1. หน้าแรก
  2. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
  3. HS03 - ตำบลบ้านสิงห์ อำเภอนางรอง
  4. ลงพื้นที่เก็บข้อมูลการทำขนมไทย ตำบลบ้านสิงห์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ HS03 เรื่อง การเก็บข้อมูลเบื้องต้นของชุมชนบ้านหนองสองห้อง ครั้งที่ 6

ลงพื้นที่เก็บข้อมูลการทำขนมไทย ตำบลบ้านสิงห์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ HS03 เรื่อง การเก็บข้อมูลเบื้องต้นของชุมชนบ้านหนองสองห้อง ครั้งที่ 6

ข้าพเจ้า นายปริญญา ไทยสืบชาติ ( ประเภทกลุ่มประชาชน ตำบลบ้านสิงห์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ) หลักสูตรการส่งเสริมอาชีพและการพัฒนาขนมไทย ตำบลบ้านสิงห์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ 

         ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVD 19) ทั่วประเทศ มีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง และยังมีบุคคลซึ่งเดินทางมาจากเขตติดโรคติดต่ออันตรายหรือพื้นที่ระบาดของโรคติดต่ออันตราย ทำให้ยากแก่การควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVD 19) และจังหวัดบุรีรัมย์ ต้องเฝ้าระวังโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVD 19) และติดตามกลุ่มเสี่ยงที่ต้องได้รับการกักกันตัว ตามประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ ที่กำหนดและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

การปฏิบัติงานจึงต้องดำเนินการตามมาตรการของประกาศจังหวัดบุรีรัมย์

แนวทางการปฏิบัติงานเพื่อเก็บข้อมูลชุมชนและการป้องกันตนเองดังนี้

  1. วางแผนการเดินทางให้รอบคอบ คือ การลิสต์รายการหรือกิจกรรมที่ต้องทำ พร้อมกับการวางแผนการเดินทาง ผมจะมุ่งหน้าไปทำภารกิจแต่ละอย่างให้สำเร็จแบบเป็นขั้นตอน จะไม่เดินทางไปตรงโน้นแล้วลืมตรงนี้เด็ดขาด
  2. แต่งกายสู้ “โควิด” คือ การแต่งกายให้เหมาะสม ด้วยการใส่เสื้อคลุมก่อนออกจากบ้าน เพื่อเป็นการป้องกันเชื้อโรคสัมผัสผิวพรรณและร่างกายเราระดับหนึ่ง โดยนาทีนี้เราต้องดูแลตนเองอย่างเต็มที่ สวมใส่เสื้อผ้าที่ธรรมดาอย่างเสื้อยืดกางเกงยีนส์ที่เน้นทะมัดทะแมง เพื่อสะดวกในการลงพื้นที่เก็บข้อมูล
  3. พกเจล-สเปรย์แอลกอฮอล์-หน้ากากอนามัย คือ พกเจลหรือสเปรย์แอลกอฮอล์ หมั่นล้างมือบ่อย ๆ ที่ต้องสัมผัสกับสิ่งต่าง ๆ และสวมหน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธี ที่สำคัญคือเวลาที่สวมใส่แล้ว ผมพยายามที่จะไม่นำมือไปหยิบ จับ หรือสัมผัสด้านนอกของหน้ากาก เพราะบริเวณนี้อาจมีเชื้อโรคติดอยู่
  4. อาบน้ำสระผมทันที  เมื่อ”โควิด-19″ มาใกล้ตัวขนาดนี้ผมจะต้องไปชำระล้างร่างกาย ด้วยการอาบน้ำสระผม และเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ทันที

        การเก็บข้อมูลชุมชนครั้งนี้ได้กล่าวถึงประวัติความเป็นมาเบื้องต้นของเกษตรกรในชุมชน ภูมิปัญญาที่นำมาปรับใช้ ความเชื่อในการดำเนินชีวิต และองค์ความรู้ด้านเศษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการทำการเกษตร รวมถึงชุดข้อมูลที่ทางโครงการให้ดำเนินการเก็บข้อมูลพื้นฐานของชุมชนในด้านต่าง ๆ โดยหมู่บ้านหนองสองห้องมีข้อมูลที่น่าสนใจ ได้แก่ เกษตรกรในท้องถิ่น สัตว์ในท้องถิ่น และแหล่งน้ำในท้องถิ่น ทั้งสามประเภทนี้ถือได้ว่าเป็นข้อมูลที่สำคัญอย่างยิ่งเพื่อที่จะพัฒนาชุมชน และที่สำคัญที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบันคือการดูแลตนเองในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVD 19) โดยการเก็บแบบสอบถาม 06 การเก็บข้อมูลสำหรับที่พักอาศัย และสำหรับศาสนสถาน

