จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า (COVID-19) องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านสิงห์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ถือเป็นพื้นที่เสี่ยงสูง ที่ได้รับผลกระทบต่าง ๆ ทั้งเรื่องจัดสรรงบประมาณเพื่อใช้ในการดูแล เฝ้าระวัง และป้องกันการแพร่ระบาดของโควิดในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงวิธีการเตรียมความพร้อมฉีดวัคซีน โดยมีหน่วยงานสาธารณสุข ผู้นำชุมชน และรพ.สต. เป็นกำลังสำคัญในการผ่านวิกฤตครั้งนี้ ทำให้การลงพื้นที่ในการปฏิบัติงานแต่ละครั้งมีความยากมากขึ้น เนื่องจากการลงพื้นที่สอบถามข้อมูลจะต้องใกล้ชิดกับคนในชุมชน และในการปฏิบัติงานทุกครั้งจะต้องปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า (COVID-19) ตามที่ประกาศจังหวัดบุรีรัมย์กำหนดไว้ 

การปฏิบัติงานประจำเดือนกรกฎาคม มีดังนี้

          วันที่ 7 กรกฎาคม 2564  เวลา 13.00 น. ได้เข้าร่วมประชุม Online ผ่าน Google Meet  กับอาจารย์ประจำหลักสูตรและผู้ปฏิบัติงานในโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ ตำบลบ้านสิงห์ เพื่อชี้แจงการจัดเก็บข้อมูลในระบบ OTOU โดยผู้ปฏิบัติงานทุกคนต้องลงพื้นที่เก็บข้อมูลสำหรับที่พักอาศัย และมีการแบ่งกลุ่มเก็บข้อมูลสำหรับโรงเรียน ศาสนสถาน และตลาด ตามจำนวนที่ได้รับมอบหมาย ดังนี้

  • การเก็บข้อมูลสำหรับที่พักอาศัย

          – กลุ่มบัณฑิตจบใหม่ เก็บข้อมูลสำหรับที่พักอาศัยจำนวน 50 หลังคาเรือน

          – กลุ่มประชาชน เก็บข้อมูลสำหรับที่พักอาศัยจำนวน 30 หลังคาเรือน

          – กลุ่มนักศึกษา เก็บข้อมูลสำหรับที่พักอาศัยจำนวน 20 หลังคาเรือน

  • การเก็บข้อมูลสำหรับศาสนสถาน : กลุ่มประชาชนเป็นผู้รับผิดชอบในการเก็บข้อมูล
  • การเก็บข้อมูลสำหรับตลาดและโรงเรียน : กลุ่มบัณฑิตจบใหม่เป็นผู้รับผิดชอบในการเก็บข้อมูล

          วันที่ 11 กรกฎาคม 2564 ได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูล หมู่ 5 บ้านหนองตาชี ตำบลบ้านสิงห์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเก็บข้อมูลแบบสำรวจสำหรับที่พักอาศัย โดยมีข้อมูล ดังนี้

          1. มีการประเมินตนเองและบุคคลที่อาศัยอยู่ในครัวเรือนว่า

  • เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือหากติดเชื้อแล้วจะมีอาการรุนแรงหรือไม่ เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเรื้อรัง หรือไม่
  • ในการทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวันมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เช่น บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ปฏิบัติงานในสถานบันเทิง/สถานบริการต่างๆ เป็นต้น หรือไม่
  • ตนเองหรือบุคคลในครัวเรือนมีการเดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่ระบาด หรือไม่

        2. มีการสังเกตอาการของตนเองและบุคคลที่อาศัยอยู่ร่วมกัน หากพบว่ามีไข้ ร่วมกับไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส หายใจเร็ว หายใจเหนื่อย หรือหายใจลำบากอย่างใดอย่างหนึ่ง และอาจมีอาการ ท้องเสียร่วมด้วย ให้รีบไปพบแพทย์ทันที หรือไม่

          3. มีการดูแลสุขอนามัยด้วยการล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์โดยเฉพาะก่อนเตรียม ปรุงอาหาร ก่อนรับประทานอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ หลังหยิบจับสิ่งสกปรก หลังเยี่ยมผู้ป่วยในสถานพยาบาล หลังสัมผัสหรือเล่นกับสัตว์เลี้ยง และหลังกลับจากนอกบ้าน หรือไม่

          4. มีการรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ และใช้ช้อนส่วนตัว หรือไม่

        5. ไม่ใช้สิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว ช้อน แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำ หรือไม่

          6. เมื่อกลับจากการทำภารกิจหรือกิจกรรมนอกบ้าน ให้ล้างมือ ชำระร่างกาย เปลี่ยนเครื่องแต่งกายทันที หรือไม่

          จากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลสำหรับที่พักอาศัยพบว่า ชาวบ้านมีการประเมินตนเองและบุคคลที่อาศัยอยู่ในครัวเรือนว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือไม่ และในการทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันของชาวบ้านบ้านหนองตาชีไม่ค่อยมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เนื่องจากส่วนใหญ่คนในหมู่บ้านจะทำอาชีพเกษตรกร ไม่ได้ไปพบปะผู้คนมากนัก และไม่ได้ไปในพื้นที่ที่แออัด จึงทำให้ไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19) และคนในชุมชนมีการสังเกตอาการของตนเองและอาการของบุคคลที่อาศัยอยู่ร่วมกันว่ามีอาการเข้าข่ายการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19) หรือไม่ และคนในชุมชนมีการดูแลสุขอนามัยด้วยการล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ หลังจากทำกิจกรรมหรือสัมผัสสิ่งของต่าง ๆ มีการรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ และใช้ช้อนส่วนตัว และไม่ใช้สิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวร่วมกัน แต่จะมีเพียงบางครัวเรือนเท่านั้นที่ใช้แก้วน้ำร่วมกัน และหลังจากที่กลับจากการทำภารกิจหรือกิจกรรมนอกบ้าน ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะล้างมือ ชำระร่างกาย และเปลี่ยนเครื่องแต่งกายทันที 

อื่นๆ

เมนู