ข้าพเจ้า นางสาวปรียานันท์ พันทะกัน ประเภทนักศึกษา ตำบลบ้านสิงห์

ในเดือนพฤศจิกายน ข้าพเจ้าได้วางแผนการปฏิบัติงาน ได้ลงพื้นที่เพื่อทำแบบสอบถามและเก็บรวบรวมข้อมูล โดยการปฏิบัติงานประจำเดือนพฤศจิกายน มีดังนี้

          วันที่ 22 ตุลาคม 2564 ลงพื้นที่อบรมเกี่ยวกับการขอมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) โดยนักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ และนักสาธารณสุขมาเป็นวิทยากรในการบรรยายในครั้งนี้ และในช่วงแรกนักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ โดย นางภัทรวดี มักขุนทด บรรยายข้อมูลเกี่ยวกับการจัดตั้งกลุ่มอาชีพ พัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์ OTOP โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

  1. สร้างงานและเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชน
  2. เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน
  3. ส่งเสริมการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น
  4. ส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
  5. ส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของชุมชน

ประเภทผลิตภัณฑ์ หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ที่จะนำมาดำเนินการลงทะเบียนต้องผ่านกระบวนการผลิต โดยใช้ภูมิปัญญา จำนวน 5 ประเภท ดังนี้

  1. ประเภทอาหาร
  2. ประเภทเครื่องดื่ม
  3. ประเภทเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย
  4. ประเภทของใช้/ของตกแต่ง/ของที่ระลึก
  5. ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร

มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) ข้อกำหนดคุณลักษณะของ ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยชุมชน มีภูมิปัญญาท้องถิ่นและเอกลักษณ์เฉพาะ อยู่บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ และเป็นที่ยอมรับของผู้ที่เกี่ยวข้อง”

เครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน  เครื่องหมายการรับรองคุณภาพที่แสดงกับผลิตภัณฑ์ชุมชนที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด

ประโยชน์ของการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน
• ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพดีขึ้น มีความปลอดภัย
• ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสม่ำเสมอ
• ผู้ซื้อ ผู้บริโภค และผู้เกี่ยวข้องตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
• สร้างความเชื่อมัน และความน่าเชื่อถือ
• เพิ่มโอกาสทางการค้า ผู้ผลิตเข้าถึงตลาดได้ง่ายขึ้น

เงื่อนไขของผู้ยื่นขอ

  • เป็นผู้ผลิตชุมชน ไม่เป็นผู้แอบอ้าง หรือทำการผลิตแอบแฝง และมีคุณสมบัติเป็น

– บุคคลทั่วไป
– กลุ่มผู้ผลิตชุมชน(ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานราชการ/วิสาหกิจชุมชน หรือ
– นิติบุคคลที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบการ OTOP

  • ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอ เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในรายชื่อมาตรฐาน มผช. ทั้ง 5 ประเภท

(http://tcps.tisi.go.th/public/StandardList.aspx) และต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่ควบคุมที่
เกี่ยวข้องก่อน เช่น ได้รับอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข กรมสรรพสามิต

  • ยอมรับการปฏิบัติตามข้อกำหนดทั่วไปในการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ และการรับรองคุณภาพ
    ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
  • ยื่นคำขอต่อหน่วยรับรองตามแบบคำขอที่กำหนด (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึงวันที่ 30 มิถุนายน )
    (สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดบุรีรัมย์)

การตรวจติดตามผล

  • ตรวจติดตามผลคุณภาพผลิตภัณฑ์ภายหลังได้รับการรับรองอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  • ตรวจประเมิน ณ สถานที่ทำของผู้ได้รับการรับรอง
    – อาจเก็บตัวอย่างเพื่อส่งทดสอบ/ตรวจสอบ
    – แจ้งผลการตรวจสอบให้ผู้ได้รับการรับรองทราบ

การต่ออายุใบรับรอง

  • ให้ยื่นขอใหม่ล่วงหน้า 120 วัน ก่อนที่ใบรับรองจะสิ้นอายุ (หากมีความประสงค์ขอต่ออายุใบรับรอง)
  • หน่วยรับรองจะดำเนินการตามกระบวนการรับรอง มผช.

