นางสาวรัตนาพร แก้วแจ่มจันทร์ กลุ่มบัณฑิตจบใหม่ ตำบลบ้านสิงห์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์
ปฏิบัติงานประจำเดือนตุลาคม 2564 ณ ตำบลบ้านสิงห์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์
หลักสูตร HS03 การส่งเสริมและพัฒนาขนมไทย

    เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าหรือโควิด-19 ที่กำลังระบาดในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ แม้จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น มีผู้ติดเชื่อลดลงและรวมไปถึงการได้รับวัคซีนในจังหวัดบุรีรัมย์ที่มากขึ้น การลงพื้นที่ปฏิบัติงานยังคงเป็นไปตามมาตราการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าอย่างเคร่งครัด และยังคงเน้นการทำงานผ่านระบบออนไลน์

       การปฏิบัติงานประจำเดือนตุลาคม 2564

    วันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม 2564 เวลา 10.00 น. ประชุมผ่าน google meet เนื้อหาในการประชุมคือ การชี้แจงการทำงานประจำเดือนตุลาคมและการแนะนำผู้ปฏิบัติงานใหม่ที่เข้ามาเริ่มงานในเดือนตุลาคมจำนวน 5 ราย ประกอบด้วย กลุ่มบัณฑิตจบใหม่ 3 ราย กลุ่มประชาชน 1 ราย และกลุ่มนักศึกษา 1 ราย

 ภาพบรรยากาศการประชุมผ่าน google meet 

     วันอังคารที่ 5 ตุลาคม 2564 เวลา 16.00 น. ประชุมผ่าน google meet เนื้อหาในการประชุมคือ การมอบหมายงานและอธิบายรายละเอียดการสอบถามข้อมูลในแบบสอบถาม U2T-SROI  และนัดหมายการอบรมการทำอุปกรณ์ป้องกันตัวเองในสัปดาห์ถัดไป

ภาพบรรยากาศการประชุมผ่าน google meet 

     วันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม 2564 เวลา 14.00 น. กลุ่มบัณฑิตจบใหม่ได้ร่วมกันจัดเตรียมสถานที่และเตรียมความพร้อม ณ ศาลาประชาคมบ้านหนองบัวราย เพื่อใช้เป็นสถานที่ในการอบรม 

บรรยากาศการจัดเตรียมสถานที่

    วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564 ในช่วงเช้าลงพื้นที่สอบถามข้อมูลแบบสอบถาม U2T-SROI ในพื้นที่ตำบลบ้านสิงห์ แบบสอบถามข้อมูลแบ่งออกเป็น 11 ประเภท คือ

    1. ตำบลเป้าหมาย

    2. ลูกจ้างโครงการ

    3. ครอบครัวลูกจ้างโครงการ

    4. ชุมชนภายใน

    5. ชุมชนภายนอก

    6. อาจารย์ผู้ดูแลโครงการ

    7. เจ้าหน้าที่โครงการ USI 

    8. ผู้แทนตำบล

    9. หน่วยงานภาครัฐ

    10. หน่วยงาน อปท.

    11. เอกชนในพื้นที่

     ดิฉันได้รับมอบหมายให้ สอบถามข้อมูลในหัวข้อ หน่วยงาน อปท. ดิฉันได้รับเกียรติจากผู้ใหญ่รัศมี คงพลปาน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 บ้านหนองทะยิง เป็นผู้ให้ข้อมูลในครั้งนี้

     ในช่วงบ่ายได้มีการจัดอบรมในหัวข้อการทำอุปกรณ์ป้องกันตัวเอง ณ ศาลาประชาคมบ้านหนองบัวราย มีตัวแทนหมู่บ้านหมู่บ้านล่ะ 2 ราย เข้าร่วมการอบรมในครั้งนี้ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.สุกัญญา ทองขัน และ ดร. สุภาวรัตน์ ทัพสุริย์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มาเป็นวิทยากรให้ความรู้และสาธิตการทำ น้ำมันเหลือง ยาหม่องไพล และสเปรย์กันยุงสนุนไพร ให้กับผู้เข้าร่วมอบรมในครั้งนี้

