ข้าพเจ้านางสาวศันสนีย์ กองศักดิ์  ประเภทบัณฑิตจบใหม่ ตำบลบ้านสิงห์
หลักสูตร: การส่งเสริมและพัฒนาการทำขนม
ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลประจำเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2564
ในพื้นที่ตำบลบ้านสิงห์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์

กิจกรรมอบรมการจัดตั้งกลุ่มอาชีพ พัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์ OTOP 

วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม เวลา 13:00 . ลงพื้นที่จัดกิจกรรมอบรมการจัดตั้งกลุ่มอาชีพ พัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์ OTOP ณศาลากลาง หมู่ 7 บ้านหนองบัวราย ตำบลบ้านสิงห์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยการอบรมครั้งนี้ได้เชิญตัวแทนหมู่บ้านละ 2 คนหรือผู้ที่สนใจเข้าร่วมอบรมการจัดตั้งกลุ่มอาชีพพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ OTOP วัตถุประสงค์ของการอบรมในครั้งนี้เพื่อเป็นการต่อยอดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมไทยในท้องถิ่นอย่างยั่งยืนโดยมีวิทยากรคือ นางภัทรวดี มักขุนทด นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ เป็นผู้บรรยาและให้คำแนะนำเกี่ยวกับวีธีการเตรียมความพร้อมสำหรับผู้เข้าร่วมอบรมคนใดที่มีความสนใจหรืออยากพัฒนาอาชีพของตนสู่ผลิตภัณฑ์ OTOP โดยต้องมีการเตรียมความพร้อมดังนี้
ลำดับแรกต้องดูเรื่องสุขลักษณะการผลิตของตนเอง
1. สถานที่ต้ังอาคารที่ทำและบริเวณโดยรอบ
สะอาด ไม่มีน้ำขังแฉะ ไม่สกปรก
อยู่ห่างสถานท่ีท่ีมีฝุ่น เขม่า ควัน มากผิดปกติ
ไม่อยู่ใกล้สถานท่ีน่ารังเกียจ เช่น แหล่งเก็บขยะ บริเวณท่ีเพาะเลี้ยงสัตว์
พื้นผนัง เพดาน เป็นวัสดุท่ีคงทนเรียบสะอาดอยู่ในสภาพดี
แยกเป็นสัดส่วนไม่อยู่ใกล้สุขา
พื้นท่ีปฏิบัติงานไม่แออัดแสงสว่างเพียงพอ การระบายอากาศเหมาะสม

2. เครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ในการทำสะอาด เหมาะสมกับการใช้งาน ไม่ก่อให้เกิดการปนเปื่อน มีเพียงพอ เป็นวัสดุผิวเรียบ ไม่เป็นสนิม ล้างทำความสะอาดง่าย

3. การควบคุมกระบวนการทำ
วัตถุดิบและส่วนผสมในการทำความสะอาด มีคุณภาพดี ล้างก่อนนาไปใช้
การทำ เก็บรักษา และการขนย้ายมีการป้องกันการปนเปื้อนและการเสียหายของสินค้า

4. การสุขาภิบาล การบารุงรักษา การทำความสะอาด
น้ำใช้ต้องสะอาดและเพียงพอ
มีวิธีป้องกันและกำจัดสัตว์น้ำ แมลง ฝุ่นผง
มีการกำจัดขยะ สิ่งสกปรก น้ำทิ้งอย่างเหมาะสม
สารเคมีที่ใช้ทำความสะอาดและกำจัดแมลง สัตว์นำเชื้อ ใช้ในปริมาณที่เหมาะสมและเก็บแยกจากบริเวณท่ีทำ

5. บุคลากรและสุขลักษณะของผู้ทำต้องรักษาความสะอาดส่วนบุคคล เช่น เสื้อผ้าสะอาด มีผ้าคลุมผมไม่ไว้เล็บยาว ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนทำและหลังการใช้ห้องสุขา