การสิ้นอายุใบรับรอง

  • ใบรับรองครบอายุ 3 ปี
  • ผู้ได้รับการรับรองขอยกเลิกการรับรอง
  • ผู้ได้รับการรับรองเลิก หรือถูกสั่งให้เลิกประกอบกิจการ
  • มาตรฐานมีการแก้ไข ใบรับรองจะมีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่มาตรฐานใหม่มีผลบังคับใช้
  • มาตรฐานมีการยกเลิก
  • ผลิตภัณฑ์ที่ตรวจติดตามผลไม่เป็นไปตามมาตรฐาน 2 ครั้งติดต่อกัน

ในช่วงที่สองนักสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดย นายลักษิกา คำศรี บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับกรณีศึกษาสถานที่ผลิตอาหารแปรรูปที่บรรจุในภาชนะพร้อมจำหน่ายตามมาตรฐาน Primary GMP

หัวใจ 3 ประการ ของการผลิตอาหารที่ปลอดภัย

  • หัวใจที่ 1 ลดอันตรายเบื้องต้น
    คัดเลือกวัตถุดิบ ส่วนผสมที่มีคุณภาพดี ใช้ภาชนะบรรจุที่สะอาด และมีการล้างทำความสะอาดรวมทั้งผลิตในสถานที่ที่มีสภาพแวดล้อมที่ดีและเครื่องมือ อุปกรณ์ไม่ก่อให้เกิดการปนเปื้อน
  • หัวใจที่ 2 ลด/ยับยั้ง-ทำลายเชื้อจุลินทรีย์
    ใช้ความร้อนฆ่าเชื้ออย่างเพียงพอ
  • หัวใจที่ 3 ป้องกันการปนเปื้อนซ้ำ
    โดยการปฏิบัติงานอย่างถูกสุขลักษณะแยกระหว่างของสุก และของดิบ

Primary GMP

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข(ฉบับที่ 342) พ.ศ.2555 เรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือ เครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหารแปรรูปที่บรรจุในภาชนะพร้อมจำหน่าย กำหนดหลักเกณฑ์การตรวจประเมินสถานที่ 6 หมวด ดังนี้

  1. สถานที่ตั้ง & อาคารผลิต
  2. เครื่องมือ & อุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต
  3. การควบคุมกระบวนการผลิต
  4. การสุขาภิบาล
  5. การบำรุงรักษา & การทำความสะอาด
  6. บุคลากรและสุขลักษณะผู้ปฏิบัติงาน

          วันที่ 24 ตุลาคม 2564 ได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูล หมู่ 5 บ้านหนองตาชี ตำบลบ้านสิงห์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเก็บข้อมูลแบบสำรวจสำหรับที่พักอาศัย โดยมีข้อมูล ดังนี้

        1. มีการประเมินตนเองและบุคคลที่อาศัยอยู่ในครัวเรือนว่า

  • เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือหากติดเชื้อแล้วจะมีอาการรุนแรงหรือไม่ เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเรื้อรัง หรือไม่
  • ในการทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวันมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เช่น บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ปฏิบัติงานในสถานบันเทิง/สถานบริการต่างๆ เป็นต้น หรือไม่
  • ตนเองหรือบุคคลในครัวเรือนมีการเดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่ระบาด หรือไม่มีการสังเกตอาการของตนเองและบุคคลที่อาศัยอยู่ร่วมกัน หากพบว่ามีไข้ ร่วมกับไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส หายใจเร็ว หายใจเหนื่อย หรือหายใจลำบากอย่างใดอย่างหนึ่ง และอาจมีอาการ ท้องเสียร่วมด้วย ให้รีบไปพบแพทย์ทันที หรือไม่

      2. มีการดูแลสุขอนามัยด้วยการล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์โดยเฉพาะก่อนเตรียม ปรุงอาหาร ก่อนรับประทานอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ หลังหยิบจับสิ่งสกปรก หลังเยี่ยมผู้ป่วยในสถานพยาบาล หลังสัมผัสหรือเล่นกับสัตว์เลี้ยง และหลังกลับจากนอกบ้าน หรือไม่

