ดิฉันนางสาวพัชรียา ลามั่น  ประเภทนักศึกษา
หลักสูตร: การส่งเสริมและพัฒนาการทำขนมไทย
ตามโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ 1 มหาลัย 1 ตำบล
                                 (มหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ)                                   การปฏิบัติงานประจำเดือนธันวาคม พ.ศ.2564 

 

กิจกรรมอบรมการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์แปรรูปขนม

         วันที่ 19 พฤศจิกายน 2564  ณ ศาลาประชาคมหนองบัวราย ตำบลบ้านสิงห์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้มีการจัดกิจกรรมอบรมการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์แปรรูปขนม โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมการอบรม ได้แก่ ผู้ประกอบการทำขนมเพื่อจำหน่าย อาทิเช่น แม่อารมณ์ (กล้วยฉาบ) แม่ทองพูน (ขนมทองม้วน) แม่มาลี (ขนมบ้าบิ่น) กลุ่มนักศึกษา บัณฑิตจบใหม่ และประชาชน โดยมีวิทยากรที่บรรยายการอบรม ได้แก่ อาจารย์ชินานาง สวัสดิ์รัมย์ และอาจารย์ธนพล รามฤทธิ์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาศิลปะดิจิทัล คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ในการอบรมครั้งนี้ได้มีการออกแบบ Logo บรรจุภัณฑ์ โดยมีการออกแบบตามความต้องการโดยได้มีการออกแบบให้กับกล้วยฉาบแม่อารมณ์ ซึ่งใน logo จะเป็นรูปแม่อารมณ์ มีเบอร์โทรและรสชาติของกล้วยฉาบ ส่วนขนมทองม้วนแม่ทองพูนได้มีการออกแบบโดยใช้รูปขนมท้องม้วน มีชื่อที่อยู่ของสถานที่จำหน่าย มีสโลแกนและเบอร์โทรติดต่อ ในการออกแบบ logo ครั้งนี้เพื่อจะให้ผลิตภัณฑ์เพื่อเป็นรูปลักษณืที่ทันสมัย จดจำง่าย และสามารถติดต่อเพื่อสั่งซื้อได้ง่ายมากขึ้น

 

โครงการการพัฒนาหลักสูตรระยะสั้นเชิงสหวิทยาการทั้งแบบออนไซต์และออนไลน์เพื่อพัฒนาทักษะเดิมเพิ่มทักษะใหม่และรายได้เสริมให้ประชาชนพื้นที่บริการวิชาการของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

        วันที่ 21 พฤศจิกายน 2564 เวลา 09.00 – 15.30 นาฬิกา ณ ห้องประชุมมนุษยสังคมวัฒนา อาคาร 25 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ พิธีเปิดโครงการโดยรองศาสตราจารย์มาลิณี จุโฑปะมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ กล่าวรายงานและดำเนินรายการโดย รศ.ดร.อัครพนท์ เนื้อไม้หอม ซึ่งมีผู้ร่วมเสวนาการพัฒนาหลักสูตรระยะสั้นเชิงสหวิทยาการฯ ดังนี้

  • นายสิทธิชัย สุดสวาท ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานบุรีรัมย์
  • คุณไขแสง ซอกรัมย์ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.)
  • นายปฐม นิ่มหัตถา วิทยาลัยชุมชนบุรีรัมย์
  • นายอาทิตย์ จำปาตุม วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์
  • ผศ.ดร.รพีพรรณ พงษ์อินทร์วงศ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน 

          ต่อมาได้มีการบรรยายตัวอย่างแบบฟอร์มการทำหลักสูตรระยะสั้นโดย รศ.ดร.อัครพนธ์ เนื้อไม้หอม คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และนำเสนอข้อมูลโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ (1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย) มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ จำนวน 11 ตำบล โดยมีประเด็นที่ต้องนำเสนอ ได้แก่

1.ชุมชนที่เข้าร่วมกิจกรรมของโครงการมีหมู่บ้านของตำบลบ้านสิงห์ ทั้งหมด 14 หมู่บ้าน

           หมู่ที่ 1 บ้านหนองดุม                                        หมู่ที่ 2 บ้านหนองขาม