เงื่อนไขของผู้ยื่นขอ
1. เป็นผู้ผลิตชุมชนไม่เป็นผู้แอบอ้างหรือทำการผลิตแอบแฝงและมีคุณสมบัติเป็น
บุคคลทั่วไป
กลุ่มผู้ผลิตชุมชนขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานราชการและวิสาหกิจชุมชน
นิติบุคคลที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบการ OTOP
2. ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอ เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในรายชื่อมาตรฐาน มผช. ทั้ง 5 ประเภทและต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่ควบคุมที่เกี่ยวข้องก่อน เช่น ได้รับอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข กรมสรรพสามิต
3. ยอมรับการปฏิบัติตามข้อกำหนดทั่วไปในการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์และการรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
4.ยื่นคำขอต่อหน่วยรับรองตามแบบคำขอที่กำหนด (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึงวันที่ 30 มิถุนายน ) ที่สานักงานอุตสาหกรรมจังหวัดบุรีรัมย์

ประโยชน์ของการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน
ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพดีขึ้น มีความปลอดภัย
ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสม่ำเสมอ
ผู้บริโภคและผู้เกี่ยวข้องตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
สร้างความเชื่อมันและความน่าเชื่อถือ
เพิ่มโอกาสทางการค้า ผู้ผลิตเข้าถึงตลาดได้ง่ายขึ้น

และในช่วงต่อมา นายลักษิกา คาศรี นักวิชาการอาหารและยาปฏิบัติการ สานักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับ กรณีศึกษาสถานที่ผลิตอาหารแปรรูป ที่บรรจุในภาชนะพร้อมจาหน่าย ตามมาตรฐาน Primary GMPดังนี้ 

หัวใจ 3 ประการ ของการผลิตอาหารที่ปลอดภัย

หัวใจท่ี 1 ลดอันตรายเบื่องต้น
คัดลือกวัตถุดิบส่วนผสมที่มีคณุภาพดีใช้ภาชนะบรรจุที่สะอาดและมีการล้างทำความสะอาดรวมทั้งผลิตในสถานที่ที่มีสภาพแวดล้อมที่ดีและเครื่องมืออปุกรณ์ไม่ก่อให้เกิดการปนเปื่อน

หัวใจท่ี 2 ลดและยับยั้งทำลายเชื้อจุลินทรีย์
ใช้ความร้อนฆ่าเชื้ออย่างเพียงพอ

หัวใจท่ี 3 ป้องกันการปนเปื้อนซ้ำ
โดยการปฏิบัติงานอย่างถูกสุขลักษณะ แยกระหว่างของสุกและของดิบ

หลักเกณฑ์ Primary GMP 6 ข้อคือ
1. สถานที่ตั้งและอาคารผลิต

2. เครื่องมือและอุปกรณ์

3. การควบคุมกระบวนการผลิต

4. การสุขาภิบาล

5. การบํารุงรักษาและการทําความสะอาด

6. บุคลากรและสุขลักษณะผู้ปฏิบัติงาน

 

ลงพื้นที่จัดกิจกรรมอบรมตลาดออนไลน์สำหรับผู้ประกอบการ

วันศุกร์ที่ 29 ตุลาคม เวลา 09:00 . ลงพื้นที่จัดกิจกรรมอบรมตลาดออนไลน์สำหรับผู้ประกอบการ ณ ศาลากลางหมู่ 7 บ้านหนองบัวราย ตำบลบ้านสิงห์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ และได้เชิญตัวแทนหมู่บ้านละ 2 คนหรือผู้ที่สนในเข้าร่วมอบรมโดยมีวิทยากรผู้ให้ความรู้คือ อาจารย์ปิติวรรณ ฝ้ายโคกสูง อาจารย์ประจำสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้มีความเข้าใจเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์มากขึ้น โดยในการบรรยายมีเนื้อหาโดยสรุปดังนี้ การตลาดออนไลน์คือการทำการตลาดในสื่อออนไลน์ เช่น โฆษณา Facebook, โฆษณา Google, โฆษณา Youtube, โฆษณา Instagram มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อทำให้สินค้าของเราเป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้นโดยใช้วิธีต่าง ๆ ในการ โฆษณาเว็บไซต์หรือโฆษณาขายสินค้าที่จะนำสินค้าของเราไปเผยแพร่ตามสื่อออนไลน์เพื่อให้ผู้อื่นได้รับรู้และเกิดความสนใจจนกระทั่งเข้ามาใช้บริการหรือซื้อสินค้าของเราในที่สุดโดยการตลาดออนไลน์สามารถทำได้หลายช่องทางสามารถโฆษณาสินค้าได้อย่างหลากหลายและไม่มีขีดจำกัดโดยสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์ในชุมชนได้เป็นอย่างดีโดยจะเป็นการเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ในชุมชนและตลาดเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้กว้างขึ้น สร้างรายได้เข้าสู่ชุมชนช่วยให้ประชาชนให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