      3. มีการรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ และใช้ช้อนส่วนตัว หรือไม่

      4. ไม่ใช้สิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว ช้อน แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำ หรือไม่

      5.  เมื่อกลับจากการทำภารกิจหรือกิจกรรมนอกบ้าน ให้ล้างมือ ชำระร่างกาย เปลี่ยนเครื่องแต่งกายทันที หรือไม่

          จากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลสำหรับที่พักอาศัยพบว่า ชาวบ้านมีการประเมินตนเองและบุคคลที่อาศัยอยู่ในครัวเรือนว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือไม่ และในการทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันของชาวบ้านบ้านหนองตาชีไม่ค่อยมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เนื่องจากส่วนใหญ่คนในหมู่บ้านจะทำอาชีพเกษตรกร ไม่ได้ไปพบปะผู้คนมากนัก และไม่ได้ไปในพื้นที่ที่แออัด จึงทำให้ไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19) และคนในชุมชนมีการสังเกตอาการของตนเองและอาการของบุคคลที่อาศัยอยู่ร่วมกันว่ามีอาการเข้าข่ายการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19) หรือไม่ และคนในชุมชนมีการดูแลสุขอนามัยด้วยการล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ หลังจากทำกิจกรรมหรือสัมผัสสิ่งของต่าง ๆ มีการรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ และใช้ช้อนส่วนตัว และไม่ใช้สิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวร่วมกัน แต่จะมีเพียงบางครัวเรือนเท่านั้นที่ใช้แก้วน้ำร่วมกัน และหลังจากที่กลับจากการทำภารกิจหรือกิจกรรมนอกบ้าน ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะล้างมือ ชำระร่างกาย และเปลี่ยนเครื่องแต่งกายทันที 

          วันที่ 25 ตุลาคม 2564 ได้ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลตามที่ได้รับมอบหมายในพื้นที่ หมู่ 5 บ้านหนองตาชี ตำบลบ้านสิงห์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อนำข้อมูลไปบันทึกในแบบฟอร์มทั้งหมด 10 ด้าน ได้แก่ 

  • ผู้ที่ย้ายกลับบ้าน เนื่องจากสถานการณ์โควิด
  • แหล่งท่องเที่ยว
  • ที่พัก/โรงแรม
  • ร้านอาหารในท้องถิ่น
  • อาหารที่น่าสนใจประจำถิ่น
  • เกษตรกรในท้องถิ่น
  • พืชในท้องถิ่น
  • สัตว์ในท้องถิ่น
  • ภูมิปัญญาท้องถิ่น
  • แหล่งน้ำในท้องถิ่น

         

          จากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลในเดือนพฤษภาคม พบว่าชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพหลัก คือ เกษตรกร เช่น ทำนา ทำไร่มันสำปะหลัง ทำสวนดอกไม้ (ดอกพุด ดอกมะลิ) รองลงมาคือเลี้ยงสัตว์ เช่น วัว ควาย ไก่ ชุมชนแห่งนี้มีการปลูกพืชที่หลากหลาย แต่ที่มีการปลูกเป็นส่วนใหญ่ คือ มันสำปะหลัง และดอกไม้ เช่น ดอกพุด ดอกดาวเรือง ดอกมะลิ เพราะชาวบ้านปลูกเพื่อจำหน่าย และก็มีพืชที่ปลูกตามรั้วบ้านไว้กิน เช่น มะขาม แก้วมังกร กล้วย มะม่วง และผักสวนครัวชนิดต่าง ๆ แหล่งน้ำในชุมชนจะเป็นสระน้ำกลางหมู่บ้าน แต่ชุมชนแห่งนี้ไม่มีแหล่งท่องเที่ยว ที่พัก/โรงแรม และไม่มีร้านอาหารในท้องถิ่น มีเพียงร้านขายของชำเล็ก ๆ เท่านั้น

          วันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 ลงพื้นที่อบรมการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ ณ ศาลากลางหมู่บ้านบ้านหนองบัวราย โดยมีอาจารย์ปิติวรรณ ฝ้ายโคกสูง อาจารย์ประจำสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ มาเป็นวิทยากรในการบรรยายในครั้งนี้ โดยการบรรยายในครั้งนี้จะเป็นการบรรยายเกี่ยวกับการทำการตลาดออนไลน์ โดยให้แบ่งกลุ่มออกเป็น 2 กลุ่ม เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ประเภทอาการ และกลุ่มผลิตภัณฑ์ประเภทสิ่งของเครื่องใช้ภายในตำบลบ้านสิงห์ โดยให้ผู้ปฏิบัติงานเขียนว่าในตำบลบ้านสิงห์มีผลิตภัณ์อะไรบ้างที่สามารถสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนได้ และต่อมาอาจารย์ได้ให้ผู้ปฏิบัติงานตำบลบ้านสิงห์ได้สร้างเพจเพื่อเป็นช่องทางในการโปรโมทสินค้า เพราะเป็นช่องทางการขายที่สะดวกและเข้าถึงผู้คนได้ง่าย และอาจารย์ยังได้สอนเทคนิคการทำเพจยังไงให้ปัง ให้ผู้คนเข้าถึงได้เยอะ และยังสอนเทคนิคการถ่ายภาพสินค้าผลิตภัณฑ์ให้น่าสนใจ และดึงดูดลูกค้า พร้อมกับสอนเทคนิคการโพสต์ภาพผลิตภัณฑ์พร้อมแคปชั่นที่ดึงดูดลูกค้าให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย

          วันที่ 7 พฤศจิกายน 2564 เข้าร่วมการประชุมออนไลน์ผ่านทาง Google Meet ในการประชุมครั้งนี้อาจารย์ประจำหลักสูตรตำบลบ้านสิงห์ได้ชี้แจ้งและมอบหมายงานให้ผู้ปฏิบัติงานได้ทราบ ดังนี้

  1. แจ้งให้ผู้ปฏิบัติงานเก็บข้อมูลในระบบ cbd ให้เก็บข้อมูล 1,000 ชุด ให้ครบภายในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2564
  2. วิเคราะห์ปัญหาในชุมชน โดยนำข้อมูลในระบบ cbd ที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคนได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อพัฒนา ปรับปรุง และแก้ไข โดยจัดทำเป็นรูปแบบ G-Map ทั้งนี้ให้แต่ละตำบลได้เลือหัวข้อ 3 หัวข้อจากทั้งหมด 10 หัวข้อ โดยตำบลบ้านสิงห์ได้เลือหัวข้อ อาหารที่น่าสนใจประจำถิ่น ภูมิปัญญาท้องถื่น และแหล่งน้ำในท้องถิ่น
  3. แจ้งกำหนดการการอบรมทำลูกประคบสมุนไพร

หลังจากได้รับคำสั่งการปฏิบัติงานจากอาจารย์ประจำหลักสูตร กลุ่มนักศึกษาได้วิเคราะห์ Pain point ในหัวข้อภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยได้นำข้อมูลจากระบบ cbd มาวิเคราะห์และจัดทำเป็นสไลด์ 3 แผ่น แผ่นแรก คือ pain point เป็นการอธิบายปัญหาในประเด็นที่เราเลือกมาว่ามีปัญหาอะไร แผ่นที่สองเป็นการบรรยายถึงข้อมูลประเด็นที่เราทำ ส่วนแผ่นสุดท้ายเป็นการเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาในประเด็นที่เลือก

          วันที่ 13 พฤศจิกายน 2564 ลงพื้นที่อบรมการทำลูกประคบสมุนไพรและนวดแผนโบราณ ณ ศาลากลางหมู่บ้านบ้านหนองบัวราย ตำบลบ้านสิงห์ โดยการอบรมในครั้งนี้ได้เชิญวิทยากร อาจารย์ประจำสาขาวิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ มาให้ความรู้และสอนวิธีการทำลูกประคบสมุนไพร และวิทยากรจากกลุ่มงานการแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลนางรอง มาสอนวิธีการนวดแผนไทยให้กับผู้ปฏิบัติงานและชาวบ้านได้รับชม และให้ตัวแทนได้ลองปฏิบัติตามที่สอน โดยรายละเอียดการทำลูกประคบสมุนไพรมีดังนี้