น้ำมันเหลือง

   ส่วนประกอบการเตรียมน้ำมันไพล

     1. ไพล 200 กรัม

     2. ขมิ้น 50 กรัม

     3. น้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันปาล์ม 100 กรัม

  วิธีทำ

     นำไพลและขมิ้นที่แก่จัด มาปลอกเปลือกไพลและขมิ้นหั่นเป็นชิ้นบาง (คล้ายกับการทำกล้วยฉาบ) จากนั้นนำไปทอดในน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันปาล์ม โดยใช้ไฟกลาง จนกระทั่งไพลและขมิ้นกรอบเหลือง (ระวังอย่าให้ไหม้) กรองเอาน้ำมันจะได้น้ำมันไพล (จะได้น้ำมันไพลประมาณ 70-80 มิลลิลิตร)

    ส่วนประกอบของน้ำมันเหลือง

     1. เมนทอล 120 กรัม

     2. การบูร 80 กรัม

     3. พิมเสน 40 กรัม

     4. นํ้ามันไพล 200 มิลลิลิตร

   วิธีทํา

     ผสมเมนทอล การบูร และพิมเสน คนให้ละลาย (ถ้าละลายไม่หมดสามารถเพิ่มเมนทอลลงไปทีละน้อย) แล้วจึงเติมน้ำมันไพล และเทลงขวดบรรจุเพื่อนําไปใช้งาน 

ยาหม่องไพล

   ส่วนประกอบ

     1. วาสลีน 120 กรัม

     2. พารากิน 80 กรัม

     3. น้ำมันไพล 60 มิลลิลิตร

     4. พิมเสน 20 กรัม

     5. เมนทอล 20 กรัม

     6. การบูร 20 กรัม

     7. นํ้ามันยูคาลิปตัส 30 มิลลิลิตร    

     8. นํ้ามันระกำ 100 มิลลิลิตร

   วิธีทํา

  1. ชั่งพาราฟินและวาสลินลงภาชนะ แล้วนำมาให้ความร้อน จะสังเกตเห็นว่าพาราฟินและวาสลินจะเริ่มละลาย (ใส)

     2. ผสมเมนทอล การบูร พิมเสน น้ำมันระกำ นํ้ามันยูคาลิปตัส และน้ำมันสมุนไพร คนจนสารละลายเป็นเนื้อเดียวกัน

     3. เมื่อพาราฟินและวาสลินใสจนเป็นเนื้อเดียวกันให้เติมของผสมระหว่างเมนทอล การบูร พิมเสนน้ำมันระกำและน้ำมันยูคาลิปตัส (จากข้อ 2) แล้วคนให้เป็นเนื้อเดียวกัน

     4. เทสารละลายที่ได้ใส่ภาชนะที่บรรจุยาหม่อง ตั้งทิ้งไว้จนยาหม่องแข็งตัว

  หมายเหตุ

   1. ไม่ควรใช้ความร้อนที่สูงเกินไป จะทำให้กลิ่นระเหยหมดและอาจทำให้เกิดไฟลุกไหม้ได้

   2. การให้ความร้อนที่มีเปลวไฟ ให้ทำการตุ๋นในน้ำร้อนเพื่อป้องกันการเกิดไฟลุกไหม้

   3. สามารถปรับเพิ่มได้ตามตราส่วน เมื่อต้องการยาหม่องในปริมาณที่มากขึ้น

สเปรย์กันยุงสมุนไพร

     ส่วนประกอบ

1. เอทิลแอลกอฮอล์ 1 ลิตร

2. ตะไคร้หอมหั่นฝอย 100 กรัม

3. ผิวมะกรูด 50 กรัม

4. การบูร 50 กรัม

    วิธีทำ

1. นำตะไคร้หอมและเปลือกมะกรูดหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ นำมาห่อด้วยผ้าขาวบาง

2. แช่มะกรูดและตะไคร้ในเอทิลแอลกอฮอล์ เติมการบูร 50 กรัม ปิดฝาหมักทิ้งไว้ 1 สัปดาห์ (เขย่าทุกวัน)

3. กรอกใส่ขวดพร้อมนำไปใช้งาน

หลังจากจบการสาธิตการทำอุปกรณ์ป้องกันตัวเอง กลุ่มผู้ปฏิบัติงานและอาจารย์ประจำกลุ่มได้มอบ ยาหม่องไพล ยาเหลือง สเปรย์กันยุงสมุนไพร และหน้ากากอนามัย ให้กัยตัวแทนหมู่บ้าน เพื่อนำกลับไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านในหมู่บ้าน