           หมู่ที่ 3 บ้านสิงห์                                              หมู่ที่ 4 บ้านโคกไม้แดง

           หมู่ที่ 5 บ้านหนองตาชี                                      หมู่ที่ 6 บ้านสระหมู

           หมู่ที่ 7 บ้านหนองบัวราย                                   หมู่ที่ 8 บ้านหนองกง

           หมู่ที่ 9 บ้านหนองจันทร์แดง                              หมู่ที่ 10 บ้านหนองทะยิง

           หมู่ที่ 11 บ้านหนองโคลน                                  หมู่ที่ 12 บ้านหนองม่วง

           หมู่ที่ 13 บ้านหนองสองห้อง                              หมู่ที่ 14 บ้านโพธิ์ทอง

2. ผลผลิตและนวัตกรรมที่เกิดขึ้นในระหว่างดำเนินโครงการ

ผลผลิต

        จากเดิมมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนอยู่แล้ว เช่น กลุ่มจักสาน  กลุ่มสัมมาชีพ โดยภาพรวมของตำบลผลผลิตที่เกิดจากโครงการ จะเป็นผลิตภัณฑ์ขนมแปรรูป ตัวอย่างเช่น ขนมทองม้วนแม่ทองพูน และขนมจากกล้วยแม่อารมณ์ บ้านหนองขาม ขนมบ้าบิ่นแม่มาลี บ้านหนองม่วง

นวัตกรรมการพัฒนา

  •  เครื่องหมายการค้าแสดงสัญลักษณ์ทางการค้า (Trademark Logo Design)
  • รูปลักษณ์ผลิตภัณฑ์ รูปแบบบรรจุภัณฑ์จากเดิมจะบรรจุด้วยพลาสติกใส ปรับเปลี่ยนเป็นถุงซิปล็อค เพื่อการเก็บรักษาที่นานขึ้นและเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์
  • การพัฒนาสูตรขนมให้มีความหลากหลาย ตัวอย่างเช่น การพัฒนาสูตรขนมบ้าบิ่น จากการพัฒนาสิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือปริมาณน้ำมันที่ลดลงทำให้สามารถทานได้มากขึ้น โดยความหนึบของตัวแป้งทำให้เคี้ยวเพลิน และเนื่องจากการใช้กระทะเทฟล่อนทำให้ลดการใช้น้ำมันลง ช่วยให้ประหยัดทรัพยากรและดีต่อสุขภาพ

3. ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในระหว่างดำเนินโครงการ

      1. การตลาดที่ยังไม่กว้างขวาง ผลิตภัณฑ์ขนมไทยแปรรูปนี้มีการวางจำหน่ายอยู่ในขอบเขตของชุมชนตนเองและชุมชนใกล้เคียง ในด้านการตลาดที่ยังไม่กว้างขวาง การผลิตตามยอดการสั่งซื้อ

     2. โลโก้ผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่เป็นเอกลักษณ์ เดิมผลิตภัณฑ์นั้นมีฉลากผลิตภัณฑ์เป็นเพียงข้อมูลขนมและข้อมูลการติดต่อ ตราหรือสัญลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ยังไม่มี

     3. ความร่วมมือของชุมชนจากการลงพื้นที่ปฏิบัติ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 19 ที่มีการแพร่ระบาดอย่างหนักทำให้มีประชาชนติดเชื้อจำนวนมากและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในช่วงการปฏิบัติงานช่วงแรก ทำให้การลงพื้นที่ปฏิบัติงานช่วงแรกเป็นไปได้ค่อนข้างยาก

4. แนวทางและวิธีแก้ปัญหา/อุปสรรค ที่เกิดขึ้น

    4.1 วางแผนการตลาด โดยมีจัดการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อโซเชียลมิเดีย Page Facebook และ Line ชื่อว่า “บ้านสิงห์ ของดีบอกต่อ” พร้อมอบรมวิธีการใช้และเทคนิคการประชาสัมพันธ์ให้แก่ชุมชน