 

เกษตรกรในท้องถิ่น

        การเก็บข้อมูลเกษตรกรในท้องถิ่น เพื่อพัฒนาฐานข้อมูล ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตรให้มีความสมบูรณ์ เป็นปัจจุบัน และสะดวกต่อการใช้งาน สามารถนำไปเผยแพร่ใช้ประโยชน์ได้ถูกต้องเหมาะสม และสามารถเชื่อมโยงภาคีเครือข่ายการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านเกษตร เพื่อเสริมสร้างอัตลักษณ์พื้นถิ่นเกษตรกรในท้องถิ่น การเก็บข้อมูลชุมชนเกี่ยวกับเกษตรกรในท้องถิ่น พบว่าเกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกข้าวเป็นหลัก และปลูกมันสำปะหลังลองลงมา โดยจากการสอบถามข้อมูล ได้บันทึกข้อมูล ชื่อเกษตรกร ที่อยู่ พิกัด และรายได้ โดยในส่วนของพิกัดนั้น เกษตรกรส่วนใหญ่มักจะใช้สวนมันสำปะหลังในการบ่งบอกพิกัดเนื่องจากอยู่ใกล้บ้านและสะดวกต่อการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานด้วย “นางอุทัยวรรณ ตั้งชาติ”  กล่าว องค์ความรู้ ความสามารถ และความชัดเจนของคนในท้องถิ่น ที่ได้จากการสั่งสมประสบการณ์และการเรียนรู้มาเป็นระยะเวลายาวนานหรือช่วงระยะเวลาหนึ่ง และพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีและคุมค่า แล้วถ่ายทอดสืบต่อกันมาสำหรับใช้เป็นแนวทางในการแก้ปัญหา ปรับตัว และดำรงชีวิตให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ สังคม และวัฒนธรรมอย่างเหมาะสมกับยุคสมัย ภูมิปัญญาการทำการเกษตรอาจแสดงออกมา ทั้งในรูปที่เป็นนามธรรม เช่น โลกทัศน์ ความคิด ความเชื่อ หรือปรัชญาในการดำเนินชีวิต และในเชิงรูปธรรม เช่น เทคโนโลยีการทํามาหากิน การเกษตร หรือเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ

“นางอุทัยวรรณ ตั้งชาติ” เกษตรกรผู้ปลูกข้าวและมันสัมปะหลังในพื้นที่

 

 

สัตว์ในท้องถิ่น       

        หมู่บ้านหนองสองห้องโดยรวมแล้วเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวในชุมชุนมีมากถึง 50 – 80 ตัว ซึ่งในแต่ละครัวเรือนจะมีวัวโดยเฉลี่ย 2-5 ตัวต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงวัว และด้วยความที่สังคมไทยมีวิถีชีวิตอยู่คู่กับการเกษตรมาอย่างยาวนาน แม้ในปัจจุบันจะมีความทันสมัยใด ๆ เข้ามาแต่บรรดาสัตว์เศรษฐกิจทั้งหลายก็ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างรายได้ให้กับผู้เลี้ยง รวมถึงสร้างระบบเศรษฐกิจให้มีความแข็งแกร่งด้วย ซึ่งหากว่ากันตามตรงสัตว์ในเชิงเศรษฐกิจของบ้านเราก็มีตัวเลือกอยู่เยอะพอสมควร แต่สำหรับหมู่บ้านหนองสองห้องนั้นสัตว์เศรษฐกิจ คือ วัว(โค) และ ไก่ อย่างที่กล่าวเอาไว้ในเบื้องต้นว่าความสำคัญของสัตว์เศรษฐกิจหลัก ๆ แล้วคือการสร้างรายได้ให้กับผู้เลี้ยง (คุณยายสาหัส ไม้สูงเนิน) กล่าว คุณยายเลี้ยงวัว 6 ตัว โดยลูกสาวเป็นผู้ดูเเล และปกติแล้วคุณยายจะขายวัวปีละ 1 ตัว เพื่อเป็นรายได้ส่วนหนึ่งในการนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่ในระหว่าง ตั้งแต่ต้นปี 2564 มีการแพร่ระบาดของโรคลัมปีสกิน เป็นโรคอุบัติใหม่ในโค กระบือ พบการระบาดจากประเทศเพื่อนบ้าน เป็นโรคที่เกิดเฉพาะในโค กระบือ จึงทำให้ชะลอการขายออกไปก่อนเพราะจะทำให้ราคาตกต่ำ เหตุที่กล่าวมาจึงบ่งบอกถึงความสำคัญในด้านนี้ถือว่าชัดเจนและตรงประเด็นมากที่สุด นั่นคือเกษตรกรหรือผู้เลี้ยงสามารถสร้างรายได้จากสัตว์เศรษฐกิจได้แบบตรง ๆ ตัว อธิบายแบบเข้าใจง่าย ๆ คือ สามารถนำสัตว์เหล่านั้นมาสร้างรายได้ให้กับตนเองได้ทันทีเมื่อเติบโตเต็มที่ เช่น เนื้อสัตว์, กระดูกสัตว์ ฯลฯ แต่ทั้งนี้ตัวของผู้เลี้ยงเองอาจไม่ได้เป็นคนนำไปแปรรูป เพียงแค่ส่งต่อให้กับโรงงานหรือบริษัทที่จะรับช่วงต่อ เป็นการสร้างรายได้และเพิ่มการเติบโตของเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี 