ในการทำกิจกรรมได้มอบหมายให้ผู้ปฏิบัติงานสร้างเพจ Facebook และ LINE สำหรับเป็นช่องทางในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้กับผู้ที่สนใจเข้าชมหรือติดต่อซื้อขายผลิตภัณฑ์ในชุมชนตำบลบ้านสิงห์ผ่านทางออนไลน์ได้อย่างสะดวก โดยใช้ชื่อเพจว่า “บ้านสิงห์ของดีบอกต่อ” https://www.facebook.com/บ้านสิงห์-ของดีบอกต่อ-111144401364423/ หลังจากนั้นได้มีการสอนทักษะการถ่ายรูปผลิตภัณฑ์เพื่อให้สวยงามดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้นและมอบหมายตัวแทนของผู้ปฏิบัติงานเป็นผู้ดูแลเพจช่วยดูแลในเรื่องของการตอบแชทผู้ที่สนใจเข้ามาชมเพจหรือหากมีการสั่งซื้อและช่วยประสานกับชาวบ้านที่ทำผลิตภัณฑ์

 

เสวนาออนไลน์เรื่อง “Quadruple Helix : จตุรภาคีสี่ประสานสู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ศูนย์ประสานงานชุมชนสัมพันธ์HUSOC อาคาร 25 ชั้น 2 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

วันที่ 28 เดือนตุลาคม 2564 เวลา 09.00 . ร่วมจิกกรรมเสวนาออนไลน์เรื่อง “Quadruple Helix : จตุรภาคีสี่ประสานสู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน” โดยรองศาสตราจารย์มาลิณี จุโฑปะมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์
กล่าวรายงาน โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อัครพนท์ เนื้อไม้หอม คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
พิธีกร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.คําภีรภาพ อินทะนู รองคณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
-ดําเนินการเสวนาโดย อาจารย์ชมพู อิสริยาวัฒน์ รองคณบดีฝ่ายพันธกิจชุมชนสัมพัน์และภูมิทัศน์
ผู้ร่วมเสวนา
นายคําเดื่อง ภาษี ประธานปราชญ์ชาวบ้านบุรีรัมย์
รองศาสตราจารย์ ดร.ประสาท เนืองเฉลิม จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
นายสุพจน์ สวัสดิ์พุทรานายกเทศมนตรีตําบลอิสาณ
นายณัชอิสร์ ศรีสุขพรชัย ประธานหอการค้า จังหวัดบุรีรัมย์
รองศาสตราจารย์ ดร.อัครพนท์ เนื้อไม้หอม คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

ในกิจกรรมการเสวนาครั้งนี้แลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับการนำองค์ความรู้ไปพัฒนาสู่ชุมชนอย่างยั่งยืนให้เกิดประโยชน์เกิดรายได้แก่ชุมชนตามยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์ ด้วยการร่วมมือกันของทุกภาคส่วนทั้ง
1. มหาวิทยาลัย
2. ชุมชน,วัด
3. หน่วยงานเอกชน
4. หน่วยงานราชการ
หรือที่เรียกว่าจตุรภาคีโดยยึดหลัก “ปรัชเศรษฐกิจพอเพียง”  ควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างเสมอภาคซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของ “SDG 5 ประการ” ได้แก่
1.ขจัดความยากจน
2.ขจัดความหิวโหย
3.การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
4การศึกษาที่เท่าเทียม
5.มีความเท่าเทียมทางเพศ
เพื่อสอดประสานจตุรภาคีทั้งสี่ภาคส่วนเข้าด้วยกันและร่วมกันพัฒนาสังคมความเป็นอยู่ในสภาวะที่สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงและผันผวนอย่างต่อเนื่องให้สามารถขับเคลื่อนประเทศไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

วิเคราะห์ปัญหารายพื้นที่ของ ตำบลบ้านสิงห์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์

เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้มีการเก็บข้อมูล CBD ด้านต่างๆดังนี้
ผู้ที่ย้ายกลับบ้านเนื่องจากสถานการณ์โควิด
แหล่งท่องเที่ยว
ที่พัก,โรงแรม
ร้านอาหารในท้องถิ่น
อาหารที่น่าสนใจประจำถิ่น
เกษตรกรในท้องถิ่น
พืชในท้องถิ่น
สัตว์ในท้องถิ่น
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
แหล่งน้ำในท้องถิ่น
และในเดือนนี้มีการเก็บข้อมูลด้านเกษตรเพิ่มเติมอีก 70 ราย หลังจากผู้ปฏิบัติงานทุกคนได้มีการรวบรวมข้อมูลครบถ้วนสมบูรณ์แล้วจึงได้มีการวิเคราะห์ปัญหารายพื้นที่ของตำบลบ้านสิงห์โดยเกณฑ์ในการวิเคราะห์คือเลือกข้อมูลที่น่าสนใจในพื้นที่มา 3 ประเด็น
ซึ่งในตำบลบ้านสิงห์มีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้
1. อาหารที่น่าสนใจประจำท้องถิ่น
2. ภูมิปัญญาในท้องถิ่น
3. แหล่งน้ำในท้องถิ่น
เพื่อให้การวิเคราะห์ข้อมูลเป็นไปอย่างสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพจึงได้มีการแบ่งกลุ่มออกเป็นสามกลุ่ม
และกลุ่มของข้าพเจ้าก็ได้รับผิดชอบวิเคราะห์ข้อมูลด้านแหล่งน้ำในท้องถิ่นโดยผลการดำเนินงานวิเคราะห์ปัญหาด้านแหล่งน้ำในพื้นที่ตำบลบ้านสิงห์อำเภอนางรองจังหวัดบุรีรัมย์มีดังนี้
ปัญหาแหล่งน้ำ
1. ช่วงฤดูร้อนน้ำแห้งขอด
2. ปริมาณน้ำไม่เพียงพอในการทำเกษตรในช่วงหน้าแล้ง
3. คุณภาพน้ำอยู่ในระดับน้อย มีตะกอน (ใช้ทำการเกษตร/อุตสาหกรรมได้)
4. ช่วงฤดูฝนน้ำหลากเข้าท่วมหมู่บ้าน
5. ไม่สามารถระบายน้ำได้ดีเท่าที่ควร
6. ฝายชำรุดไม่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แนวทางการแก้ปัญหา
1. ซ่อมแซมฝายชะลอน้ำเพื่อให้สามารถกักเก็บน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและเพียงพอต่อการทำเกษตรในช่วงหน้าแล้ง
2. วางทอระบายน้ำเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมขังในเขตชุมชนและพื้นที่ทำการเกษตร
3. ปรับปรุงคุณภาพของน้ำดิบให้เป็นน้ำประปาที่สะอาดและมีคุณภาพที่ได้มาตรฐานเพียงพอต่อการนำไปใช้อุปโภคบริโภค

ผลลัพธ์ที่คาดหวัง
1. น้ำอยู่ในลำห้วยได้นานขึ้น มีปริมาณน้ำเพียงพอต่อการทำเกษตรในช่วงหน้าแล้ง
2. ระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่หลากเข้าท่วมหมู่บ้าน
3. คุณภาพน้ำดีขึ้นและอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่สามารถนำมาใช้อุปโภคบริโภคได้โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย

 

กิจกรรมอบรมการทำลูกประคบและการนวดแผนไทย

วันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2564 เวลา 13.30 . ได้เข้าร่วมอบรมการทำลูกประคบสมุนไพรโดยมีวิทยากรคือ ด.ร วิริญรัชญ์ สื่อนอก สาขาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์มาเป็นผู้ให้ความรู้ในการอบรมครั้งนี้ ในการอบรมอาจารย์วิทยากรได้ให้ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของลูกประคบที่ช่วยลดอาการปวดเมื่อย เคล็ดขัดยอก คลายกล้ามเนื้อ ลดอาการอักเสบ ฟกช้ำ บวม และสรรพคุณสมุนไพรที่นำมาเป็นส่วนผสมสำหรับทำลูกประคบเช่น
-ไพล ลดอาการปวดเมื่อย
-ตะไคร้ ลดการฟกช้ำ
-ขมิ้นอ้อยและขมิ้นชัน ช่วยลดอาการอักเสบแก้โรคผิวหนัง
ผิวมะกรูดและผิวส้ม มีน้ำมันหอมระเหยแก้เวียนหัว
-ข่า รักษาโรคผิวหนังกลากเกลื้อน
-ใบมะขาม ช่วยให้เส้นเอ็นหย่อน แก้โรคผิวหนังผื่นคันช่วยบำรุงผิว
-ใบขี้เหล็ก ช่วยละลายไขมันใต้ผิวหนังทำให้หลับสบาย
-ใบส้มป่อย ช่วยบำรุงผิว แก้โรคผิวหนัง ลดความดัน

