ดิฉันนางสาวอุทัยทิพย์ บุญญาคุณานนต์ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน กลุ่มประชาชน ต.หนองยายพิมพ์ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ หลักสูตร : การส่งเสริมและพัฒนาการผลิตปุ๋ยชีวภาพอัดเม็ด HS01 ดิฉันขอนำเสนอเกี่ยวกับการปฏิบัติงานประจําเดือนเมษายน – พฤษภาคม พ.ศ 2564 ดังต่อไปนี้

วันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน 2564 อบรมเรียนรู้การผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด ณ ห้องประชุมชัยคณารักษ์กูล อาคาร 6 ชั้น 2 มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ โดยนางสาวฉะไมพร แผ้วพลสง ผู้ใหญ่บ้านหนองยายพิมพ์ หมู่ 1 ตำบลหนองยายพิมพ์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ให้เกียรติเป็นวิทยากรให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน หลักสูตรการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตปุ๋ยชีวภาพอัดเม็ด ตำบลหนองยายพิมพ์และตำบลหนองกง

ขั้นตอนการผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง ตามสูตรของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
ขั้นตอนที่ 1 : ขั้นตอนการหมักปุ๋ยอินทรีย์
เตรียมวัตถุดิบ
1.มูลสัตว์ อัตราส่วน 1000 กิโลกรัม
มูลสัตว์ทุกชนิดเป็นสารอินทรีย์ที่เหมาะกับการหมักปุ๋ยอินทรีย์ เพราะใช้ระยะเวลาในการย่อยสลายน้อย และมีอินทรีย์วัตถุจำนวนมาก
2.ปุ๋ยยูเรีย อัตราส่วน 2 กิโลกรัม/ตัน
การใส่ปุ๋ยยูเรียเพื่อใช้เป็นอาหารให้จุลินทรีย์ย่อยสลายสารอินทรีย์จนกลายเป็นปุ๋ย
3.หินฟอสเฟต อัตราส่วน 25 กิโลกรัม/ตัน
ช่วยในการปรับสภาพดินให้มีค่าความเป็นกรดและความเป็นด่าง อยู่ในอัตราที่เหมาะสม

วิธีการหมักปุ๋ย
1.ผสมคลุกเคล้าวัสดุทั้งหมดให้เข้ากันพร้อมรดน้ำให้ทั่วกองปุ๋ยจนกระทั่งเข้ากัน
ขณะที่ทำการผสมให้เติมน้ำให้มีความชื้นประมาณ 50% (หรืออาจผสมน้ำสกัดชีวภาพในอัตรา 1:500 ใช้เป็นหัวเชื้อจุลินทรีย์เร่งกระบวนการย่อยสลายอินทรีย์ให้เร็วขึ้น และช่วยลดกลิ่นเหม็นที่เกิดจากกระบวนการหมัก) ปริมาณความชื้นดังกล่าวสามารถวัดได้โดยการนำมูลสัตว์ที่ผสมกันเรียบร้อยแล้ว นำมากำด้วยมือ ถ้าปล่อยมือออกมูลสัตว์ยังคงรูปได้ แสดงว่าปุ๋ยมีความชื้นพอเหมาะ แต่ถ้ากรรมแล้วปล่อยก้อนมูลสัตว์แตกเป็นก้อนเล็กๆแสดงว่าปริมาณน้ำยังไม่พอ ต้องเพิ่มน้ำอีก
2.ตักปุ๋ยขึ้นกองให้มีความสูงพอเหมาะ จากนั้นคลุมด้วยพลาสติกหรือผ้าใบให้สนิท เพื่อป้องกันลมและฝนชะกองปุ๋ย

การกลับกองปุ๋ย
ปุ๋ยที่หมักไว้จะเกิดความร้อนเนื่องจากเป็นกระบวนการที่จุลินทรีย์ทำหน้าที่ย่อยสลายสารอินทรีย์ในกองปุ๋ย ความร้อนนี้จะช่วยในการกำจัดเมล็ดวัชพืช เชื้อโรค และไข่พยาธิที่ติดมากับวัตถุดิบ แต่เพื่อไม่ให้ความร้อนสูงจนเกินไป จึงต้องมีการกลับกองเพื่อลดความร้อนลง ดังนี้
กลับกองปุ๋ยครั้งที่ 1 เมื่อหมักปุ๋ยได้ 3 วัน
กลับกองปุ๋ยครั้งที่ 2 เมื่อหมักปุ๋ยได้ 10 วัน
กลับกองปุ๋ยครั้งที่ 3 เมื่อหมักปุ๋ยได้ 17 วัน
กลับกองปุ๋ยครั้งที่ 4 เพื่อหมักปุ๋ยได้ 24 วัน