(คุณยายสาหัส ไม้สูงเนิน) เกษตรกรผู้เลี้ยงวัวในพื้นที่

 

  แหล่งน้ำในชุมชน     

        จากการสอบถามข้อมูลชุมชนพบว่าข้อมูลการจัดการแหล่งน้ำในชุมชน มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่อยู่ในชุมชนซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำที่ใช้อุปโภค และมีการจัดการน้ำโดยผู้นำชุมชน การเปิดน้ำหรือให้ใช้น้ำเป็นการใช้และมีการส่งท่อไปยังในครัวเรือนเพื่อให้ใช้ในกิจวัตรประจำวัน แต่ไม่ได้นำไปใช้ทางการเกษตรเนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำนั้นมีเฉพาะเจาะจงไว้ให้ใช้เพื่ออุปโภค เมื่อทราบข้อมูลการจัดการน้ำของชุมชนน ก็สามารถนำมาพัฒนานาปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของชุมชน โดยมีผู้นำชุมชนเป็นผู้ขับเคลื่อนและวางแผนเพื่อให้มีน้ำไว้ใช้ตลอดทั้งปี

 

การเก็บข้อมูลสำหรับที่พักอาศัยในชุมชน

        ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (CDVD-19) ระลอกใหม่ในประเทศไทย และหลายจังหวัดยังมีอัตราป่ายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงจําเป็นต้องกำหนดมาตรการเพื่อให้สอดคล้องกับ แนวทางการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVD 19) เพื่อให้การควบคุมสถานการณ์โรค ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย 

        ตามที่ประกาศจังหวัดบุรีรัมย์กำหนดจึงทำให้การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความลำบากแต่อย่างไรก็ตามการดำเนินงานต้องปฏิบัติงาน ด้วยความระมัดระวังและป้องกันตนเองเป็นอย่างดี จากการเก็บแบบสอบถามเบื้องต้นพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ดูแลสุขภาพตนเองตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขกำหนด และมีการประเมินตนเอง คอยสังเกตอาการเบื้องต้นของคนในครอบครัวเมื่อมีอาการต่าง ๆ ในการรับประทานอาหารก็จะรับประทานอาหารที่ที่ปรุงสุกใหม่ และเมื่อต้องไปทำกิจกรรมต่างพื้นที่ ก็จะสวมหน้ากากอานามัยตลอดเวลา แม้ว่าขณะนี้ประเทศไทยจะมีการทยอยฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนา 2019 (COVD 19) แล้วก็ตาม หากประมาท การ์ดตก ก็ยังมีโอกาสที่จะติดเชื้อได้ แต่ความรุนแรงของไวรัสโคโรนา 2019 (COVD 19) จะลดลง โดยขอให้ทุกคนในชุมชนให้ความสำคัญในมาตรการป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัดและทำอย่างต่อเนื่อง โดยการสวมหน้ากาก – ล้างมือบ่อย ๆ – เว้นระยะห่าง และหลีกเลี่ยงการเข้าไปในสถานที่ชุมชนหรือที่ที่มีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก รวมถึงสถานที่เสี่ยงต่าง ๆ เพื่อป้องกันการรับเชื้อและแพร่เชื้อให้กับคนในครอบครัว และลดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVD 19) ในชุมชนด้วย และได้สอบถามในอีกหลายประเด็นคือการป้องกันตนเองเป็นอย่างไร ส่วนใหญ่คนในชุมชนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่ามาตการการป้องกันตนเองจะใช้วิธีเหล่านี้