สารที่มีกลิ่นหอม
-การบูร แต่งกลิ่น บำรุงหัวใจ
-พิมเสน แต่งกลิ่น ลดอาการพุพองผดผื่น บำรุงหัวใจ
-เกลือ ช่วยดูดความร้อนและช่วยพาให้ตัวยาซึมผ่านผิวหนังได้ดี

การทำลูกประคบมีวัสดุอุปกรณ์ดังนี้
ผ้าดิบหรือผ้าฝ้ายขนาด 40 × 40 เซนติเมตร
เชือกยาว 200 เซนติเมตร
ภาชนะสำหรับผสมสมุนไพร
เครื่องชั่ง

ส่วนผสม
ไพล 400 กรัม
ขมิ้นชัน 100 กรัม
ตะไคร้ 200 กรัม
ผิวมะกรูด 100 กรัม
ใบมะขาม 100 กรัม
ใบส้มป่อย 50 กรัม
การบูร 30 กรัม
พิมเสน 30 กรัม
เกลือ 60 กรัม

วิธีการทำ
1.บดหรือทุบสมุนไพรแห้งพอหยาบ
2.ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน
3.ชั่งส่วนผสม 160 กรัมวางบนผ้า
4.ห่อผ้าและมัดเชือกให้แน่น
ในระหว่างทำกิจกรรมชาวบ้านได้มีส่วนร่วมโดยการผสมส่วนผสมต่างๆและห่อผ้าทำลูกประคบโดยมีผู้ปฏิบัติงานคอยให้ความช่วยเหลือและฝึกทำไปพร้อมๆกัน

และกิจกรรมในช่วงต่อมาคือการนวดแผนไทยโดยมีวิทยากรคืออาจารย์แพทย์แผนไทยจากโรงพยาบาลนางรองได้มาให้ความรู้และสาธิตวิธีการนวดแพทย์แผนไทยที่ถูกต้อง โดยก่อนจะสาธิตวิธีการนวดได้ให้ความรู้และข้อควรระวังในการนวดดังนี้
ผู้รับการนวดห้ามปกปิดประวัติความเจ็บป่วยของตนเองโดยเฉพาะ อาการของโรคหัว เบาหวาน ความดันโลหิตสูง เป็นต้น ต้องรู้ข้อห้ามข้อควรระวังในการนวดให้ละเอียด  

ซึ่งข้อห้ามในการนวด ได้แก่
1.ห้ามนวดบริเวณที่เป็นมะเร็ง
2.ผู้ที่มีไข้สูงเกิน 38.5 องศา
3.บริเวณที่มีอาการอักเสบ บวม แดง ร้อน
4.ผู้ที่มีภาวะการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ
5.กระดูกแตก หัก ปริ ร้าว ที่ยังไม่หายดี และ
6.โรคติดเชื้อทางผิวหนังทุกชนิด 

ข้อควรระวังในการนวด
1.สตรีมีครรภ์
2.ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง
3.ใส่อวัยวะเทียมหลังผ่าตัดกระดูก
4.ผู้ที่มีภาวะกระดูกพรุน กระดูกบาง และ
5.ผู้ที่เพิ่งรับประทานอาหารอิ่มใหม่ (ไม่เกิน 30 นาที) และก่อนให้บริการนวดไทย
และข้าพเจ้าได้เป็นตัวแทนในการร่วมฝึกนวดคลายกล้ามเนื้อแก่ชาวบ้านที่เข้ารวมกิจกรรมโดยบริเวณที่ใช่นวดได้แก่ การนวด คอ บ่า ไหล่และหลัง โดยการลงน้ำหนักที่แตกต่างกัน

 

 

 

อื่นๆ

เมนู