    4.2 ออกแบบโลโก้ผลิตภัณฑ์ มีการออกแบบผลิตภัณฑ์หลัก 3 อย่าง ได้แก่ ผลิตภัณฑ์กล้วยแปรรูปของแม่อารมณ์ ขนมทองม้วนของแม่ทองพูน หมู่ 2 บ้านหนองขาม และขนมบ้าบิ่นของแม่มาลี หมู่ 12 บ้านหนองม่วง

    4.3 นำสื่อเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 19 ที่ทำให้การปฏิบัติงานประสบกับปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ก็ได้มีการนำสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ประโยชน์ในการอบรมและการจัดกิจกรรมเพื่อให้ความรู้

5. กิจกรรมที่ดำเนินการสามารถตอบโจทย์ BCG และ SDGs ข้อไหนจะต่อยอดกิจกรรมให้เกิดผลผลิต/นวัตกรรม

BCG in Action : The New Sustainable Growth Engine (Bio-Circular-Green Economy) โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

  • B = Bio technology เกี่ยวกับเทคโนโลยีชีวภาพ การประดิษฐ์คิดค้น
  • C = Circular economy เศรษฐกิจหมุนเวียน
  • G = Green economy เศรษฐกิจสีเขียว เกี่ยวกับการจัดการสิ่งแวดล้อม

BCG คืออะไร

        BCG Economy หรือ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy) คือ โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นแนวคิดการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปยกระดับความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนให้กับ 4 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-curves) ได้แก่ อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร อุตสาหกรรมพลังงานและวัสดุ อุตสาหกรรมสุขภาพและการแพทย์ และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ โดยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมจะเข้าไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับผู้ผลิตที่เป็นฐานการผลิตเดิม เช่น เกษตรกรและชุมชน ตลอดจนสนับสนุนให้เกิดผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูงหรือนวัตกรรม นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจหมุนเวียน คือ สามารถออกแบบผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตเพื่อให้เกิดของเสียน้อยที่สุด (Eco-design & Zero-Waste)  ส่งเสริมการใช้ซ้ำ (Reuse, Refurbish, Sharing) และให้ความสำคัญกับการจัดการของเสียจากการผลิตและบริโภค ด้วยการนำวัตถุดิบที่ผ่านการผลิตและบริโภคแล้วเข้าสู่กระบวนการแปรสภาพเพื่อกลับมาใช้ใหม่ (Recycle, Upcycle) ซึ่งต่างจากระบบเศรษฐกิจแบบดั้งเดิม ที่เน้นการใช้ทรัพยากร การผลิต และการสร้างของเสีย (Linear Economy)

วิสัยทัศน์ 10 ปี

        “เปลี่ยนข้อได้เปรียบ (Comparative Advantage) ที่ไทยมีจากความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม ให้เป็นความสามารถในการแข่งขัน (Competitive Advantage) ด้วยนวัตกรรม เพื่อให้เกิดเศรษฐกิจ BCG ที่เติบโต แข่งขันได้ในระดับโลก เกิดการกระจายรายได้ลงสู่ชุมชน ลดความเหลื่อมล้ำ ชุมชนเข้มแข็ง มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน”

สำคัญอย่างไร

        BCG เป็นแนวทางการพัฒนาที่สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติอย่างน้อย 5 เป้าหมาย ได้แก่ การผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ความหลากหลาย ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน การลดความเหลื่อมล้ำ อีกทั้งยังสอดรับกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งเป็นหลักสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย ซึ่งตำบลบ้านสิงห์ มีความสอดคล้องกับ C (Circular Economy) เนื่องจากภายในตำบลบ้านสิงห์เป็นชุมชนที่มีทรัพยากรวัตถุดิบเพื่อการหมุนเวียนเพื่อให้เกิดการสร้างรายได้ในชุมชน

SDGs (Sustainable Development Goals)

           เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนนั้น (Sustainable Development Goals: SDGs) มีทั้งหมด 17 เป้าหมาย ดังนี้

ซึ่งสามารถจำแนกออกได้เป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย:

        1. กลุ่ม People ที่ว่าด้วยเรื่องคุณภาพชีวิตของผู้คน (เป้าหมายที่ 1, 2, 3, 4, 5)

        2. กลุ่ม Prosperity ที่ว่าด้วยเรื่องความเจริญทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนและครอบคลุม (เป้าหมายที่ 7, 8, 9, 10, 11)