การทำลูกประคบสมุนไพร

วัสดุ-อุปกรณ์ (ได้ลูกประคบประมาณ 10 ลูก)

  • ผ้าดิบหรือผ้าฝ้าย ขนาด 40 x 40 เซนติเมตร
  • เชือกยาว 200 เซนติเมตร
  • ภาชนะสำหรับผสมสมุนไพร
  • เครื่องชั่ง

สมุนไพรสำหรับทำลูกประคบ ใช้สมุนไพรสดหรือแห้งก็ได้แต่ต้องไม่มีรา

– กลุ่มน้ำมันหอมระเหย (ใช้อย่างน้อย 3 อย่าง)

  • ไพล ช่วยลดอาการปวดเมื่อย เคล็ดขัดยอก คลายกล้ามเนื้อ ลดอาการอักเสบ ฟกช้ำ บวม
  • ตะไคร้ แต่งกลิ่น ลดอาการฟกช้ำ ลดอาการปวดเมื่อย
  • ขมิ้นอ้อย ช่วยลดอาการอักเสบ แก้โรคผิวหนัง
  • ผิวมะกรูด มีน้ำมันหอมระเหย แก้ลมวิงเวียน (ถ้าไม่มีใช้ใบแทนได้)
  • ผิวส้ม บรรเทาลมวิงเวียน
  • ข่า รักษาโรคผิวหนัง กลากเกลื้อน

– กลุ่มที่มีรสเปรี้ยว (กรดอ่อน ๆ)

  • ใบมะขาม ช่วยให้เส้นเอ็นหย่อน แก้โรคผิวหนังผื่นคัน ช่วยบำรุงผิว
  • ใบขี้เหล็ก ช่วยละลายไขมันใต้ผิวหนัง ทำให้หลับสบาย
  • ใบส้มป่อย ช่วยบำรุงผิว แก้โรคผิวหนัง ลดความดัน

– กลุ่มสารที่มีกลิ่นหอม จะระเหยเมื่อถูกความร้อน

  • การบูร แต่งกลิ่น บำรุงหัวใจ
  • พิมเสน แต่งกลิ่น ลดอาการพุพองผดผื่น บำรุงหัวใจ
  • เกลือ ช่วยดูดความร้อน และช่วยพาให้ตัวยาซึมผ่านผิวหนังได้ดีขึ้น

ในสูตรนี้ใช้สมุนไพรแห้ง (สามารถนำสมุนไพรสดไปตากหรืออบให้แห้งได้)

  • ไพล 400 กรัม
  • ผิวมะกรูด 100 กรัม
  • การบูร 30 กรัม
  • ขมิ้นชัน 100 กรัม
  • ใบมะขาม 100 กรัม
  • พิมเสน 30 กรัม
  • ตะไคร้ 200 กรัม
  • ใบส้มป่อย 50 กรัม
  • เกลือ 60 กรัม

วิธีการทำ

  1. บดหรือทุบสมุนไพรแห้งพอหยาบ
  2. ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน
  3. ชั่งส่วนผสม 100 กรัม วางลงบนผ้า
  4. ห่อผ้าและมัดเชือกให้แน่น
  5. บรรจุลูกประคบไว้ในถุง เก็บในที่แห้ง สามารถเก็บได้ประมาณ 1 ปี

การเก็บรักษาลูกประคบ

  • เก็บไว้ในที่แห้ง ไม่มีฝุ่น
  • สำหรับลูกประคบสมุนไพรสด สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้ 2-3 วัน

การใช้งาน

  • สำหรับลูกประคบแห้ง ควรพรมน้ำบนลูกประคบก่อนนำไปนึ่ง
  • นำลูกประคบที่ได้ไปนึ่งในหม้อนึ่ง ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที

อื่นๆ

เมนู