        1. ล้างมือบ่อย ๆ โดยใช้สบู่และน้ำ หรือเจลล้างมือที่มีส่วนผสมหลักเป็นแอลกอฮอล์
        2. รักษาระยะห่างที่ปลอดภัยจากผู้ที่ไอหรือจาม
        3. สวมหน้ากากอนามัยเมื่อเว้นระยะห่างไม่ได้
        4. ไม่สัมผัสตา จมูก หรือปาก
        5. ปิดจมูกและปากด้วยข้อพับด้านในข้อศอกหรือกระดาษชำระเมื่อไอหรือจาม
        6. เก็บตัวอยู่บ้านเมื่อรู้สึกไม่สบาย
        7. หากมีไข้ ไอ และหายใจลำบากจะไปพบแพทย์ทันที
        อย่างไรก็ตามแนวทางการป้องกันดังกล่าวข้างต้น ถือเป็นมาตรการหนึ่งในการลดความเสี่ยงของการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVD 19) ในชุมชน ซึ่งการจัดการ ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของทุกคน

การสำรวจเพื่อเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVD 19) สำหรับศาสนสถาน

               – วัดโพธ์คงคา / วัดบ้านสิงห์ 

               –  สำนักปฏิบัติธรรม วัด ตามุมเวฬวนาราม

               – วัดบ้านหนองทะยิง

               – ที่พักสงฆ์หนองสองห้อง

               – วัดบ้านหนองกง

               –  สำนักสงฆ์พุทธบาทศิลาภูม่านฟ้า

การรับมือเหตุการณ์การแพร่ระบาด

  1. กรณีมีกิจกรรมทางศาสนา เจ้าหน้าที่วัด หรือ ผู้ที่เป็นเจ้าภาพงานต่าง ๆ จะประสานไปยัง สาธารณสุข หรือ อสม. ประจำหมู่บ้าน เพื่อตรวจคัดกรองผู้เข้าร่วมงาน ตรวจวัดอุณหภูมิ การล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอร์ ต้องสวมหน้ากากอานามัยตลอดระยะเวลา และมีการลงทะเบียนก่อนเข้าร่วมงาน และเมื่อเข้าร่วมงาน ก็จะมีการจัดเก้าอี้ ด้ายการเว้นระยะห่าง อย่างน้อง 1.5 เมตร
  2. กรณีไม่มีกิจกรรมทางศาสนา ทางเจ้าหน้าที่วัด ก็ จะทำความสะอาดภายในบริเวณวัด อย่างน้อยเดือนละ 1 – 2 ครั้ง และดำเนินการตามมารตการตามกระทรวงสาธารณสุขกำหนด
  3. กรณีปิดวัด ดำเนินการตามมารตการตามกระทรวงสาธารณสุขกำหนด

ภาพรวม  

                กิจกรรมทางศาสนา ก็งดตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด เว้นแต่ ได้รับการยกเว้นเป็นรายกรณี การดำเนินกิจกรรมก็จะมีคณะกรรมการควบคุมดูแล สังเกตการณ์

 

      ไวรัสโคโรนา 2019 (COVD 19) เป็นปัญหาของสาธารณสุขทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย แพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ เป็นผู้ให้การดูแลรักษาผู้ป่วยทั่วประเทศ เป็นกลไกสำคัญ ในการต่อสู้กับโรคร้าย ขณะการระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVD 19) ยังมีจำนวนผู้ป่วยอื่นอีกเป็นจำนวนมาก ในสถานพยาบาลทั้งของรัฐและเอกชน จึงมีภาระงานที่เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งยังอยู่ในสถานะที่ มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ซึ่งมีโอกาสถึงแก่ชีวิตอย่างที่เห็น ขวัญและกำลังใจในการทำงานเป็นสิ่งสำคัญ ในการที่จะเพิ่มพลัง เพิ่มความเข้มแข็ง ให้กับแพทย์ในด่านหน้าทั่วประเทศ นำพาประชาชนผ่านวิกฤตการณ์ ร้ายแรงของชาติในครั้งนี้ไปด้วยกัน

ขอเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านครับ

 

อื่นๆ

เมนู