        3. กลุ่ม Planet ที่ว่าด้วยเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (เป้าหมาย 6, 12, 13, 14, 15)

        4. กลุ่ม Peace ที่ว่าด้วยเรื่อง สันติภาพ สถาบันที่เข้มแข็ง และความยุติธรรม (เป้าหมาย 16)

        5. กลุ่ม Partnership ที่ว่าด้วยเรื่องการเป็นหุ้นส่วนเพื่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (เป้าหมาย 17)

เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs)

        เป้าหมายที่ 1 : ขจัดความยากจน

        เป้าหมายที่ 2 : ยุติความหิวโหย บรรลุความมั่นคงทางอาหารและยกระดับโภชนาการสำหรับทุกคนในทุกวัย

        เป้าหมายที่ 3 : สร้างหลักประกันว่าคนมีชีวิตที่มีสุขภาพดีและส่งเสริมสวัสดิภาพสำหรับทุกคนในทุกวัย

        เป้าหมายที่ 4 : สร้างหลักประกันว่าทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม และสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต

        เป้าหมายที่ 5 : บรรลุความเท่าเทียมระหว่างเพศ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่สตรีและเด็กหญิง

        เป้าหมายที่ 6 : สร้างหลักประกันว่าจะมีการจัดให้มีน้ำและสุขอนามัยสำหรับทุกคนและมีการบริหารจัดการที่ยั่งยืน

        เป้าหมายที่ 7 : สร้างหลักประกันให้ทุกคนสามารถเข้าถึงพลังงานสมัยใหม่ที่ยั่งยืนในราคาที่ย่อมเยา

        เป้าหมายที่ 8 : ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง ครอบคลุม และยั่งยืน การจ้างงานเต็มที่ มีผลิตภาพ และการมีงานที่เหมาะสมสำหรับทุกคน

        เป้าหมายที่ 9 : สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่มีความทนทาน ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมและยั่งยืน และส่งเสริมนวัตกรรม

        เป้าหมายที่ 10 : ลดความไม่เสมอภาคภายในประเทศและระหว่างประเทศ

        เป้าหมายที่ 11 : ทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มีความครอบคลุม ปลอดภัย มีภูมิต้านทานและยั่งยืน

        เป้าหมายที่ 12 : สร้างหลักประกันให้มีรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน

        เป้าหมายที่ 13 : เร่งต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้น

        เป้าหมายที่ 14 : อนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร ทะเล และทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

        เป้าหมายที่ 15 : ปกป้อง ฟื้นฟู และสนับสนุนการใช้ระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน จัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนต่อสู้การกลายสภาพเป็นทะเลทราย หยุดการเสื่อมโทรมของที่ดินและฟิ้นสภาพกลับมาใหม่ และหยุดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ

        เป้าหมายที่ 16 : ส่งเสริมสังคมที่สงบสุขและครอบคลุมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ให้ทุกคนเข้าถึงความยุติธรรมและสร้างสถาบันที่มีประสิทธิผลรับผิดชอบและครอบคลุมในทุกระดับ

        เป้าหมายที่ 17 : เสริมความเข้มแข็งให้แก่กลไกการดำเนินงานและฟื้นฟูสภาพหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลกสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน

SCGs  เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่สอดคล้องกับตำบลบ้านสิงห์ มีดังนี้

        เป้าหมายที่ 2 : ยุติความหิวโหยบรรลุความมั่นคงทางอาหารและยกระดับโภชนาการสำหรับทุกคนในทุกวัย

        เป้าหมายที่ 8 : ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง ครอบคลุม และยั่งยืน การจ้างงานเต็มที่ มีผลิตภาพและการมีงานที่เหมาะสมสำหรับทุกคน

 