ขั้นตอนที่ 2: ขั้นตอนการผสมปุ๋ยสูตร
วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต
1. ปุ๋ยอินทรีย์
2. แม่ปุ๋ยเคมี
2.1 แม่ปุ๋ยเคมีสูตร 46-0-0
2.2 แม่ปุ๋ยเคมีสูตร 18-46-0
2.3 แม่ปุ๋ยเคมีสูตร 0-0-60
2.4 ดินเหนียวบดละเอียด

วิธีการผสมปุ๋ยสูตร ทำได้ 2 วิธีคือ
1. วิธีการผสมปุ๋ยแบบคลุกเคล้า
วิธีการนี้ทำได้โดยการนำปุ๋ยอินทรีย์ที่หมักเรียบร้อยแล้วมาทำการอัดเม็ดแล้วนำปุ๋ยอินทรีย์ที่อัดเม็ดไปตากแดดให้แห้ง จากนั้นทำการช่างปุ๋ยอินทรีย์และแม่ปุ๋ยเคมีแต่ละชนิดตามที่กำหนดไว้ มาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วบรรจุในกระสอบซึ่งมีถุงพลาสติกอยู่ชั้นในเพื่อป้องกันไม่ให้ปุ๋ยชื้น วิธีการนี้เป็นวิธีที่ง่าย สะดวก โดยที่เกษตรกรไม่ต้องจัดเก็บแม่ปุ๋ยเคมีไว้ เมื่อต้องการจะใช้ปุ๋ยก็เพียงแต่นำปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยเคมีมาผสมกันตามสูตร แล้วนำไปใช้ได้เลย แต่วิธีนี้ก็มีข้อควรระวังคือ การหาซื้อแม่ปุ๋ยเคมีที่มีขนาดใกล้เคียงกันเพื่อป้องกันการแยกตัวของปุ๋ยแต่ละชนิด ส่วนข้อดีของวิธีนี้คือ ทำได้ง่ายและมีการสูญเสียปุ๋ยน้อยในกระบวนการผลิต

2.วิธีการผสมปุ๋ยแบบผสม
วิธีการนี้ทำได้โดยนำแม่ปุ๋ยเคมีมาบดให้ละเอียดด้วยเครื่องบด จากนั้นจึงนำแม่ปุ๋ยที่บดแล้วมาผสมกับดินเหนียวบดละเอียดและปุ๋ยอินทรีย์หมักผสมคลุกเคล้ากันด้วยเครื่องผสมปุ๋ย เติมน้ำให้ปุ๋ยมีความชื้นที่พอเหมาะ นำปุ๋ยไปอัดเม็ดด้วยเครื่องอัดเม็ดปุ๋ย ถ้ายังไม่สามารถอัดเม็ดได้อาจต้องเติมน้ำลงไปอีกเล็กน้อยหรือเติมดินเหนียว หลังจากอัดเม็ดปุ๋ยแล้วให้นำปุ๋ยที่ได้ไปทำการตากแดดสัก 1-2 แดด ปุ๋ยจะแห้ง นำไปบรรจุใส่กระสอบปุ๋ย เย็บปากกระสอบให้เรียบร้อย นำปุ๋ยไปเก็บไว้ในโรงเรือนเก็บผลิตภัณฑ์

หลังจากอบรมเรียนรู้การผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดจากวิทยากรแล้ว อาจารย์ประจำหลักสูตรได้มอบหมายงานการลงพื้นทำแบบสำรวจลงระบบจัดเก็บข้อมูล U2T แก่ผู้ปฏิบัติงานตำบลหนองยายพิมพ์และตำบลหนองกง ซึ่งข้อมูลที่ที่ต้องทำการสำรวจประกอบไปด้วย
1. ผู้ที่ย้ายกลับบ้านเนื่องจากสถานการณ์โควิด
2. แหล่งท่องเที่ยว
3. ที่พัก/โรงแรม
4. ร้านอาหารในท้องถิ่น
5. อาหารที่น่าสนใจประจำถิ่น
6. เกษตรกรในท้องถิ่น
7. พืชในท้องถิ่น
8. สัตว์ในท้องถิ่น
9. ภูมิปัญญาท้องถิ่น
10. แหล่งน้ำในท้องถิ่น