ภาพบรรยากาศการอบรม 

     ลงพื้นที่สำรวจข้อมูล ณ ตลาดนัดเย็นสี่แยกบ้านหนองขามและตลาดนัดเย็นบ้านโคกไม้แดง

ในการลงพื้นที่สำรวจข้อมูลได้รับความอนุเคราะห์จากพ่อค้าแม่ค้าในตลาดเป็นผู้ให้ข้อมูล โดยสรุปได้ดังนี้

  • มีการกำหนดทางเข้าออกอย่างชัดเจน และมีการคัดกรองพนักงาน เจ้าหน้าที่ และผู้รับบริการ พร้อมทำสัญลักษณ์ให้กับผู้ที่ผ่านการคัดกรอง หากพบว่ามีอาการไข้หรือวัดอุณหภูมิได้ ตั้งแต่ 37.5 องศา เซลเซียสขึ้นไป ร่วมกับ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส หายใจเร็ว หายใจเหนื่อย หรือหายใจ ลำบาก อย่างใดอย่างหนึ่ง และอาจมีอาการท้องเสียร่วมด้วย แนะนำไปพบแพทย์ทันทีและห้ามเข้าไปซื้อของในตลาด
  • มีมาตรการให้ผู้ค้าและผู้ใช้บริการต้องสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ใช้บริการ
  • จัดให้มีที่ล้างมือด้วยสบู่และน้ำหรือเจลแอลกอฮอล์ ให้บริการแก่ผู้ค้าและผู้ซื้ออย่างเพียงพอ
  • มีการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้ในการป้องกันโรคติดเชื้อโควิดตามช่องทางต่าง ๆ และสื่อสาร เน้นย้ำประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบกิจการเจ้าของร้าน/แผงในตลาด รวมถึงผู้ช่วยขายทั้งชาวไทยและแรงงาน ต่างด้าว ให้สังเกตอาการตนเอง หรือถ้าได้เดินทางไป หรือเกี่ยวข้องกับแหล่งที่เกิดการระบาด แนะนำให้ไป ตรวจคัดกรอง COVID-19 โดยเร็วที่สุด

   ลงพื้นที่เก็บข้อมูล ณ หมู่ 10 บ้านหนองทะยิง  ต.บ้านสิงห์ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ การเก็บข้อมูลครั้งนี้เป็นการเก็บข้อมูลสำหรับที่พักอาศัย จำนวน 50 ครัวเรือน  โดยสรุปข้อมูลได้ดังนี้

  • ในแต่ละครัวเรือนมีการสำรวจประเมินตนเองและบุคคลที่อาศัยอยู่ในครัวเรือนตลอดว่า เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือหากติดเชื้อแล้วจะมีอาการรุนแรงหรือไม่เช่นผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเรื้อรัง เป็นต้น อีกทั้งยังมีการสำรวจว่าตนเองและบุคคลในครัวเรือนมีการทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวันมีความเสี่ยต่อการติดเชื้อ หรือเดินทางกลับจากที่เสี่ยงหรือไม่
  • มีการสังเกตอาการของตนเองและบุคคลที่อาศัยอยู่ร่วมกันหากพบว่ามีไข้ ร่วมกับมีไอ หรือมีอาการต่าง ๆ ที่เข้าข่ายเสี่ยงติดโรคโควิด-19 ให้รีบไปพบแพทย์ทันที
  • มีการดูแลสุขอนามัยตลอดโดยการล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ หรือน้ำสบู่ ทั้งก่อนปรุงอาหาร ก่อนรับประทานอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ หลังหยิบจับสิ่งสกปรก และหลังกลับจากนอกบ้านทุกครั้ง
  • มีการรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ และใช้ช้อนส่วนตัวในการรับประทานอาหาร
  • ส่วนใหญ่บุคคลในครัวเรือนจะแยกของใช้ส่วนตัวกัน เช่น แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดหน้า แต่ในบางครัวเรือนจะยังใช้แก้วน้ำร่วมกับคนในครัวเรือนอยู่
  • เมื่อกลับจากทำภารกิจหรือกิจกรรมนอกบ้านจะเปลี่ยนเสื้อผ้า ล้างมือ หรืออาบน้ำโดยทันที

อื่นๆ

เมนู