การถอดบทเรียน TSI ตำบลบ้านสิงห์

        แบบฟอร์มการถอดบทเรียน TSI ตำบลบ้านสิงห์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยแบ่งคณะผู้จัดทำแบบฟอร์มการถอดบทเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม ซึ่งบัณฑิตแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ๆ ละ 5 และ 6 คน และแบ่งประชาชนออกเป็นกลุ่มละ 3 คน โดยใช้ข้อมูล TP-MAP (tpmap.in.th)  ซึ่งประกอบไปด้วยข้อมูลพื้นที่ตำบลบ้านสิงห์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ กลไกการดำเนินงาน  TP – MAP  ผลลัพธ์เชิงเศรษฐกิจ ผลลัพธ์เชิงสังคม การพัฒนาพื้นที่ และข้อเสนอแนะ เป็นต้น

 

กิจกรรมจิตอาสา ทำดีด้วยหัวใจ 

       วันที่ 6 ธันวาคม 2564 เวลา 13.00 นาฬิกา ณ วัดโพธิ์คงคา กลุ่มผู้ปฏิบัติงานตำบลบ้านสิงห์ได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านสิงห์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้จัดกิจกิจกรรมจิตอาสา ทำดีด้วยหัวใจ บำเพ็ญประโยชน์ทำความสะอาดบริเวณวัดโพธิ์คงคา เช่น กวาดลานวัด ล้างห้องน้ำ ทำความสะอาดบริเวณอุโบสถ และเมรุ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 

 

ข้อมูลสำรวจแบบสอบถามสำหรับที่พักอาศัยในระบบ U2T Tracker ประจำเดือนธันวาคม

มีการประเมินตนเองและบุคคลที่อาศัยอยู่ในครัวเรือน

  • เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือหากติดเชื้อแล้วจะมีอาการรุนแรงหรือไม่ เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเรื้อรัง หรือไม่
  • ในการทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวันมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เช่น บุคลากรทางการแพทย์
  • ผู้ปฏิบัติงานในสถานบันเทิง/สถานบริการต่างๆ เป็นต้น หรือไม่ ตนเองหรือบุคคลในครัวเรือนมีการเดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่ระบาด หรือไม่

         จากการสำรวจ พบว่า มีการประเมินตนเองและบุคคลที่อาศัยอยู่ในครัวเรือนอยู่ตลอดเวลา หากมีอาการเสี่ยงต่อการติดเชื้อก็จะพบแพทย์เพื่อตรวจหาเชื้อทันที ในการทำงานยังมีการป้องกันตนเองโดยการสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ และมีการเฝ้าระวังเมื่อใกล้ชิดกับคนจำนวนมาก หากในครัวเรือนมีบุคคลเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง เพื่อเป็นการป้องกันคนในชุมชนจะนำส่ง อสม. เพื่อกักตัว 14 วัน ณ ศูนย์ประสานงานการเฝ้าระวังโควิด 19


 

มีการสังเกตอาการของตนเองและบุคคลที่อาศัยอยู่ร่วมกัน หากพบว่ามีไข้ ร่วมกับไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส หายใจเร็ว หายใจเหนื่อย หรือหายใจลำบากอย่างใดอย่างหนึ่ง และอาจมีอาการ ท้องเสียร่วมด้วย ให้รีบไปพบแพทย์ทันที หรือไม่

          จากการสำรวจ พบว่า คนในชุมชนมีการสังเกตุอาการของตนเองอย่างสม่ำเสมอ หากพบว่ามีอาการไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส หายใจเร็ว หายใจเหนื่อย หรือหายใจลำบากอย่างใดอย่างหนึ่ง และอาจมีอาการท้องเสียร่วมด้วยจะรีบไปพบเเพทย์ทันที 


การดูเเลสุขอนามัยตนเอง เเละบุคคลที่อาศัยอยู่ในครัวเรือน

        จากการสำรวจ พบว่า คนในชุมชนมีการดูลแลสุขอนามัยในครัวเรือน โดยการสวมใส่หน้ากากเมื่อออกไปสถานที่ต่าง ๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ และยังมีการล้างมือด้วยน้ำสบู่ / เจลแอลกอฮอล์ หลังสัมผัสสิ่งต่าง ๆ 


การรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ เเละใช้ช้อนส่วนตัว หรือไม่

        จากการสำรวจ พบว่า คนในชุมชนยังมีการประกอบอาหารแบบสุก ๆ ดิบ ๆ ไม่สะอาดเท่าที่ควร และยังมีการใช้ช้อนร่วมกันในการรับประทานอาหาร