 

วันอาทิตย์ที่ 2 พฤษภาคม 2564 ดิฉันและคณะผู้ปฏิบัติงานกลุ่มประชาชน ทำการลงพื้นที่ตำบลหนองยายพิมพ์เพื่อทำแบบสำรวจเกี่ยวกับเกษตรกรในท้องถิ่นพืชในท้องถิ่นและสัตว์ในท้องถิ่นลงในระบบจัดเก็บข้อมูล U2T โดยได้ประสานงานจากผู้ใหญ่บ้านเพื่อขออนุญาตเข้าพบและทำแบบสำรวจ

หลังจากลงพื้นที่ทำการสำรวจข้อมูล พบว่าจำนวนเกษตรกรในท้องถิ่นแต่ละหมู่บ้านมีจำนวนมาก คิดเป็นจำนวนร้อยละ 95 ของประชากรในท้องถิ่น

วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 งานบุญผ้าป่าปาฐกถาชุมชน ยักษ์ จับ โจน ณ ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง อำเภอนางรอง โดยจัดพิธีผ่านระบบออนไลน์ ดิฉันและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน U2T ได้เข้าร่วมชมการถ่ายทอดสดผ่านช่อง HUSOC-BRU Channel โดยมีกำหนดการดังนี้

เวลา 9.00 น. -พิธีเปิดงานบุญผ้าป่า-ปาฐกถาชุมชนผ่านระบบออนไลน์ โดยนายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์

– กล่าวรายงานโดยนางสาวเพชรรัตน์ ภูมาศ นายอำเภอนางรอง
– กล่าวสัมโมทนียกถาโดยพระครูวิสุทธิพัฒนาภิรมย เจ้าอาวาสวัดตาไก้พลวง เจ้าคณะตำบลหนองกง
-พิธีกร: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัครพล เนื้อไม้หอม คณบดี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

เวลา 9.40 -11.00 น. ปาฐกถาพิเศษผ่านระบบออนไลน์ เรื่อง “กสิกรรมธรรมชาติบนรากฐานปรัชญาแห่งเศรษฐกิจพอเพียงสู่การพัฒนาที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนในยุค world Disruption” โดยดร.ยักษ์ ฯพณฯ วิวัฒน์ ศัลยกำธร ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เวลา 11.00 น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์

เวลา 11.30 น. พิธีทอดผ้าป่าสามัคคี ณ ศูนย์เรียนรู้บ้านโคกว่าน โดยมีผู้แทนของชุมชนหมู่บ้านเข้าร่วมไม่เกิน 50 คน โดยทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรมบุญต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน โควิด19 อย่างเคร่งครัด และถ่ายทอดพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีผ่านระบบออนไลน์

เวลา 13.00 -14.15 น. บรรยายพิเศษผ่านระบบออนไลน์เรื่องกสิกรรมธรรมชาติตามศาสตร์พระราชา : ทางเลือกและทางรอดในโลกยุค Viral Disruption โดย คุณโจน จันได ผู้เชี่ยวชาญในการสร้างบ้านดิน และผู้ก่อตั้งพันพรรณ-ศูนย์การเรียนรู้เพื่อการพึ่งตนเองและศูนย์เมล็ดพันธุ์

เวลา 14.20 น. กล่าวปิดกิจกรรมบุญ โดย พระครูวิสุทธิพัฒนาภิรมย เจ้าอาวาสวัดตาไก้พลวง เจ้าคณะตำบลหนองกง

การปฏิบัติงานของเดือนนี้ได้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ดิฉันและคณะผู้ปฏิบัติงาน U2T ได้มีการรายงานต่ออาจารย์ประจำหลักสูตร พร้อมกับวางแผนการปฏิบัติงานในเดือนถัดไป

อื่นๆ

เมนู