอก ไม้ประดับ โรยโคนต้น 1-2 ช้อนโต๊ะ ทุกๆ 7-15 วัน

              2. ไม้ผล ไม้ยืนต้น โรยรอบโคนต้น 1-3 กิโลกรัมต่อต้น ทุกๆ 3-4 เดือน

              3. ใช้เป็นส่วนผสมดินปลูก มูลไส้เดือน 1 ส่วน : วัสดุปลูก 3 ส่วน

          การเลี้ยงไส้เดือน เพื่อผลิตปุ๋ยมูลไส้เดือนสามารถสร้างรายได้ให้กับผู้เลี้ยง ขณะที่ต้นทุนนั้นต่ำมากๆ อีกทั้งรูปแบบของการนำปุ๋ยมูลไส้เดือนไปใช้นั้น ก็ไม่ยุ่งยาก จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ปุ๋ยไส้เดือนนั้น กลายเป็นปุ๋ยที่มีมูลค่ามาก ช่วยสร้างรายได้แบบเป็นกอบเป็นกำให้แก่ผู้ผลิต เกษตรกรที่สะดวกจะทำไว้ใช้เอง ก็จะลดต้นทุนไปได้มาก และหากได้มูลไส้เดือนเกินกว่าปริมาณที่ต้องใช้ก็ยังสามารถนำออกจำหน่ายเป็นรายได้อีกทางหนึ่งได้ด้วย

        

   

      

 

อื่นๆ

เมนู