ไม่ใช้สิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว ช้อน แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำ หรือไม่

        จากการสำรวจ พบว่า คนในชุมชนบางครัวเรือนยังมีการใช้ช้อน แก้วน้ำร่วมกัน และมีบางครัวที่มีการระมัดระวังในการใช้ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว ช้อน แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำมากขึ้น โดยมีการแยกของใช้ส่วนตัวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19


เมื่อกลับจากการทำภารกิจหรือกิจกรรมนอกบ้าน ให้ล้างมือ ชำระร่างกาย เปลี่ยนเครื่องแต่งกายทันทีหรือไม่

        จากการสำรวจ พบว่า คนในชุมชนเมื่อกลับจากการทำกิจกรรมจะมีการล้างมือชำระร่างกายทันที เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 และในขณะเดียวกันคนในชุมชนเมื่อออกไปภายนอกยังป้องกันตนเอง และผู้อื่นโดยการการสวมใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ เเละเว้นระยะห่าง  2 เมตร ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ

สรุปผลการปฏิบัติงานประจำเดือนธันวาคม

        จากการปฏิบัติงานประจำเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายในการปฏิบัติงานกลุ่มผู้ปฏิบัติงานได้ร่วมกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อพัฒนาขนมไทยในพื้นที่ โดยที่มีการพัฒนาตั้งแต่บรรจุภัณฑ์ Logo ของผลิตภัณฑ์ และแนะนำวิธีการแก้ปัญหา เช่น ขนมบ้าบิ่นอมน้ำมัน กล้วยฉาบเหม็นหืน และการตลาดที่ยังไม่กว้างขวาง ผลิตภัณฑ์ขนมไทยแปรรูปนี้มีการวางจำหน่ายอยู่ในขอบเขตของชุมชนตนเองและชุมชนใกล้เคียง ในด้านการตลาดที่ยังไม่กว้างขวาง การผลิตตามยอดการสั่งซื้อ โดยกลุ่มผู้ปฏิบัติงานบ้านสิงห์จึงได้สร้าง Page Facebook เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่รู้จักมากขึ้น และมีการอบรมโครงการการพัฒนาหลักสูตรระยะสั้นเชิงสหวิทยาการทั้งแบบออนไซต์และออนไลน์เพื่อพัฒนาทักษะเดิมเพิ่มทักษะใหม่และรายได้เสริมให้ประชาชนพื้นที่บริการวิชาการของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยมีการรวบรวมข้อมูลจากการปฏิบัติงาน รวมถึงข้อมูลชุมชนที่เข้าร่วมกิจกรรมของโครงการ ผลผลิตและนวัตกรรมที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในระหว่างดำเนินโครงการ แนวทางและวิธีแก้ปัญหา/อุปสรรคที่เกิดขึ้น กิจกรรมที่ดำเนินการสามารถตอบโจทย์ BCG และ SDGs ข้อไหนจะต่อยอดกิจกรรมให้เกิดผลผลิต/นวัตกรรม และแบบฟอร์มการถอดบทเรียน TSI ตำบลบ้านสิงห์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยใช้ข้อมูล TP-MAP ในการลงพื้นที่ครั้งสุดท้ายของการปฏิบัติงานกลุ่มผู้ปฏิบัติงานตำบลบ้านสิงห์ได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านสิงห์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้จัดกิจกิจกรรมจิตอาสา ทำดีด้วยหัวใจ บำเพัญประโยชน์ทำความสะอาดบริเวณวัดโพธิ์คงคา และยังได้มีการเก็บข้อมูลแบบสอบถามสำหรับที่พักอาศัยในระบบ U2T Tracker มีการประเมินตนเองและบุคคลที่อาศัยอยู่ในครัวเรือน ว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือหากติดเชื้อแล้วจะมีอาการรุนแรงหรือไม่ มีการสังเกตอาการของตนเองและบุคคลที่อาศัยอยู่ร่วมกัน การดูเเลสุขอนามัยตนเอง เเละบุคคลที่อาศัยอยู่ในครัวเรือน การรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ เเละใช้ช้อนส่วนตัว เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 

 

 

 

 

 

 

 

 

อื่นๆ

เมนู